“สำรับชาติพันธุ์ สีสันแห่งล้านนา”กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวกลุ่มภาคเหนือตอนบน1

“สำรับชาติพันธุ์ สีสันแห่งล้านนา”กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวกลุ่มภาคเหนือตอนบน1

สำรับชาติพันธุ์ สีสันแห่งล้านนา”กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารชาติพันธุ์ล้านนาเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยว ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน

เสน่ห์ของภาคเหนือตอนบนนอกจากธรรมชาติที่สวยงาม อากาศดี ผู้คนโอบอ้อมอารีย์ มีไมตรีจิตแล้ว ความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรมก็เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดให้ผู้คนให้มาเยี่ยมเยือนและสัมผัส เฉกเช่นเดียวกับวิถีชีวิตและอาหารที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชาติพันธุ์ในแต่ละพื้นที่ ก็เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดและลิ้มลอง สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่  ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารชาติพันธุ์ล้านนาเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยว ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1(เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน)ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชาติพันธุ์ สีสันแห่งล้านนา 1 ประจำปีงบประมาณ 2569 ระหว่างวันที่ 26-28 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา

ชุมชนบ้านแม่ก๊ะเปียง เป็นชุมชนชาวปกาเกอะญอ(กะเหรี่ยง)ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ตั้งอยู่ในเขตต.สะลวง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียงแค่ 1 ชั่วโมง เป็นชุมชนที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติใช้ชีวิตกับแบบเรียบง่ายด้วยวิถีชีวิตดั้งเดิม ยังชีพด้วยวิถีเกษตร อะโวคาโด เงาะ ลิ้นจี่ กาแฟและนาขั้นบันไดที่ปลูกข้าวไว้กิน

ที่ชุมชนบ้านแม่ก๊ะเปียงมีการอนุรักษ์ขนมโบราณอย่างข้าวปุกงา ที่มักจะทำขึ้นตามฤดูกาลหรือในงานประเพณีท้องถิ่นของชาวเหนือ แต่วิธีทำจะต่างจากคนพื้นเมืองที่เอาข้าวเหนียวนึ่งคลุกกับงาขี้ม่อนโขลก(ตำ)กับเกลือคลุกข้าว แต่ที่นี่จะนำข้าวเหนียวนึ่งไปตำผสมกับงาให้ละเอียดจนไม่เห็นเม็ดข้าวแต่จะมีความหนืดและหอมกลิ่นงาคั่ว บางคนก็กินแบบนี้เพราะเติมเกลือกับงาคั่วไปแล้ว แต่ถ้าเอาไปจิ้มนมข้นหวานก็จะได้รสชาดอีกแบบหนึ่ง

จากเชียงใหม่ขับรถล่องไปแม่ฮ่องสอนแวะกราบพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของที่นี่ วัดหัววียงมีความโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบไทใหญ่ที่งดงาม และเป็นเอกลักษณ์โดยมีไฮไลต์สำคัญคือวิหารพระเจ้าพาราละแข่ง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปจำลองแบบเดียวกับที่มัณฑะเลย์ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่คนแม่ฮ่องสอนเคารพสักการะมาช้านาน

จากนั้นก็นั่งรถไฟฟ้าเดินทางสู่ชุมชนบ้านผาบ่อง ถ่ายรูปกับทิวทัศน์สวยๆงามกับสะพานข้าว 9 เพื่อสุข เป็นสะพานไม้ไผ่ทอดยาวกลางทุ่งนาที่โอบล้อมด้วยภูเขาและหมอกฝน สร้างขึ้นจากความร่วมมือของชาวบ้านเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรมและวัฒนธรรมที่โดดเด่นของชุมชน ทำให้บรรยากาศยามบ่ายสดชื่นยิ่งนัก จากนั้นก็ไปเยี่ยมชมการตอกลายแผ่นโลหะ ซึ่งการตอกลายแผ่นโลหะหรือที่เรยกว่าตอกลายปานซอยเป็นหัตถศิลป์ที่ทรงคุณค่าสะท้อนศรัทธาของชาวไทใหญ่ เป็นการทำฉลุลวดลายลงบนแผ่นโหละสังกะสีแต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนวัสดุเป็นอะลูมิเนียมเพราะสังกะสีจะมีความคมทำให้เกิดบาดแผลได้ง่าย การทำฉลุลวดลายจะใช้สิ่วและค้อนเป็นงานทำมือที่ต้องอาศัยความชำนาญและประณีตของช่าง เนื่องจากเป็นงานหัตถกรรมชั้นสูงและปัจจุบันก็หลงเหลือช่างไม่มากแล้ว แต่ที่นี่ก็พยายามรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้ มีการถ่ายทอดให้กับเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาได้ศึกษาเรียนรู้และรักษาไว้

นอกจากนี้ที่ชุมชนผาบ่องแห่งนี้ยังได้เรียนรู้และลิ้มลองการทำขนมพื้นถิ่นอย่างขนมอาละหว่าและขนมเป็งม้ง ซึ่งเป็นขนมของชาติพันธุ์ไทใหญ่ ทำมาจากแป้งข้าวเจ้าผสมกะทิและน้ำตาลอ้อยเป็นถขนมพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อของแม่ฮ่องสอนรับรองว่าใครได้ลิ้มลองแล้วเป็นต้องติดใจ รสชาติและความละมุนก็คล้ายขนมที่คนเมืองฮิตกันอย่างหยกสด แต่อาละหว่าและเป็งม้งเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม หวานมันจะได้กลิ่นหอมของมะพร้าวที่ลนไฟ (ถ้านึกภาพไม่ออกจะบอกว่าวิธีทำคล้ายเค้กหน้าไหม้นั่นแหละ) นิยมรับประทานคู่กับน้ำชาทั้งยามเช้าและยามบ่าย

ตอนเย็นแวะที่“กาดซอกจ่าผาบ่อง” เปิดให้บริการทุกวันศุกร์ เสาร์และวันอาทิตย์ตั้งแต่เวลา 15.00 นถึง 19.00 น ช่วงเวลาที่เหมาะสมมีแม่ค้ามาวางอาหารครบ 16.00-18.00.น. “กาดซอกจ่า” ซึ่ง “ซอกจ่า” แปลว่า “วันศุกร์” ในภาษาไทใหญ่ แรกๆ กาดซอกจ่าจะเปิดบริการขายของเฉพาะวันศุกร์ แต่ต่อมาได้มีการเรียกร้องทั้งแม่ค้าพ่อค้าและลูกค้า จึงได้มีการเพิ่มวันขายของอีก 1 วัน คือวันเสาร์ จากนั้น เพิ่มวันขายของอีกครั้ง ปัจจุบัน กาดซอกจ่า จึงเปิดบริการขายของ 3 วัน คือ วันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ สินค้าที่ขาย หลักๆ ก็จะเป็น อาหารไทใหญ่ ผัก พืชผลทางการเกษตรของชาวบ้าน

ปิดท้ายการเดินทางเยือนแม่ฮ่องสอนวันแรกที่โครงการชลประทานแม่ฮ่องสอน ที่รับผิดชอบบริหารจัดการและพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ รวมถึงการป้องกันอุทกภัยและจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคของประชาชน

เช้าวันที่ 2 เราออกไปสัมผัสบรรยากาศยามเช้าที่ถนนคนดริปริมหนองจองคำ ลิ้มลองกาแฟจากเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นที่คัดพิเศษจากฝีมือคนในพื้นที่ แล้วขึ้นไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดพระธาตุดอยกองมู ดูทัศนียภาพเมืองสามหมอกในมุมสูง ก่อนที่จะไปหาซื้อของฝากจากร้านจำหน่ายสินค้าชุมชนที่เฮอดกอเหลียว(ทำคนเดียว) แล้วเดินทางต่อไปยังชุมชนบ้านจาโบ่ อำเภอปางมะผ้ากินก๋วยเตี๋ยวห้อยขาที่ไม่ธรรมดาก่อนจะเดินไปเยี่ยมชมชุมชนและทำอาหารพื้นถิ่นอย่างน้ำพริกรากชูกับข้ามต้มมัด ที่ทำให้ได้ลิ้มลองของอร่อยและต้องพกกลับด้วย แม้ว่าจะทานมื้อค่ำที่ร้านอาหารชุมชนจีนยูนนานและเดินเที่ยวถนนคนเดินปายก็ตาม

วันที่ 3 ของทริปที่อำเภอปายใครที่อยากสัมผัสอากาศยามเช้าและดูพระอาทิตย์ขึ้น แนะนำให้ไปที่จุดชมวิวหยุนไหล เพราะเป็นจุดที่มองเห็นทิวเขาและตัวเมืองปายได้อย่างสวยงาม มาปายอย่าพลาดมาเที่ยวที่ชุมชนบ้านแพบก ซึ่งเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนรรมและเกษตรกรรมของชาวไทใหญ่ ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ”เที่ยวชุมชน ยลวิถี”มีความโดดเด่นด้วยทัศนียภาพกลางหุบเขาและสะพานบุญไม้ไผ่ที่ทอดยาวผ่านทุ่งนา ได้ทดลองทำน้ำพริกคั่วทรายที่เป็นอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อของชุมชนไทใหญ่บ้านแพบก มีเอกลัษณ์ด้วยเนื้อสัมผัสร่วนกรุบคล้ายเม็ดทราย แต่รสชาติเผ็ดร้อนหอมกระเทียมเจียวและใช้ถั่วเน่าหรือถั่วเหลืองหมักมาเป็นส่วนประกอบสำคัญ ทานคู่กับข้าวส้ม ซึ่งก็เป็นข้าวหุงสุกที่เอามาคลุกกับมะเขือเทศปรุงสุกปรุงรสด้วยกระเทียม ถั่วเหลือง งาและถั่วเน่าซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทใหญ่แต่คนทั่วไปรับประทานแล้วติดใจแน่นอน

ในวันที่เหนื่อยล้าและอยากชาร์จพลังให้กับร่างกาย อยากให้คุณได้มาสัมผัสกับวิถีชีวิตท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยบรรยากาศของขุนเขา เติมความสดชื่นให้กับใจและกายจากธรรมชาติ อิ่มเอิบใจในมิตรไมตรีของคนในพื้นที่ ลองลิ้มลองอาหารพื้นถิ่นที่ดูเหมือนธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา แล้วคุณจะรู้ว่าในห้วงเวลาหนึ่งที่เราอยากพักเพื่อเติมพลังให้กับร่างกายของตนเอง ลองเปิดใจใช้ชีวิตกับวิถีที่คนในพื้นที่ได้ใช้กันมันทำให้เกิดพลังอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก.

You may also like

สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา เชียงใหม่ จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปี แห่งการประกาศอิสรภาพ

จำนวนผู้