วอนช่วยพื้นที่เกษตรและอาหารกว่า 2 แสนไร่ แก้ไขน้ำปนเปื้อนสารพิษจากเหมืองแร่

วอนช่วยพื้นที่เกษตรและอาหารกว่า 2 แสนไร่ แก้ไขน้ำปนเปื้อนสารพิษจากเหมืองแร่

เครือข่ายประชาชนนปกป้องแม่น้ำฯ รุดยื่นหนังสือ รมว.เกษตรฯ ให้แก้ปัญหาสารโลหะหนักจากเหมืองแร่จีนในเมียนมา หวั่นห่วงโซ่สินค้าเกษตรและอาหาร ในพื้นที่กว่า 2 แสนไร่ เขต 8 อำเภอ 2 จังหวัด ปนเปื้อนสารพิษ แนะรัฐเร่งดำเนินการ 5 ทางออกอย่างจริงจัง เมื่อเวลา  11.30 น. วันที่ 6 ก.ค.69 ตัวแทนจากเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำ กก สาย รวก โขง  ได้ร่วมกับกลุุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำฝายเชียงราย และแม่สาย นำโดย ดร.สืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง นายปฐมพงศ์ ฤทธิแผลง ประธานเครือข่ายเกษตรกรรมลุ่มน้ำกกเขื่อนเชียงรายฝั่งขวา และนายทองคำ อินพรหม ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านเมืองชุม อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีกำหนดการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจพื้นที่ อ.พาน และ อ.ป่าแดด จ.เชียงราย โดยมีนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ โดยหนังสือดังกล่าว ได้เรียกร้องให้แก้ไขปัญหาสารโลหะหนักหนักจากเหมืองแร่จีนในเมียนมา ที่ไหลลงสู่แม่น้ำสายต่าง ๆ โดยปัญหาที่เกิดกับแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ทำให้เกษตรกรกว่า 20,000 ครัวเรือน  ในเขต 8 อำเภอ 2 จังหวัด คือ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ อ.เมืองเชียงราย อ.เวียงชัย อ.เวียงเชียงรุ้ง อ.แมจัน อ.แม่สาย อ.เชียงแสน และ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ตกอยู่ในภาวะจำยอมต้องใช้แม่น้ำปนเปื้อนสารโลหะหนัก ในพื้นที่การเกษตรกว่า 200,000 ไร่ ซึ่งหากยังปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อต่อไป จะทำให้ห่วงโซ่สินค้าเกษตรและอาหารปนเปื้อนสารพิษมากขึ้น เช่น ข้าว กระเทียม มะม่วง กล้วยหอม ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พืชผักสวนครัว ปลา รวมถึงผลผลิตส่งออก อาทิ ถั่วแระ ถั่วแขก ข้าวโพดหวาน เป็นต้น ทางเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำฯ จึงมี 5 ข้อเสนอ คือ  1. ให้เจรจากับประเทศเมียนมาและจีน ให้ยุติการทำเหมืองแร่ เพราะเป็นต้นเหตุของการปล่อยสารพิษลงในแม่น้ำ 2. จัดหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรใหม่ เพื่อใช้ทดแทนน้ำจากแม่น้ำที่ปนเปื้อน 3. จัดทำแผนงาน และจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานในสังกัดตรวจสอบสารโลหะหนักในน้ำ ดิน ผลผลิตทางการเกษตร ปลา และสัตว์น้ำอื่นๆ พร้อมทั้งนำผลที่ได้เปิดเผยอย่างโปร่งใส 4. จัดทำแผนที่เสี่ยงด้านการเกษตร เพื่อใช้ติดตามสถานการณ์สารโลหะหนักปนเปื้อน และ 5. ตั้งคณะกรรมการร่วมภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีส่วนร่วมจากทั้งภาครัฐ วิชาการ ประชาสังคม และเกษตรกร เพื่อเป็นกลไกแก้ไขปัญหา

You may also like

สสว. รุกคีบปั้น SME ยุคใหม่ ส่งโครงการ Adaptive SME ยกระดับมาตรฐานธุรกิจดิจิทัล ทั่วประเทศ

จำนวนผู้