ตำรวจภาค5 ดีเอสไอพร้อมผู้ว่าฯเชียงใหม่แถลงจับสาวเชียงรายดเฮโรอีน8.2กก.ใส่ขวดครีมกันแดดปลายทางออสเตรเลีย

ตำรวจภาค5 ดีเอสไอพร้อมผู้ว่าฯเชียงใหม่แถลงจับสาวเชียงรายดเฮโรอีน8.2กก.ใส่ขวดครีมกันแดดปลายทางออสเตรเลีย

ตำรวจภาค 5 ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่พร้อมด้วย ดีเอสไอ แถลงจับยาเสพติดล๊อตใหญ่ 3 คดี ยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด โดยเฉพาะคดีสำคัญจับสาวเชียงราย ซุกเฮโรอีน 8.62 กิโลกรัม ในครีมกันแดดหวังตบตาเจ้าหน้าที่จ้างขนส่งเอกขนเตรียมขนขึ้นเครื่องปลายทางออสเตรเลีย แต่ถูกตามจับได้ก่อน เตรียมขยายผลถึงเครือข่ายจ้างหิ้วข้ามประเทศที่ผ่านมาหรือไม่ ย้ำความร่วมมือขนส่งทุกประเภทสกัดยาเสพติดที่หันมาใช้ระบบขนส่งแทนการลักลอบขนเอง


วันที่ 6 ส.ค.67 ที่ ห้องประชุมอาคารสโมสรคุ้มแก้ว-ขวัญดาว ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกับฝ่ายทหาร ปกครอง และ ป.ป.ส. แถลงผลการบูรณาการปราบปรามยาเสพติดรายสำคัญภายใต้นโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ร่วมกับนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติด สามารถจับกุมคดีใหญ่ได้ต่อเนื่องถึง 3 คดี รวบผู้ต้องหา ยึดยาบ้าได้รวมกว่า 3.2 ล้านเม็ด และเฮโรอีนอีก 8.62 กิโลกรัม

การจับกุมคดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 07.30 น. ชุดสืบสวน กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 ร่วมกับ สภ.สันกำแพง และ สภ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ สะกดรอยติดตามกลุ่มขนยาเสพติดจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่ใช้รถยนต์อีซูซุ ทะเบียน งบ 8147 เชียงใหม่ นำยามาส่งต่อในพื้นที่ อ.แม่ออน เพื่อเตรียมลำเลียงไปส่ง ปทุมธานี เจ้าหน้าที่จึงวางแผนปลอมเป็นสายลับนำรถไปจอดรอ กระทั่งพบการส่งมอบยาเสพติดเสร็จสิ้นจึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่คนร้ายขับรถเร่งเครื่องหลบหนีไปจนถึงหน้าสวนอุดมพรรณไม้เชียงใหม่ ก่อนจอดรถทิ้งแล้ววิ่งหนี เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัว นางสาว แว ได้ขณะซ่อนตัวในบ้านพักคนงาน พร้อมของกลางยาบ้าบรรจุในกระสอบปุ๋ย 8 กระสอบ รวมประมาณ 2.5 ล้านเม็ด ควบคุมตัวส่ง พงส.สภ.แม่ออน ดำเนินคดี


คดีที่สองในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 16.00 น. สภ.แม่จัน จ.เชียงราย พร้อมกำลังทหาร นบ.ยส.35 และ ป.ป.ส. เข้าตรวจสอบบริษัทขนส่ง KEX เอ็กซ์เพรส สาขาป่าซาง อ.แม่จัน หลังได้รับแจ้งพบกล่องพัสดุต้องสงสัย 5 กล่อง ส่งมาจากสาขาย่อยหน้าโรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวง จากการตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในรวมประมาณ 704,000 เม็ด จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางส่ง พงส.สภ.แม่จัน เพื่อขยายผลติดตามตัวผู้ส่งมาดำเนินกฎหมายต่อไป


ส่วนคดีที่สาม เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 5 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจยึดเฮโรอีนน้ำหนัก 8.62 กิโลกรัม ภายในกล่องพัสดุ 2 กล่อง ที่บริษัทขนส่งเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนสืบสวนขยายผลจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน บนรถโดยสารประจำทางในพื้นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
ทั้งนี้ ทางดีเอสไอสืบทราบทางการข่าวมาว่า จะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดให้โทษผ่านบริษัทผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วนทางอากาศระหว่างประเทศแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
โดยมีพฤติการณ์อำพรางยาเสพติดไว้ภายในสิ่งของเครื่องใช้ เพื่อจัดส่งออกนอกราชอาณาจักร อันเป็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและการลักลอบส่งออกยาเสพติดไปยังต่างประเทศ ภายหลังได้รับข้อมูลดังกล่าว ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 ได้ประสานการปฏิบัติร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมกันตรวจสอบและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยได้นำกำลังเข้าตรวจสอบที่ทำการของบริษัทผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วนทางอากาศระหว่างประเทศดังกล่าว
ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบพัสดุจำนวน 2 กล่อง ซึ่งเตรียมจัดส่งไปยังปลายทางในประเทศออสเตรเลีย ภายในบรรจุขวดครีมกันแดดหลายขวด เมื่อตรวจสอบโดยละเอียดพบวัตถุต้องสงสัยซุกซ่อนอยู่ภายในขวดดังกล่าว ลักษณะเป็นผงสีขาว จากการตรวจสอบเบื้องต้นเชื่อได้ว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) น้ำหนักรวมประมาณ 8.6 กิโลกรัม จากการตรวจสอบข้อมูลการจัดส่งพัสดุ พบว่าผู้ส่งระบุชื่อ นางสาวพลอย ที่อยู่ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนผู้รับปลายทางระบุชื่อ Miss Ngoc Nguten ที่อยู่ประเทศออสเตรเลีย โดยพัสดุดังกล่าวอยู่ระหว่างกระบวนการเตรียมส่งออกนอกราชอาณาจักรผ่านบริษัทผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศ


นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ในช่วงเวลาที่มีการนำพัสดุมาฝากส่ง พบว่าผู้ที่นำพัสดุมาฝากส่งเป็นหญิงจำนวน 2 คน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมและบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดไว้เป็นข้อมูลประกอบการสืบสวนสอบสวน และใช้เป็นแนวทางในการติดตามตัวผู้กระทำความผิดและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
จากพยานหลักฐานที่ตรวจพบในเบื้องต้น ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 และเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) น้ำหนักประมาณ 8.6 กิโลกรัม และปัจจุบันสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาหญิงผู้ส่งของ จำนวน 2 ราย ขณะหลบหนี ได้ที่ ต.สถาน อ.เชียงของ จ.เชียงราย

ประกอบด้วย น.ส.พลอย อายุ 20 ปี และ น.ส.วิไลวรรณ์ อายุ 19 ปี ทั้งสองภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่สำคัญ เนื่องจากผู้บงการและร่วมกระทำความผิดบางราย เคยได้รับบัตรหัวศูนย์ในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เกี่ยวข้องกับกรณีทุจริตสวมตัวทำบัตร ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 เคยสืบสวนสอบสวนมาก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลเพื่อพิสูจน์ทราบเครือข่ายผู้กระทำความผิด ติดตามจับกุมผู้ส่ง ผู้รับ ผู้สนับสนุน และผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องทุกรายต่อไป


ตำรวจภูธรภาค 5 ระบุว่า การจับกุมทั้ง 3 คดี เป็นผลจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างตำรวจ ทหาร ป.ป.ส. และหน่วยงานด้านความมั่นคง ในการสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างการลำเลียง และผ่านระบบขนส่งพัสดุ เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดกระจายสู่พื้นที่ชั้นในของประเทศ อย่างไรก็ตาม ทาง ป.ป.ส. ภาค 5 เตรียมขยายผลสืบสวนว่าเครือข่ายลักลอบส่งเฮโรอีนออกนอกประเทศนั้นเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดที่เป็นลักษณะของจ้างคนหิ้วออกนอกประเทศที่เคยจับกุมก่อนหน้านี้หรือไม่ต่อไป ทั้งนี้ จากการข่าวพบว่า ปัจจุบันเฮโรอีนกลับมาผลิตในประเทศเพื่อนบ้านของไทยอีกครั้ง หลังจากแหล่งผลิตใหญ่ในเขตอัฟกานิสถานลดปริมาณการผลิตเฮโรอีนลง ทำให้ความต้องการของกลุ่มผู้ค้าและผู้เสพในประเทศโลกที่ 3 เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้แหล่งผลิตในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มกำลังการผลิต และส่งออกผ่านทางประเทศไทยเพื่อไปยังประเทศที่ 3 มากขึ้น ทำให้พบว่าการจับกุมในพื้นที่มากขึ้นในขณะนี้ นอกจากนี้ สถิติการปราบปรามยาเสพติดของตำรวจภูธรภาค 5 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 5 สิงหาคม 2569 สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้กว่า 27,345 คดี ในจำนวนนี้เป็นคดีรายสำคัญ 315 คดี ตรวจยึดยาบ้ากว่า 420 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 10,350 กิโลกรัม เฮโรอีนกว่า 105 กิโลกรัม เคตามีนกว่า 1,300 กิโลกรัม และฝิ่นกว่า 410 กิโลกรัม พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด มูลค่ารวมกว่า 1,580 ล้านบาท.

You may also like

มินอองไลง์ เยือนไทย หารือ”อนุทิน”คาดหนุนความร่วมมือ-จุดยืนในอาเซียน

จำนวนผู้