“MUJI”ฉลองเปิดสาขาใหม่ แฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในภาคเหนือและใหญ่ที่สุดในประเทศไทยขนสินค้ามากกว่า 3 พันรายการที่เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

“MUJI”ฉลองเปิดสาขาใหม่ แฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในภาคเหนือและใหญ่ที่สุดในประเทศไทยขนสินค้ามากกว่า 3 พันรายการที่เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

- in headline, เศรษฐกิจ

                MUJI”แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่น ฉลองเปิดสาขาใหม่ แฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในภาคเหนือและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  1 ธ.ค.นี้ บนพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร ครบครันด้วยสินค้าสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันครอบคลุมทุกหมวดหมู่ของการใช้ชีวิต มากกว่า 3,000 รายการ คุณภาพมาตรฐานระดับญี่ปุ่น ในราคาที่จับต้องได้ ที่ชั้น 1 เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

เมื่อวันที่ 30 พ.ย.66  ที่ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต MUJI (มูจิ) แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่น เปิดรอบสื่อมวลชน  ก่อนที่จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม 2566 นี้ นายอกิฮิโร่ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า MUJI สาขาเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ถือเป็นสาขาที่สำคัญสำหรับมูจิ ประเทศไทย เนื่องจาก MUJI ได้ตอกย้ำพันธกิจหลักของแบรนด์ที่ได้ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง คือ “การร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่น” และการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง“ผู้คนกับผู้คน” “ผู้คนกับธรรมชาติ” และ “ผู้คนกับสังคม”

เพื่อให้บรรลุแนวคิดนี้และส่งต่อแนวคิดไปยังชาวเชียงใหม่และภูมิภาค MUJI จึงได้ร่วมมือกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากรทางปัญญา คำแนะนำ และเป็นสื่อกลางในการเชื่อมต่อระหว่าง MUJI กับชุมชนท้องถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดอื่น ๆ ในภาคเหนือ ทั้งนี้ MUJI จะได้มีโอกาสเข้าไปทำกิจกรรมร่วมกับวิสาหกิจชุมชน เพื่อช่วยเหลือ แก้ปัญหา และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า หรือวัตถุดิบท้องถิ่น เสมือนเป็นอีกหนึ่งช่องทางเพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สนับสนุนรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับจังหวัดเชียงใหม่และภูมิภาค

การร่วมมือกันในครั้งนี้ เปิดตัวด้วยโครงการ Found MUJI THAILAND ที่ MUJI ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน เพื่อนำมาวางจำหน่ายในร้าน MUJI สาขานี้โดยเฉพาะ ออกแบบโดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จากแนวคิดดั้งเดิมของวิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาล้านนา พร้อมกับเลือกใช้วัสดุพื้นถิ่นตามธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่ รวมถึงยังได้ร่วมมือพัฒนาผลิตภัณฑ์กับโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ท้องถิ่น และชุมชนบ้านเชียงขาง อ.สารภี จังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย สินค้าที่จะนำมาจำหน่าย อาทิ เฟอร์นิเจอร์จากไม้ไผ่ และจานชามไผ่ขด ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “เครื่องเขิน” งานหัตถศิลป์ของชาวล้านนาที่ปรับแต่งวัสดุพื้นถิ่นให้เป็นสิ่งของเครื่องใช้ที่วิจิตรงดงามและทรงคุณค่า สินค้าทั้งหมดมีจำหน่ายที่โซน Found MUJI Thailand เฉพาะที่ MUJI เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ตเท่านั้น

“เพื่อตอบโจทย์การเป็นคอมมูนิตี้ศูนย์กลางการใช้ชีวิตของผู้คนในพื้นที่นั้น ๆ รวมถึงให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติได้สัมผัสถึงกลิ่นอายของภาคเหนือ MUJI สาขานี้ จึงได้มีพื้นที่ Community Market หรือตลาดนัดมูจิ เป็นสาขาแรก เพื่อให้ร้านค้าท้องถิ่นได้เข้ามาจำหน่ายสินค้าประเภทแฮนด์เมด อาหารพื้นเมือง ผัก และผลไม้เกษตรอินทรีย์ และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอื่น ๆ ให้กับลูกค้า MUJI ภายในร้าน โดยจะหมุนเวียนร้านค้าเป็นประจำทุกเดือน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ร้านค้ารายย่อย และให้ลูกค้า MUJI ได้เลือกชมสินค้าที่น่าสนใจและหลากหลาย และเพื่อสานต่อในแนวคิดของการเป็นแบรนด์ที่ยั่งยืน (Sustainable Brand)”กรรมการผู้จัดการ บ.มูจิ รีเทล(ประเทศไทย) กล่าวและว่า

ที่ MUJI สาขานี้ ยังมีวางจำหน่ายสินค้าจากแบรนด์ Normal Refill ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแบบรีฟิล ทำจากธรรมชาติด้วยส่วนผสมหลักจากผลมะคำดีควาย ที่ทางแบรนด์ Normal Refill ได้เลือกใช้ผลมะคำดีควายที่เก็บเกี่ยวตามฤดูกาล จากต้นมะคำดีควายที่เติบโตตามธรรมชาติในหุบเขา โดยชาวปกาเกอะญอ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับพืชท้องถิ่นและช่วยสร้างรายได้กลับสู่ชุมชนอย่างแท้จริง ในอนาคตเรามีแผนที่จะร่วมมือกับบริษัทท้องถิ่นและภาคชุมชนอื่นๆ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกับคนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

นายอกิฮิโร่ กล่าวต่อไปอีกว่า MUJI ต้องการที่จะให้ชาวเชียงใหม่ได้รู้จักแนวคิดของแบรนด์ MUJI อย่างแท้จริง จึงได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ Everyday Contem (หัตถกรรมร่วมรุ่น: จากภูมิปัญญาเชิงช่างสู่คุณค่าร่วมสมัย) ที่จัดขึ้นโดย Creative Economy Agency (CEA) หรือสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยนิทรรศการนี้อยู่ภายใต้เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2023 หรือ Chiang Mai Design Week 2023 นิทรรศการบอกเล่าถึงแนวทางการพัฒนาหัตถกรรมพื้นบ้านของภาคเหนือให้มีความยั่งยืนและร่วมสมัย สอดรับไปกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ผ่านการหากระบวนการสร้างสรรค์ร่วมกันระหว่างนักสร้างสรรค์คืนถิ่นรุ่นใหม่ (homecoming creators) กับช่างฝีมือ หรือ “สล่า” ผู้สืบสานทักษะเชิงช่างดั้งเดิม

นอกจากนี้ นิทรรศการยังพาย้อนกลับไปสำรวจปรัชญาในการสร้างสรรค์งานหัตถกรรมญี่ปุ่นในอดีต ดินแดนที่ประสบความสำเร็จในการต่อยอดรากเหง้าทางศิลปวัฒนธรรมสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่ยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นแนวคิด “MINGEI” (มิงเก) ที่มองความงามของงานหัตถกรรมผ่านประสบการณ์ร่วมระหว่างผู้ใช้งานและวัตถุ “MINGU” (มิงกู) หัตถกรรมเครื่องใช้ไม้สอยที่สะท้อนความเรียบง่ายและการเชื่อมโยงกับวิถีชีวิต ธรรมชาติ และชุมชน รวมถึงการประยุกต์และต่อยอดแนวคิดทั้งสองสู่ “MUJI” (มูจิ) แบรนด์สินค้าในชีวิตประจำวันที่ครองใจคนทั้งโลก ทั้งนี้ MUJI ยังได้นำสินค้าที่เป็นที่นิยมมาจนถึงปัจจุบันไปจัดแสดงในโซนที่บอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ เช่น ชุดอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้าน, กระเป๋าเดินทาง, ผ้าขนหนู, เสื้อหนาว, กล่องเก็บของอเนกประสงค์ และอื่น ๆ โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ Everyday Contem (หัตถกรรมร่วมรุ่น: จากภูมิปัญญาเชิงช่างสู่คุณค่าร่วมสมัย) ได้ฟรี ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2566 – 31 มีนาคม 2567 ที่ห้องแกลอรี ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ เชียงใหม่ (TCDC Chiang Mai)

นอกจากนี้ ยังมี Service Counter ครั้งแรก ที่รวมบริการยอดนิยมจากมูจิ อย่าง Embroidery Service บริการปักผ้า ที่สามารถนำสินค้าของ MUJI ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หมวก กระเป๋า ถุงเท้า สนีกเกอร์ มาปักตัวอักษร หรือลวดลายการ์ตูนที่มีให้เลือกกว่า 200 ลาย และเปิดตัวบริการใหม่ Screen-Printing Service บริการพิมพ์ลายสกรีนลงบนสินค้า MUJI (เฉพาะเสื้อผ้าและกระเป๋าผ้าเท่านั้น) และที่พิเศษสุดๆ ที่มีที่ MUJI สาขานี้ที่เดียว คือในบริการทั้ง 2 แบบ ลูกค้าสามารถนำลายที่ตัวเองออกแบบหรือชื่นชอบ มาใช้บริการปัก หรือพิมพ์ลายสกรีนได้อีกด้วย

เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ MUJI ยังมียังมีจุดบริการ CHIANG MAI to GO Maps แผนที่จังหวัดเชียงใหม่ขนาดใหญ่เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวและแลนด์มาร์คที่ต้องไปในจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงสามารถเขียนแนะนำสถานที่โปรดของตนเองได้อีกด้วย นอกจากนี้ MUJI ยังได้ร่วมมือกับ Anywheel บริการเช่าจักรยาน ผ่าน Application ตั้งจุดบริการเช่าและจอดจักรยานภายในร้าน MUJI สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจขี่จักรยานเที่ยวในตัวเมือง หรือนำจักรยานมาคืนที่จุดจอดที่ MUJI เนื่องจากใกล้กับสนามบินนานาชาติ จังหวัดเชียงใหม่

MUJI (มูจิ) แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่น ที่ครองใจคนไทยสายมินิมัลลิสท์มาอย่างยาวนาน เปิดสาขาใหม่ สาขาที่ 32 ของประเทศไทย ถือเป็นแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในภาคเหนือและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต บนพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร ครบครันด้วยสินค้าสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันของ MUJI ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เครื่องใช้ในบ้านหลากหลาย เครื่องครัว อุปกรณ์จัดระเบียบ เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม ขนมและอาหารสำเร็จรูป และอื่นๆ อีกมากมายครอบคลุมทุกหมวดหมู่ของการใช้ชีวิต มากกว่า 3,000 รายการ คุณภาพมาตรฐานระดับญี่ปุ่น ในราคาที่จับต้องได้ พร้อมไฮไลท์ MUJI Coffee Corner (มุมกาแฟ) หรือคาเฟ่มูจิ พบกับเครื่องดื่มราคาเบา ๆ เริ่มต้นที่ 60 บาท พร้อมเบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่นมากกว่า 20 รายการ พิเศษกับโซนสินค้าและบริการรูปแบบใหม่ และเปิดตัวขนมนำเข้าญี่ปุ่นหลากหลายแบรนด์กว่า 150 รายการ ที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม 2566 เป็นต้นไป ที่ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต.

 

You may also like

อช.ผาแดงแจ้งความดำเนินคดีชายชราวัย 70 ปี ยอมรับจุดไฟเผาพื้นที่สวนแต่ลามเข้าป่าขยายวงกว้าง

จำนวนผู้