มทบ.33 ทำพิธีบวงสรวงและเทวาภิเษกรูปหล่อและเหรียญพระเจ้ากาวิละ เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีวันสถาปนามณฑลทหารบกที่ 33

มทบ.33 ทำพิธีบวงสรวงและเทวาภิเษกรูปหล่อและเหรียญพระเจ้ากาวิละ เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีวันสถาปนามณฑลทหารบกที่ 33

- in headline, รอบรั้วทั่วเหนือ

มทบ.33 ทำพิธีบวงสรวงและเทวาภิเษกรูปหล่อและเหรียญพระเจ้ากาวิละ เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีวันสถาปนามณฑลทหารบกที่ 33

ที่ลานอนุสาวรีย์พระเจ้ากาวิละ พล.ต.สาธิต ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 เป็นประธานในพิธีบวงสรวงและเทวาภิเษกรูปหล่อและเหรียญพระเจ้ากาวิละ ซึ่งมณฑลทหารบกที่ 33 จัดสร้างขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี วันสถาปนามณฑลทหารบกที่ 33 ซึ่งการจัดสร้างรูปหล่อพระเจ้ากาวิละ ครบรอบ 100 ปีนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นที่ระลึกครบรอบ 100 ปี วันสถาปนามณฑลทหารบกที่ 3 และเพื่อเทิดพระเกียรติพระเจ้ากาวิละ รวมทั้งเพื่อเป็นสวัสดิการแก่กำลังพลและครอบครัวมณฑลทหารบกที่ 33 โดยก่อนจะเริ่มพิธีบวงสรวง ผบ.มทบ.33 ได้รับมอบเงินสนับสนุนจำนวน 100,000 บาทด้วย

พระเจ้ากาวิละทรงถือกำเนิดในปีจอ พุทธศักราช 2285 ทรงเป็นพระราชบุตรองค์แรกของเจ้าฟ้าชายแก้ว และนางจันทาเทวีและทรงเป็นพระนัดดาของพระเจ้าทิพย์ช้าง ผู้ครองนครลำปางพระองค์เป็นผู้แกล้วกล้าสามารถในการทำศึกสงคราม ทรงนำทัพหลวงของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ภายใต้การนำของพระยาจักรีและพระยาสุรสีห์ เดินทัพจากเมืองลำปางเข้าตีขับไล่พม่าออกจากเมืองเชียงใหม่และช่วยเหลือเจ้าฟ้าชายแก้วพระบิดาออกจากที่คุมขังพม่าได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2317

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงสถาปนาพระเจ้ากาวิละขึ้นมาเป็นเจ้าเมืองประเทศราชครองเมืองเชียงใหม่ ทรงมีพระนามเดิมว่าพระบรมราชาธิบดีศรีสุรยวงศ์ องค์อินทรสุริยะศักดิ์สมญา มหาขัตติยะราชชาติราชาไชยสวรรค์ เจ้าขัณฑสีมา พระนครเชียงใหม่ราชธานีเป็นใหญ่ในล้านนนา 57 หัวเมือง ทรงครองเมืองเชียงใหม่จนถึงปีพุทธศักราช 2358 ก็ทรงถึงแก่พิราลัย พระชนมายุได้ 74 พรรษา ทรงเป็นต้นตระกูลเจ้าเจ็ดตน ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานนามสกุลเป็น ณ เชียงใหม่ ณ ลำพูนและ ณ ลำปาง

สำหรับประวัติของมณฑลทหารบกที่ 33   พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงเข้าตีเมืองเชียงใหม่ โดยมีพระยากาวิละเป็นกองทัพหน้า ขับไล่พม่าข้าศึกออกจากเมืองเชียงใหม่ได้สำเร็จ เมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2317 และทรงปกครองเมืองเชียงใหม่แบบประเทศราช สืบมาจนถึง พ.ศ. 2435 รวมเวลา 118 ปี          ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกาศให้อาณาจักรล้านนาไทยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร มีชื่อว่า “มณฑลพายัพ” เมื่อ พ.ศ. 2436 กองทัพบกจึงได้ส่งหน่วยทหารมาประจำที่เชียงใหม่ 1 กองร้อย โดยมี ร้อยโท ทองคำ  ภูมิประภาส เป็นผู้บังคับกองร้อยมีชื่อว่า กองทหารเชียงใหม่  มีที่ตั้งอยู่ที่บริเวณวัดชัยศรีภูมิ อ.เมือง จังหวัดเชียงใหม่ ในปัจจุบัน

หลังจากจอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ปราบกบฏเงี้ยวพ่ายแพ้แล้ว เมื่อ พ.ศ.2446 จึงขยายกำลังทหารโดยย้าย กรมทหารราบที่ 8 ซึ่งเดิมอยู่มณฑลนครราชสีมา มาประจำมณฑลพายัพเชียงใหม่ และขยายกำลังเป็น “กรมบัญชาการมณฑลพายัพตะวันตก” แล้วย้ายหน่วยทหารเข้ามา ที่ค่ายกาวิละปัจจุบันซึ่งเป็นที่ดินของ นายอากร เต็กกิมเซ่งหลี มอบให้กองทัพบก และต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “พระโสภณเพ็ชร์รัตน์”

พ.ศ. 2448 ได้เปลี่ยนชื่อหน่วยใหม่ โดยยุบกรมบัญชาการทหารบกตะวันออก, ตะวันตก เป็นกรมบัญชาการทหารพายัพเชียงใหม่แห่งเดียว ในเดือน มกราคม ปีเดียวกันนั้นเอง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ขณะดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระยุพราช ได้ทรงเสด็จเชียงใหม่เยี่ยมค่ายทหารกาวิละ และทรงรับตำแหน่งเป็นผู้บังคับการพิเศษ

พ.ศ. 2451 กองทัพบกได้ตั้งหน่วยกำลังรบขึ้นเป็น กองพลที่ 8  ขึ้นตรงต่อกรมยุทธนาธิการ โดยที่ตั้งอยู่ ณ ค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่

พ.ศ.2454 กองพลที่ 8 ได้เปลี่ยนไปขึ้นกับ กองทัพที่ 2 พิษณุโลก โดยผู้บัญชาการกองพลที่ 8 ได้อัตรา พลตรี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2455 ซึ่งมีพระยาพิพิธเดชะเป็นผู้บัญชาการคนแรก          พ.ศ. 2457 กองทัพบกมีคำสั่งให้ ผู้บัญชาการกองพลที่ 8 เป็นผู้บัญชาการทหารมณฑลพายัพ อีกตำแหน่งหนึ่ง

พ.ศ.2458 เดือนธันวาคม พลเอกกรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ ขณะดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบก ได้เสด็จเยี่ยมหน่วยทหารค่ายกาวิละ       พ.ศ.2461 กระทรวงกลาโหม ได้ออกคำสั่งสำหรับทหารบก เรื่องกำหนดเขตและ            ชื่อมณฑลทหารบก และจังหวัดทหารบก ที่ 223/28254 ลง 22 มี.ค.2461 ให้มณฑลทหารบกพายัพ มีเขตพื้นที่ตรงกับเขตมณฑลพายัพ โดยมีจังหวัดทหารบกขึ้นอยู่คือ  จังหวัดทหารบกเชียงใหม่ ลำพูน มีเขตขึ้นตรงกับเขตจังหวัดเชียงใหม่และลำพูนรวมกัน จังหวัดทหารบกเชียงราย มีเขตตรงกับจังหวัดเชียงราย

ดังนั้นจึงถือเอาวันที่ 22 มีนาคมของทุกปีเป็นวันสถาปนามณฑลทหารบกที่ 33 ตั้งแต่บัดนั้นจนกระทั่งปัจจุบันผ่านมา 100 ปีให้ยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติของเจ้าของค่าคือพระเจ้ากาวิละ จึงได้จัดสร้างรูปหล่อพระเจ้ากาวิละ โดยถอดแบบจากอนุสาวรีย์พระเจ้ากาวิละรูปทรงประทับยืน ขนาดความสูง 33 เซนติเมตรสร้างจำนวนทั้งสิ้น 2,000 องค์และได้จัดสร้างเหรียญที่ระลึก 00 ปีเพื่อให้กำลังพล ครอบครัวและประชาชนทั่วไปได้เก็บไว้บูชาระลึกถึงพระองค์ท่าน เป็นการเทิดพระเกียรติให้อนุชนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงคุณค่าและวีรกรรมของพระองค่านที่สร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมืองสืบต่อไป

สำหรับพระสงฆ์ผู้วิทยาธิคุณและเมตตาธิคุณอธิษฐานจิตได้แก่ พระพรหมมงคล(หลวงปู่ทอง) วัดพระธาตุศรีจอมทอง หลวงปู่อุ่น วัดโรงวัว พระเทพปริยัติ วัดเจ็ดยอด ครูบาเสาร์ห้า วัดอุดมศรีสุข ครูบาน้อย วัดศรีดอนมูล สารภี ครูบาจันทรังสี วัดกู่เต้าและครูบาอานันท์ วัดดอนจั่น สำหรับผู้สนใจบูชาจะมีรูปหล่อพระเจ้ากาวิละ ครบรอบ 100 ปีสูง 12.9 นิ้วฐานกว้าง 5 นิ้ว รูปหล่อสูง 3.9 เซนติเมตรกว้าง 2.6 ซม.และรูปหล่อสูง 3.9 ซม.กว้าง 2.6 ซม. รวมทั้งเหรียญเนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อนวโลหะและเนื้อทองแดง.

You may also like

บสย. จัดกิจกรรม TCG Stakeholders’ Day 2026 ชื่นชมบทบาท บสย. มุ่งมั่นสู่ “ผู้สร้างโอกาส” ให้ SMEs ไทย

จำนวนผู้