มองแวดบ้าน # ep:1
ปธน.-ผบ.กอทูเล ไม่ติดใจไทยเยือนเมียนมา แต่ย้ำสันติภาพยังอีกยาวไกล เพราะเมียนมาขาดความจริงใจ ต้องการคุมทุกกลุ่มไว้ใต้อำนาจเผด็จการ ชี้ 5 ปีที่ผ่านมา กองกำลัง PDF-EAOs ทำงานเต็มที่ แม้ขาดอาวุธ-ความช่วยเหลือ ส่งผลให้ยังขับไล่รัฐบาลไม่สำเร็จ
พลเอก เนอดา เมียะ (Nerdah Bo Mya) ผู้บัญชาการกองทัพกอทูเล (Kawthoolei Army : KTLA) และประธานาธิบดีสาธารณรัฐกอทูเล เปิดเผยเกี่ยวกับมุมมองกรณีที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีไทยเดินทางไปเยี่ยมเมียนมาอย่างเป็นทางการที่กรุงเนปิดอว์ และเข้าพบพลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์ ที่เพิ่งได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี เพื่อกระชับความสัมพันธ์และหารือกันในหลายเรื่อง เมื่อวันที่ 21-22 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ว่า ยังไงก็ต้องคุยกันอยู่แล้ว ถือเป็นเรื่องปกติ
“ผมคิดว่าไทยคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งก็ต้องมีบ้าง แม้พม่าจะยังปฏิบัติไม่ได้แต่ไทยก็ต้องโชว์ว่าได้พยายามสร้างสันติภาพ ทั้งที่จริงไทยก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เหมือนกับว่าต้องรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไว้ก่อน ในฐานะที่เป็นเพื่อนบ้านกัน ผมรู้ว่าไทยเปิดใจข้างหนึ่ง และปิดใจไว้อีกข้างหนึ่งเพื่อที่จะทำให้ทั้งสองประเทศไปได้อย่างสงบสุข และเมียนมาเองก็มีวาระซ่อนเร้น อยากให้โลกเห็นว่ายังมีประชาธิปไตย เลยเลือกตั้งประธานาธิบดี ขณะที่ความเป็นจริงการสู้รบตามแนวชายแดนมีมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ” นายพล เนอดา กล่าว
และเชื่อว่าเผด็จการในเมียนมา ยังจะมีไปอีกนาน เพราะว่าประชาชนมีความคิดเห็นต่างกับรัฐบาล ไม่ชอบรัฐบาลเผด็จการที่โหดร้าย โดยเฉพาะเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในพื้นที่อาระกัน ถือเป็นการทำลายมนุษยชาติ ทำลายสิทธิมนุษยชนของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ขณะที่รัฐบาลเมียนมาก็ต้องการให้ทุกคนอยู่ใต้กฎหมายของเมียนมา สันติภาพที่เราหวังไว้จึงเกิดขึ้นไม่ได้ ต่างคนต่างมีมุมมองที่แตกต่างกันมาก ซ้ำข้างหลังของเมียนมาก็ยังมีประเทศมหาอำนาจหนุนเขาอยู่ กลุ่มหนุนเหล่านี้ได้เข้ามาลงทุนในเมียนมา และย่อมจะไม่ยอมเสียผลประโยชน์ทางธุรกิจอย่างแน่นอน
ที่ผ่านมา PDF (People’s Defence Force – กองกำลังพิทักษ์ประชาชน) และองค์กรติดอาวุธของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย (EAOs-Ethnic Armed Organizations) ได้ทำเต็มที่แล้ว แม้ว่า 5 ปีที่ผ่านมา จะยังขับไล่รัฐบาลเมียนมาไม่สำเร็จ นั่นเป็นเพราะขาดความช่วยเหลือ แม้จะมีความรู้แต่ขาดแคลนอาวุธยุทโธปกรณ์ที่จะใช้ต่อสู้ ตอนนี้ก็เลยยังมีการยิงกันอยู่ แถวใกล้แนวชายแดนแม่สอด พบพระ จ.ตาก ชาติพันธุ์ไม่ยอมแพ้ เมียนมาก็ยอมไม่ได้ ต่างฝ่ายจึงต่างขับเคลื่อนเพื่อเอาชนะศัตรู ดังนั้นสันติภาพตามแนวชายแดน แม้จะเป็นความหวัง ก็ยังอีกห่างไกล แต่ก็ต้องมีความหวังเพื่อให้สามารถต่อสู้ต่อไปได้
“สำหรับกรณีที่ถ้าเมียนมาจะปล่อยตัว อองซาน ซูจี ก็มั่นใจว่าเขายังมีไพ่ที่ซ่อนไว้ พอกระแสซา ก็จับตัวใหม่ ถ้าถูกนานาชาติ และสังคมโลกติเตียนมากเข้าก็ต้องปล่อย จับๆ ปล่อยๆ อยู่อย่างนี้ เมียนมาไม่มีความจริงใจ เพราะเขาคิดแบบเผด็จการ จึงต้องการมีอำนาจอยู่ในมือตลอด ถ้าปล่อยจริงๆ ก็กลัวว่าอำนาจประชาธิปไตยจะเหนือกว่า เป็นอยู่อย่างนี้มาหลายสมัยแล้ว และไม่ว่าอองซาน ซูจี จะถูกปล่อยตัวหรือไม่ ก็ไม่มีผลอะไรกับกลุ่มชาติพันธุ์ เพราะบางครั้งอองซาน ซูจี กับรัฐบาลเมียนมาก็เข้าใจกัน และจับมือกัน สร้างความเดือดร้อนต่อกลุ่มชาติพันธุ์ ทำให้อยู่ไม่ได้ ตายไม่เป็น ดังนั้นหากไม่มีทั้งรัฐบาลเผด็จการ และอองซาน ซูจี ก็น่าจะทำให้กลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงประเทศไทยสบายใจได้มากกว่า โดยจะเห็นได้ว่าเมื่อ 5 ปีก่อน ที่ไม่มีการยึดอำนาจทำรัฐประหาร กลุ่มชาติพันธุ์สามารถทำมาหากิน อยู่ได้อย่างปกติสุข” ผบ.กอทูเล กล่าวในตอนท้าย


ความเห็นล่าสุด