“ผอ.เขื่อนแม่กวงฯ” เผยในพื้นที่รับผิดชอบทั้งเชียงใหม่-ลำพูน มี 10 ตำบล เสี่ยงแล้ง วาง 10 มาตรการรับมือ “กรณีน้ำแล้ง ฝนทิ้งช่วง เอลนีโญ” ด้านแผนรับมือน้ำท่วม วางไว้ 10 มาตรการเช่นกัน พร้อมเผยมี 6 ตำบล เสี่ยงอุทกภัย ต.สันนาเม็ง, ต.เชิงดอย, ต.ต้นเปา, ต.สันกำแพง, ต.บ้านธิ และ ต.มะเขือแจ้

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 นายเฉลิมเกียรติ อินทกนก ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา (ผบค.แม่กวง) แจงถึงมาตรการรองรับการบริหารจัดการน้ำฤดูฝน ปี 2569 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา ว่า โครงการฯ วางแผนการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา โดยตั้งโจทย์ไว้ 2 ข้อ ข้อแรก กรณีน้ำแล้ง ฝนทิ้งช่วง เอลนีโญ จะกำหนดเป้าหมายไว้ว่า ต้องรักษาน้ำต้นทุนให้เพียงพอต่อการอุปโภค–บริโภค เป็นอันดับแรก และเพื่อเกษตรกรรมเป็นอันดับรองลงมา และลดความเสียหายต่อพื้นที่ชลประทาน 148,400 ไร่ สำหรับพื้นที่เฝ้าระวังหลักที่เสี่ยงแล้งมีด้วยกัน 10 ตำบล ในพื้นที่ 2 จังหวัด รวม 5 อำเภอ ได้แก่ ต.หนองแหย่ง อ.สันทราย ต.สำราญราษฎร์ ต.แม่คือ ต.เชิงดอย ต.ลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด ต.ต้นเปา ต.บวกค้าง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ และ ต.บ้านธิ อ.บ้านธิ, ต.ศรีบัวบาน ต.มะเขือแจ้ อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน
สำหรับมาตรการดำเนินการเพื่อรับมือกรณีน้ำแล้ง ฝนทิ้งช่วง เอลนีโญ ประกอบด้วย 10 มาตรการ ได้แก่
1. คาดการณ์ ชี้เป้า และแจ้งเตือนล่วงหน้า จัดทำแผนที่จุดเสี่ยงน้ำแล้งรายตำบล ติดตามฝนสะสม น้ำไหลลงอ่าง และระดับน้ำในอ่างแบบรายสัปดาห์ พร้อมแจ้งเตือนกลุ่มผู้ใช้น้ำ อปท. และผู้นำท้องที่
2. จัดสรรน้ำแบบรอบเวรและประหยัดน้ำ กำหนดรอบเวรส่งน้ำตามลำดับความสำคัญ ได้แก่ อุปโภค–บริโภค ไม้ผล นาข้าว บ่อปลา พืชผัก และพืชไร่ โดยเน้นลดการสูญเสียน้ำในระบบคลอง
3. ใช้แนวทาง 3R ในพื้นที่เสี่ยง ลดการใช้น้ำที่ไม่จำเป็น ใช้น้ำซ้ำในแปลงเกษตร และหมุนเวียนน้ำในคลอง/บ่อพัก/แหล่งน้ำธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด
4. ปรับแผนเพาะปลูกให้เหมาะกับน้ำต้นทุน ขอความร่วมมือเกษตรกรงดปลูกข้าวนาปรังต่อเนื่องในพื้นที่เสี่ยง และส่งเสริมพืชใช้น้ำน้อย เช่น ถั่วเขียว พืชผักอายุสั้น หรือพืชอาหารสัตว์
5. สนับสนุนเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือเฉพาะจุด ใช้เครื่องสูบน้ำตามแผนช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูฝน จำนวน 18 เครื่อง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 8,729 ไร่ โดยจัดลำดับความเร่งด่วนจากพื้นที่ขาดแคลนน้ำรุนแรงก่อน
6. เร่งกักเก็บน้ำในแหล่งน้ำทุกประเภท ประสาน อปท. และกลุ่มผู้ใช้น้ำ กักเก็บน้ำในอ่างเก็บน้ำ คลอง หนอง บ่อพักน้ำ และแหล่งน้ำธรรมชาติ ก่อนเข้าสู่ช่วงฝนทิ้งช่วง
7. ตรวจสอบและซ่อมแซมระบบส่งน้ำ สำรวจคลองส่งน้ำ ประตูระบายน้ำ อาคารชลประทาน และจุดรั่วซึม เพื่อให้การส่งน้ำถึงพื้นที่ปลายคลองมีประสิทธิภาพ
8. ตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำเฉพาะกิจ ให้โครงการเป็นศูนย์ประสานข้อมูลน้ำ ฝน พื้นที่เพาะปลูก เครื่องสูบน้ำ และข้อร้องเรียน โดยรายงานสถานการณ์ต่อสำนักงานชลประทานที่ 1 อย่างต่อเนื่อง
9. สร้างการรับรู้กับเกษตรกรและท้องถิ่น ประชุมกลุ่มผู้ใช้น้ำ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปท. เพื่อสื่อสารสถานการณ์น้ำจริง และขอความร่วมมือใช้น้ำอย่างประหยัด
10. ติดตามประเมินผลและปรับแผนรายสัปดาห์ หากฝนทิ้งช่วงเกิน 7–14 วัน ให้ปรับรอบเวรส่งน้ำ ลดพื้นที่เสี่ยง และเพิ่มเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือเฉพาะจุดทันที

โจทย์ข้อที่ 2 คือ กรณีหากเกิดน้ำท่วม ฝนตกหนักใน 24 ชั่วโมง จะกำหนดเป้าหมายไว้ว่า ต้องลดผลกระทบน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชน เกษตรกรรม และเศรษฐกิจ พร้อมรักษาความมั่นคงปลอดภัยของอาคารชลประทาน ซึ่งพื้นที่ต้องเฝ้าระวังหลักเสี่ยงเกิดอุทกภัย มีด้วยกัน 6 ตำบล ใน 2 จังหวัด รวม 5 อำเภอ ได้แก่ ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย, ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด, ต.ต้นเปา ต.สันกำแพง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่, ต.บ้านธิ อ.บ้านธิ และ ต.มะเขือแจ้ อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน

โดยที่ มาตรการดำเนินการในกรณีเกิดน้ำท่วม ฝนตกหนักใน 24 ชั่วโมง มีด้วยกัน 10 มาตรการเช่นกัน ประกอบด้วย
1. คาดการณ์และแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ติดตามข้อมูลฝนจากสถานีวัดน้ำฝน เรดาร์ และประกาศเตือนภัย หากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหรือเกินค่าปกติใน 24 ชั่วโมง ให้แจ้งเตือน อปท. และประชาชนทันที
2. พร่องน้ำและควบคุมระดับน้ำในคลอง บริหารประตูระบายน้ำและอาคารบังคับน้ำ เพื่อลดระดับน้ำในคลองสายหลัก–คลองซอยก่อนฝนตกหนัก โดยไม่กระทบพื้นที่ปลายน้ำ
3. ตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยอาคารชลประทาน ตรวจคันคลอง ทำนบ พนังกั้นน้ำ ประตูระบายน้ำ ท่อระบายน้ำ และจุดเสี่ยงกัดเซาะ ก่อนและระหว่างฤดูฝน
4. เตรียมเครื่องสูบน้ำป้องกันน้ำท่วม ใช้เครื่องสูบน้ำตามแผนเตรียมความพร้อม จำนวน 13 เครื่อง ประจำจุดเสี่ยงน้ำท่วม เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เศรษฐกิจ
5. กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ร่วมกับ อปท. ขุดลอกวัชพืช เศษไม้ ขยะ และสิ่งกีดขวางในคลองส่งน้ำ คลองระบายน้ำ และทางน้ำเชื่อมต่อ
6. จัดชุดเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมงเมื่อเกิดฝนหนัก ตั้งเวรเฝ้าระวังระดับน้ำ จุดเสี่ยงตลิ่งพัง น้ำล้นคลอง และประตูระบายน้ำ พร้อมรายงานสถานการณ์ทุก 3–6 ชั่วโมง
7. ประสานแผนเผชิญเหตุร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ประสานจังหวัด อำเภอ ปภ. อปท. ผู้นำชุมชน และกลุ่มผู้ใช้น้ำ เพื่อกำหนดจุดสูบน้ำ จุดระบายน้ำ เส้นทางน้ำ และจุดช่วยเหลือประชาชน
8. บริหารน้ำแบบสมดุลระหว่างน้ำท่วมกับน้ำแล้ง เนื่องจากปี 2569 น้ำในอ่างสูงกว่าค่าเฉลี่ยมาก ต้องระบายน้ำอย่างระมัดระวัง ไม่เร่งระบายจนกระทบปลายน้ำ แต่ต้องคงพื้นที่ว่างรองรับฝนใหม่
9. ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชน สื่อสารผ่าน Facebook, Line กลุ่มผู้ใช้น้ำ, อปท. และผู้นำหมู่บ้าน แจ้งระดับความเสี่ยง จุดอันตราย และข้อควรปฏิบัติ
10. ประเมินผลหลังเหตุการณ์และฟื้นฟูระบบ หลังฝนหนักหรือน้ำท่วม ให้สำรวจความเสียหายของคลอง อาคารชลประทาน เครื่องสูบน้ำ และพื้นที่เกษตร พร้อมปรับปรุงแผนป้องกันรอบถัดไป


ความเห็นล่าสุด