นักพัฒนาอสังหาฯเหนือรับการเมืองคลุมเครือ ต่างชาติไม่มั่นใจลงทุน ปัญหาหนี้ครัวเรือนและกำลังซื้อในปท.ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยซบเซา

นักพัฒนาอสังหาฯเหนือรับการเมืองคลุมเครือ ต่างชาติไม่มั่นใจลงทุน ปัญหาหนี้ครัวเรือนและกำลังซื้อในปท.ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยซบเซา

นักพัฒนาอสังหาฯมองตรงกันต่างชาติยังไม่มั่นใจรัฐบาล ทำให้ความเชื่อมั่นการลงทุนยังไม่ดี ชี้ปัจจัยลบที่ส่งผลต่อการลงทุนด้านอสังหาฯ หนี้ครัวเรือนและกำลังซื้อลดลง คาดหวังนายกรัฐมนตรีผู้มีประสบการณ์ด้านอสังหาฯจะออกมาตรการฝ่าวิกฤติเพื่อดึงแรงซื้อทั้งในและต่างประเทศกลับมา

เมื่อวันที่ 11 ก.ย.66 ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)จัดเวทีเสวนา “เปิดโอกาสการลงทุน…ฝ่าปัจจัยลบ”โดยผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วยนางดรุณี เลาหะวีร์  กรรมการผู้จัดการ สินธานี พร็อพเพอร์ตี้,นายสรนันท์ เศรษฐี  กรรมการผู้จัดการ บริษัท นอร์ทเทิร์นเรียลเอสเตท จำกัด กรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่และนายปรีดิกร บูรณุปกรณ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) โดยมีดร.วิชัย วิรัตกพันธ์  ผู้ตรวจการธนาคาร และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

นางดรุณี เลาหะวีร์  กรรมการผู้จัดการ สินธานี พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า  เนื่องจากวิกฤติการณ์ทั่วโลกทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจ การเงิน เงินฝืด แต่ยังมีส่วนหนึ่งที่มีความต้องการที่อยู่อาศัย สำหรับหนี้ครัวเรือนเป็นเรื่องใหญ่และมีปัญหามาก ลูกค้าที่มาดูหมู่บ้านก็พูดถึงหนี้สินหลายตัว บางคนวางเงินมัดจำแต่เมื่อยื่นกู้ธนาคารฯแล้วไม่ผ่าน สำหรับที่จังหวัดเชียงรายตลาดอสังหาฯ การขายก็ไม่ต่างจากเชียงใหม่คือค่อนข้างซบเซา เพราะไม่มีแรงกระตุ้นให้ลูกค้าอยากซื้อเพราะภาวะเงินฝืด เทียบกับปีที่แล้วยังค่อนข้างดีกว่าและมีการซื้อด้วยเงินสดมากกว่า ในปีนี้การซื้อที่อยู่อาศัยด้วยเงินสดไม่ดีเลย และดูเหมือนค่อนข้างวิตกในสถานการณ์การเมืองแบบคลุมเครือ แม้รัฐบาลจะแถลงนโยบายแล้วแต่ยังไม่สามารถจับทิศทางที่ทำให้เกิดความหวังได้ว่า ถ้าตัดสินใจซื้อบ้านหรือลงทุนซื้อบ้านแล้วยังไม่มีอะไรที่ทำให้มีรายได้เพิ่ม จึงทำให้อัตราการซื้อขายตลาดที่อยู่อาศัยไม่ดีขึ้นเลย ได้ยินข่าวเชียงใหม่ยังมีกลุ่มคนจีนมาซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้น แต่ยังแปลกใจว่าทำไมตัวเลขการขายไม่ดีขึ้น

ขณะที่นายสรนันทร์ เศรษฐี นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์เชียงใหม่ กล่าวว่า ในด้านการท่องเที่ยวเชียงใหม่ดีขึ้น เพราะรายได้จังหวัดมาจากภาคการท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ ซึ่งสถานการณ์ครึ่งปีแรกโตกว่าที่คาด ช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นและมั่นคงของเอสเอ็มอีรายเล็กมากขึ้น และอัตราว่างงานลดลง เงินเฟ้อก็เริ่มนิ่งซึ่งเป็นปัจจัยบวก แต่ปัจจัยลบยังมีหนี้สินครัวเรือนทำให้เกิดปัญหาการกู้ซื้อบ้านอยู่ และการส่งออกก็ติดลบ ดอกเบี้ยเงินกู้สูงก็ส่งผลโดยตรงต่อการชำระ และการเมืองต่างชาติก็มองว่าไม่แน่ใจ ในการลงทุน เพราะการเมืองยังไม่นิ่ง

ทั้งนี้ ในช่วง 8 เดือนแรกของปีมีการค้นหาที่อยู่อาศัยในเชียงใหม่ประมาณ 2.8 แสนคน ผู้ค้นหาอยู่ในเชียงใหม่ 37% จากกรุงเทพฯ 35% มองได้ว่าทั้งคนเชียงใหม่และกรุงเทพฯที่ค้นหาที่อยู่อาศัยยังค่อนข้างสูง เทรนด์ในการค้นหาพบว่าเดือนมิ.ย.มีการค้นหาค่อนข้างเยอะ อาจเป็นเพราะมีการเลือกตั้งและรับรองส.ส.แล้วจึงทำให้เพิ่มความเชื่อมั่นของผู้บริโภค แต่เดือนก.ค.ก็ลดลงมาตามค่าเฉลี่ยเดิม ส่วนทำเลค้นหาก็คือสันกำแพง หนองหาร สันทราย แม่เหียะและสุเทพระหว่างอ.เมืองกับหางดง ส่วนตำบลที่มีความต้องการเปลี่ยนแปลงเทียบต้นปีความต้องการซื้อยังไม่มาก แต่ไตรมาส 2 เพิ่มสูงขึ้นในโซนสันกำแพง ที่มีการเปิดตัวโครงการใหม่และท่องเที่ยวด้วย

การค้นหาที่อยู่อาศัยอันดับแรกเป็นบ้านเดี่ยว รองลงมาคือคอนโดฯ ส่วนบ้านแฝดกับทาวน์โฮมจะไล่เลี่ยกัน สว่นการค้นหาตามสถานการณ์ขาย คือโครงการเปิดตัวใหม่ บ้านเดี่ยวราคาที่นิยม 1-3 ล้านบาท ส่วนคอนโดฯราคาต่ำกว่า 1 ล้านจะได้รับความนิยมสูงแต่ซัพพลายไม่มาก เนื่องจากเชียงใหม่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจีนสนใจทำธุรกิจ และมองหาที่อยู่อาศัย แต่ด้วยกฎหมายจึงมองหาคอนโดฯ ส่วนแนวราบก็มีแต่ไม่สูงมาก ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มมาทำธุรกิจ

ทางด้านนายปรีดิกร บูรณุปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อรสิริน กรุ๊ป กล่าวว่า คนไทยใช้เวลาตัดสินใจซื้ออสังหาฯค่อนข้างมากกว่าต่างชาติและคาดหวังว่า นายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านอสังหาฯจะออกนโยบายที่ทำให้ภาคอสังหาฯเติบโตขึ้น ส่วนต่างชาติที่เข้ามาซื้ออสังหาฯคือจีนแผ่นดินใหญ่ลดลง แต่ก็มาชาวต่างชาติอย่างพม่าเข้ามาซื้ออสังหาฯเพิ่มขึ้น และคาดหวังว่าได้รัฐบาลใหม่ จะมีนโยบายที่ทำให้ภาคอสังหาฯดีขึ้นด้วย

สำหรับกำลังซื้อกลุ่มอิสระก็ยังมี แต่แบงก์ผ่านสินเชื่อค่อนข้างยาก อรสิรินฯจึงให้มาผ่อนตรงกับอรสิรินสำหรับผู้มีอาชีพอิสระ ส่วนการปรับตัวของตลาดแนวราบและคอนโดฯ ต้องปรับกันมากเพราะค่าก่อสร้าง ค่าแรง และราคาที่ดินสูงขึ้นมาก โดยอรสิรินฯมีโปรดักส์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะเชียงใหม่ที่มีปัญหา pm2.5 จึงได้ใช้นำนวัตกรรมมาใช้ในโครงการ

สำหรับความต้องการที่อยู่อาศัยของจีน ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไม่ดี ภาคอสังหาฯก็ไม่ดี แต่จีดีพี 20% ก็เชื่อว่าจีนจะมีมาตรการออกมา อย่างไรก็มีลูกค้าจากชาติอื่นทั้ง ฮ่องกง ไต้หวัน พม่ามาทดแทน  ส่วนกลยุทธ์ในการพัฒนาอรสิริน ซึ่งกำลังจะเข้าตลาดหลักทรัพย์และมีเป้าหมาย 3-5 ปีอรสิรินจะเป็นผู้นำของตลาดอสังหาฯและจะขยายตลาดไปจังหวัดต่างๆ ในพื้นที่ภาคเหนือด้วย.

 

 

You may also like

พาณิชย์เชียงใหม่ จับมือ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ตนำผู้ประกอบการสินค้าเกษตรและสินค้าชุมชน เปิดโอกาสช่องทางการจำหน่ายผลผลิต และฟื้นฟูกระตุ้นเศรษฐกิจเชียงใหม่กลับดีขึ้น

จำนวนผู้