“สุชาติ”เล็งของบฯกลางมาขับเคลื่อนการสำรวจและปักหมุดออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้กับราษฎรในเขตป่ากว่า 1 ล้านรายทั่วประเทศ

“สุชาติ”เล็งของบฯกลางมาขับเคลื่อนการสำรวจและปักหมุดออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้กับราษฎรในเขตป่ากว่า 1 ล้านรายทั่วประเทศ

“สุชาติ”เล็งของบฯกลางมาขับเคลื่อน เผยจะอ้อนนายกฯ”อนุทิน”ร่วมลงพื้นที่หวังเดินหน้ามอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้กับราษฎรในเขตป่า หลังถูกตัดงบประมาณหวั่นทำให้แผน 1 ล้านรายกว่า 20 ล้านไร่ทั่วประเทศสะดุด

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.69 ที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) นายสุชาติ  ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ภายหลังมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ อส.12 ก.และอส.12 ข.ให้แก่ราษฎรที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.)ครั้งที่ 1/2569 ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16(เชียงใหม่)รวม 8 ป่าอนุรักษ์ ซึ่งมีราษฎรได้รับสิทธิ์รวม 1,594 ราย 2,121 แปลง เนื้อที่รวม 7,704.56 ไร่ว่า การดำเนินการครั้งนี้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกอบจ.เชียงใหม่ที่สนับสนุนงบประมาณเกือบ 20 ล้านบาทในการสำรวจ และปักหมุด ซึ่งนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯได้ลงนามMOUกับอบจ.เชียงใหม่ไปก่อนหน้านั้น

“สำหรับหนังสือรับรองการทำประโยชน์อส.12ก.และ12 ข.นี้เป็นการยืนยันสิทธิการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งในประเทศไทยยังเหลืออีกกว่า 1 ล้านราย แม้เป็นเรื่องที่กรมอุทยานฯขับเคลื่อนมานานแต่ก็ยังขาดแคลนงบประมาณเพราะหากจะดำเนินการให้แล้วเสร็จต้องใช้เงินถึง 700 ล้านบาทแต่เนื่องจากงบประมาณแผ่นดินมีความจำเป็นต้องนำไปใช้ขับเคลื่อนในหลากหลายด้าน จึงทำให้เรื่องนี้สะสมมายาวนาน แม้ค่าดำเนินการในการสำรวจและปักหมุดเฉลี่ยแล้วจะใช้เงินประมาณ 187 บาทต่อราย แต่หากภาครัฐบอกว่าหากประชาชนอยากได้สิทธิ์เร็วขึ้น ให้ออกเงินก่อน ก็จะถูกตำหนิว่ารัฐผลักภาระมาให้ประชาชน ตอนนี้มีอบจ.เชียงใหม่ที่นำร่องดำเนินการก่อน ซึ่งถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี เพราะวันนี้นายกอบจ.เชียงใหม่,ส.ส.เชียงใหม่เขต 5 ผมและเจ้าหน้าที่ของกรมฯซึ่งก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือเพื่อประชาชนเราไม่ได้มองเรื่องการเมืองเลย”นายสุชาติ กล่าวและว่า

ในครั้งนี้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สามารถดำเนินการแล้ว 8 พื้นที่คือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ้านโฮ่งซึ่งเป็นพื้นีที่คาบเกี่ยวเชียงใหม่และลำพูน,เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่เลา-แม่แสะ,เขตรักษาพันธูสัตว์ป่าอมก๋อย,อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย,อุทยานแห่งชาติออบหลวง อุทยานแห่งชาติศรีลานนาและอุทยานแห่งชาติผาแดง แต่ก็ยังเหลือพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติของกรมป่าไม้ซึ่งเป็นที่คทช.อีก วันนี้ก็มีคนมายื่นหนังสือกับตนว่าขอให้เร่งสำรวจและปักหมุด ซึ่งผมก็บอกไปแล้วว่าต้องดำเนินการตามขั้นตอนและตามงบประมาณที่ได้รับสนับสนุนมา

รัฐมนตรีว่าการกระทวงทรัพย์ฯ กล่าวอีกว่า ตนจะนำเรื่องเสนอนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจจะต้องของบกลางมาดำเนินการ เพราะงบฯปี70 กระทรวงทรัพย์ฯถูกตัดลดงบประมาณไป 5-7% เช่นเดียวกับกระทรวงอื่นๆ ที่น่ากังวลก็คือเรื่องของการตรวจสอบสิทธิ์ที่เป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนานนี่แหละ โดยกระทรวงฯได้นำเรื่องนี้เข้าครม.เพื่อที่จะดำเนินการในพื้นที่ประมาณ 12.5  ล้านไร่ มีประชาชนทำกินในเขตป่าสงวนแห่งชาติซึ่งเป็นที่คทช.ที่กรมป่าไม้ดูแล และของกรมอุทยานฯ4-5 แสนราย รวมทั้ง 2 กรมประมาณ 20 ล้านไร่ซึ่งถูกตัดงบประมาณไปหมด ผมจะเชิญท่านนายกรัฐมนตรีมาลงพื้นที่ด้วย เราก็พยายามที่จะทำทุกอย่างให้คนอยู่กับป่าได้ อย่างที่อุตรดิตถ์ก็เช่นเดียวกันที่ย้ายคนออกจากพื้นที่สร้างเขื่อนซึ่งภายใน 2 เดือนนี้ก็จะเร่งให้จบเช่นเดียวกัน

นายสุชาติ กล่าวด้วยว่า วันนี้ได้พบปะ พูดคุยแลกเปลี่ยนและรับฟังปัญหาจากชาวบ้านในพื้นที่ที่ยังติดขัดเรื่องสาธารณูปโภค ก็จะประสานและจะหาโอกาสลงพื้นที่อีกครั้ง อย่างไรก็ตามวันนี้ก็ได้ฝากพี่น้องประชาชนไปแล้วว่าขอให้ช่วยกันรักษา ดูแลผืนป่า และไฟป่าให้ดี เพราะปีนี้ต้องยอมรับว่าไฟป่าเกิดขึ้นมากและก็เหนื่อยกันทุกฝ่ายที่ต้องไล่ดับไฟต่อไปก็ขอให้ประชาชนช่วยกันดูแลร่วมกับภาครัฐเพื่อทรัพยากรป่าไม้ของเรา.

You may also like

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองเหนือ จัดงาน “เกษตรเมืองเหนือ 2569” ยกร้านเด็ดสินค้าเกษตรปลอดภัย 3. จังหวัด มาให้เลือกจุใจ ณ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต 25-29 ก.ค. นี้!

จำนวนผู้