คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) ล้านนา เดินหน้าขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานแห่งอนาคต ส่งมอบ “นวัตกรรมเครื่องชาร์จไฟฟ้ากระแสตรงแบบสองทิศทาง (DC V2G Bidirectional Charger)” เทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถเปลี่ยนบทบาทของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) จากผู้ใช้พลังงาน ให้กลายเป็นแหล่งจ่ายพลังงานกลับคืนสู่ระบบไฟฟ้า (Vehicle-to-Grid : V2G) และระบบอาคารอัจฉริยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการพัฒนาระบบพลังงานอัจฉริยะและการบริหารจัดการพลังงานอย่างยั่งยืนในอนาคต

เมื่อเวลา 15.30 น.ที่สวนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “EV Localization Synergy” ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐ มหาวิทยาลัย หน่วยบริหารทุนวิจัย ภาคเอกชน และเครือข่ายผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทย ไปสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมอย่างยั่งยืน
นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคของ พลังงานสะอาด เทคโนโลยีดิจิทัล และเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV จึงไม่ได้เป็นเพียง “เทคโนโลยีใหม่” แต่กำลังกลายเป็น “โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่” ของโลก ประเทศไทยเอง มีศักยภาพอย่างมาก ในการพัฒนาเทคโนโลยี EV ระบบกักเก็บ พลังงาน สถานีอัดประจุไฟฟ้าอัจฉริยะ รวมถึงเทคโนโลยี Vehicle-to-Grid หรือ V2G ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญของระบบพลังงานแห่งอนาคต

สิ่งที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง คือ วันนี้เราไม่ได้พูดถึง “งานวิจัยบนหิ้ง” แต่กำลังเห็น “งานวิจัยที่พร้อมใช้จริง” โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ร่วมกับเครือข่าย พันธมิตร ได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องอัดประจุไฟฟ้าสองทิศทาง V2G ที่สามารถ ต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ได้จริง ซึ่งถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการเชื่อมโยง “งานวิจัย → นวัตกรรม → อุตสาหกรรม → เศรษฐกิจ”
ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพพร พัชรประกิติ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะ ได้รับสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่าง มทร.ล้านนา บริษัท เอเอส เอ็นเทค จำกัด (DSE) และ KBM Technologies ในรูปแบบ Consortium Project เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและสร้างระบบนิเวศด้านยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ โดยตัวเครื่องได้รับการออกแบบในรูปแบบตู้แร็กมาตรฐาน 19 นิ้ว พร้อมระบบจัดเก็บสายชาร์จและจุดทดสอบสัญญาณ CP/PP สำหรับการวิเคราะห์เชิงลึก ช่วยยกระดับการเรียนรู้และการวิจัยด้าน EV ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนั้นในวันนี้ มีพิธีลงนาม Licensing Agreement : มอบสิทธิ์เทคโนโลยี VV2G Bidirectional Charger ให้แก่บริษัท เอเอส เอ็นเทค จำกัด โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุภาวดี ศรีแย้มรองอธิการบดี ฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม และพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่าง ระหว่าง บพท. มทร.ล้านนา อบจ.เชียงใหม่ และเครือข่ายผู้ประกอบการ EV ณ เรือนลลิตา สวนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่
ผศ.ดร.นพพร หัวหน้าโครงการวิจัยกล่าวว่า “นวัตกรรมดังกล่าวเป็นผลลัพธ์จากการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี โดยเริ่มต้นจากการพัฒนาระบบชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Charging) ก่อนต่อยอดสู่ระบบจัดการแบตเตอรี่ภายในบ้าน (Home Battery Management System) และประสบความสำเร็จในการพัฒนาเครื่องชาร์จ V2G ขนาด 30 กิโลวัตต์ จนพัฒนาเป็นต้นแบบเทคโนโลยีปัจจุบันที่มีศักยภาพสูง รองรับการใช้งานทั้งด้านอุตสาหกรรม การศึกษา และการวิจัยและพัฒนา (R&D) ด้านสมรรถนะทางเทคนิค เครื่องชาร์จดังกล่าวรองรับการทำงานแบบสองทิศทาง ทั้งการจ่ายพลังงานจากโครงข่ายสู่รถยนต์ (Grid-to-Vehicle : G2V) และจากรถยนต์กลับคืนสู่ระบบไฟฟ้า (Vehicle-to-Grid : V2G) โดยใช้ระบบแปลงพลังงาน DCDC และ DCAC

ที่มีความซับซ้อนสูง เพื่อบริหารจัดการการไหลของพลังงานและรักษาเสถียรภาพทางไฟฟ้าอย่างแม่นยำ สามารถรองรับแรงดันไฟฟ้าสูงสุด 500 VDC และกำลังไฟสูงสุดถึง 60 กิโลวัตต์ ผ่านโมดูลจำนวน 4 ชุด รองรับระบบไฟฟ้า 3 เฟส 230–400 VAC พร้อมหัวชาร์จมาตรฐาน CCS Type 2 และ Type 2 ตามมาตรฐาน IEC 62196-2
ในส่วนของระบบความปลอดภัย มีการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันขั้นสูง เช่น Insulation Monitoring Device (IMD) สำหรับตรวจสอบค่าฉนวน ระบบป้องกันไฟกระชาก (SPD) และอุปกรณ์ตัดไฟอัตโนมัติ RCD Type B เพื่อป้องกันกระแสรั่ว รวมถึงฟังก์ชัน Auto-Recharging ที่ช่วยให้ระบบสามารถกลับมาทำงานได้อัตโนมัติเมื่อเกิดข้อผิดพลาดบางประการ เพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้งาน การส่งมอบนวัตกรรมครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ล้านนา ในการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และกำลังคนด้านยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตพลังงานอัจฉริยะอย่างยั่งยืน.


ความเห็นล่าสุด