รวบหนุ่มเชียงดาวซื้อที่ป่าสงวนฯหวังปลูกขิงเจอข้อหาหนักทั้งพรบ.ป่าไม้ฯป่าสงวนฯครอบครองอาวุธและบุกรุกแผ้วถาง

รวบหนุ่มเชียงดาวซื้อที่ป่าสงวนฯหวังปลูกขิงเจอข้อหาหนักทั้งพรบ.ป่าไม้ฯป่าสงวนฯครอบครองอาวุธและบุกรุกแผ้วถาง

เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าฯพร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้และฝ่ายปกครองอำเภอแม่แตงร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจรบหนุ่มเชียงดาวคาแปลงปลูกขิงในพื้นที่ป่าสงวนฯแม่แตงเนื้อที่กว่า 13 ไร่ เจ้าตัวโชว์หลักฐานซื้อต่อจากเจ้าของเดิมในราคา 7 แสน เจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบอุปกรณ์ตัดไม้ทำลายป่า อาวุธปืนอีกหลายรายการแจ้งข้อกล่าวหาหนัก

เมื่อวันที่ 18 พ.ค.69 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.6 (ปางกว้าง) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป.1 (เชียงใหม่) เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่แตง เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ)และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ นำโดย พ.ต.ท. ประชัน พรมภา สว.สส.สภ.ป่าแป๋, ร.ต.อ.นเรศ ติคำ รอง สว.สส.สภ.ป่าแป๋,ด.ต.ชัยพิสิษฐ์ ทานันชัยสกุล ผบ.หมู่(ป.)สภ.ป่าแป๋, ส.ต.ต.ก้องภพ นิยมาศ ผบ.หมู่(คผศ.)สภ.ป่าแป๋, ส.ต.ต.ธีรศักดิ์ พูลลังกา  ผบ.หมู่(ผช.พงส.)สภ.ป่าแป๋ได้ร่วมกันจับกุม นายนพดล ยี่ปา อายุ 33 ปี ที่อยู่ 100 หมู่ที่ 11 ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับทำการตรวจยึดพื้นที่ป่าถูกบุกรุกขนาดพื้นที่ 13-0-09 ไร่ (สำหรับการประเมินมูลค่าความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมบางประการหลังการทำลายป่าไม้ เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งนั้นจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ผู้ผ่านการอบรมการคิดคำนวณค่าเสียหายบางประการหลังการบุกรุกทำลายป่าไม้ มาทำการประเมินค่าเสียหายของรัฐ ต่อไป) โดยมีของกลางที่พบอยู่ในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นของผู้ต้องหา จำนวน 21 รายการ พร้อมข้อกล่าวหาว่า 1.กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2485

– มาตรา 11  “ทำไม้ หรือเจาะ หรือสับ หรือเผา หรือกระทำการด้วยประการใด ๆ แก่ไม้หวงห้ามโดยมิได้รับอนุญาต”

– มาตรา ๕๔ ประกอบ ๗๒ ตรี “ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองโดยไม่ได้รับอนุญาต”

– มาตรา ๕๕ “เป็นผู้ครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น”

– มาตรา 64 ทวิ “ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดบรรดาเครื่องมือเครื่องใช้ สัตว์พาหนะยานพาหนะ หรือเครื่องจักรกลใด ๆ ที่บุคคลได้ใช้หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าได้ใช้ในการกระทำความผิด หรือเป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดตามมาตรา 11 มาตรา 48 มาตรา 54 หรือมาตรา 69 ไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ จนกว่าพนักงานอัยการสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีหรือจบกว่าคดีจะถึงที่สุด ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นของผู้กระทำความผิดหรือของผู้มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นผู้กระทำความผิดหรือไม่”

– มาตรา 74 ทวิ “บรรดาเครื่องมือ เครื่องใช้ สัตว์พาหนะ ยานพาหนะหรือเครื่องจักรกลใด ๆ ซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิด หรือได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดตามมาตรา 11 มาตรา 48 มาตรา 54 หรือมาตรา 69 ให้ริบเสียทั้งสิ้นไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่”

2.กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗

– มาตรา ๑๔ “ยึดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์  หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่”

  1. พระราชบัญญัติเลื่อยโซยนต์ พ.ศ. 2545

– มาตรา 4 ในฐานครอบครองเลื่อยโซ่ยนต์โดยไม่ได้รับอนุญาต

  1. พระราชบัญญัติ อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490

– ฐาน “มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”

  1. พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522

– ฐาน “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย”

  1. ประมวลกฎหมายอาญา

– มาตรา 86 ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด แม้ผู้กระทำความผิดจะมิได้รู้ถึงการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกนั้นก็ตาม ผู้นั้นเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดที่สนับสนุนนั้น

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 11.00 น. คณะพนักงานเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.6 (ปางกว้าง) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ออกตรวจลาดตระเวนในท้องที่ หมู่ที่ 1 บ้านป่ายางหนาด (หย่อมบ้านต้นลุง) ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่แตง เมื่อลาดตระเวนมาถึงบริเวณที่พิกัด 47 Q 470961 E 2109972 N สภาพพื้นที่พบเป็นพื้นที่ป่าถูกแผ้วถางเป็นวงกว้าง มีการตัดฟันต้นไม้จำนวนหลายต้น มีการใช้ไฟสุมเผาตอไม้ในพื้นที่ มีร่องรอยการชักลากไม้บางส่วนที่ถูกตัดฟันออกจากพื้นที่ และพบชาย 1 คน อยู่ในพื้นที่กำลังสะพายเครื่องตัดหญ้าตัดอยู่ในพื้นที่ คณะพนักงานเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและขอเข้าทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบปรากฎดังนี้

  1. คณะเจ้าหน้าที่ได้พบกับนายนพดล ยี่ปา อายุ 33 ปี ที่อยู่ 100 หมู่ที่ 11 ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ แสดงตนต่อคณะเจ้าหน้าที่และรับว่าตนเป็นเจ้าของแปลงที่ดินดังกล่าว โดยให้ถ้อยคำว่า ตนได้ซื้อที่ดินดังกล่าวมาจากบุคคลในพื้นที่ชื่อนายถนอม กะสิงห์โต ตามสัญญาซื้อขายที่ดินฉบับลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ในราคา 700,000 บาท (เจ็ดแสนบาทถ้วน) พร้อมมอบสำเนาหนังสือสัญญาซื้อขาย จำนวน 1 ฉบับ และสำเนาใบตอบรับ รับที่ 6849 วันที่ 5 สิงหาคม 2542 แก่คณะเจ้าหน้าที่
  2. ตรวจสอบพื้นที่บริเวณโดยรอบพบพื้นที่ป่าถูกบุกรุกแผ้วถางเป็นวงกว้าง มีการปรับไถพื้นที่ให้โล่งเตียน มีการตัดฟันต้นไม้จำนวนหลายต้น พบตอไม้พลวง เหียง และไม้ทะโล้จำนวนมากถูกตัดโค่นด้วยเลื่อยโซ่ยนต์ ตัดทอนเป็นท่อนๆ กระจายอยู่ในบริเวณพื้นที่ พบมีการใช้ไฟสุมเผาตอไม้ในพื้นที่ มีร่องรอยการชักลากไม้ เศษไม้ เศษวัชพืชบางส่วนที่ถูกตัดฟันดันไปทิ้งไว้ที่ขอบแปลงที่ดิน และพบการเตรียมพื้นที่เพาะปลูกพืชเชิงพาณิชย์ พื้นที่หน้าดินถูกพลิกและเกลี่ยไถพรวนพื้นที่ เพื่อทำเกษตรกรรม มีการขึงเชือกฟางสีแดงแบ่งแปลงชัดเจนเมื่อตรวจสอบภายในแปลงพบการปลูกเหง้าขิงลงในดินเต็มบริเวณพื้นที่ สอบถามนายนพดล ยี่ปา ให้การว่าตนทำการปรับพื้นที่เพื่อทำการปลูกขิง โดยตนได้พ่นสารเคมีกำจัดวัชพืชเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 โดยนายนพดล ได้ให้ถ้อยคำเพิ่มเติมต่อคณะเจ้าหน้าที่ว่า ไม้ที่ถูกตัดฟันในพื้นที่ตนไม่ได้เป็นคนตัดด้วยตนเอง คาดว่าน่าจะเป็นการดำเนินการของผู้ครอบครองเก่า
  3. ภายในพื้นที่พบสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านพักโครงสร้างเหล็ก จำนวน 1 หลัง และแผงโซล่าเซลล์ จำนวน 1 จุด และถังเก็บน้ำพลาสติกสีน้ำเงิน จำนวน 1 ถัง ต่อมาคณะเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบบริเวณบ้านพักโดยการนำตรวจของนายนพดล ยี่ป่า พบถังสารเคมี (ยากำจัดวัชพืช) มีพลาสติกสีขาวปกคลุมฝาถังไว้ บริเวณชั้นล่างของบ้านพบอุปกรณ์การเกษตรอาทิเช่น เครื่องพ่นยา เครื่องยนต์เบนซินพร้อมแท่นยก สายยางพร้อมหัวพ่น เครื่องตัดหญ้า เครื่องเจาะดินพร้อมหัวเจาะ จอบ ท่อน้ำ PVC จำนวนมาก เลื่อยโซ่ยนต์พร้อมแผ่นบังคับโซ่ สีส้ม หมายเลขเครื่อง RH 21010621 จำนวน 1 เครื่อง และพบกระสอบเหง้าขิง จำนวน 2 กระสอบ วางอยู่ภายในพื้นที่ชั้นล่าง โดยนายนพลดล ด้ให้ถ้อยคำว่าอุปกรณ์การเกษตรที่เห็นดังกล่าว ตนมีไว้ใช้สำหรับทำการเกษตรในพื้นที่ดังกล่าว

คณะเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นบริเวณชั้นบนของบ้าน พบกล่องคอนโทรลไฟฟ้า ACDC จำนวน 1 เครื่อง ต่อพ่วงกับแผงโซล่าเซลล์ที่อยู่ใกล้กับตัวบ้าน มีห้องจำนวน 2 ห้อง ถูกล็อคกุญแจไว้ คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ขอให้นายพนดล เปิดห้องเพื่อทำการตรวจสอบเมื่อเข้าไปในห้องที่ 1 มีสภาพเป็นห้องนอนมีเครื่องนอนพร้อมกลางมุ้งไว้ด้านมุมห้องพบอาวุธปืนตั้งอยู่ จากการตรวจสอบทราบว่าเป็นอาวุธปืนเดี่ยวลูกซอง (ยาว) ไม่มีหมายเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอก ใกล้กันพบกระเป๋าย่ามจำนวน 1 ใบ ตรวจสอบภายในกระเป๋าย่ามพบกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 3 นัด และเมื่อคณะเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบห้องที่ 2 มีสภาพเป็นห้องเก็บของจากการตรวจสอบพบอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .380 ไม่มีเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน ขนาด .380 จำนวน 34 นัด คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้เพื่อทำการตรวจสอบ จากการสอบถามนายนพดล า รับว่าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนดังกล่าว เป็นของตนเองและเป็นปืนที่ไม่มีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแต่อย่างใด

  1. คณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ได้เชิญตัวนายนพดล ไปดำเนินการตรวจสอบหาสารเสพติดในเบื้องต้น ผลการตรวจปรากฏว่า “Positive for Metamphetamine” ซึ่งหมายความว่าพบสารเสพติดอยู่ภายในร่างกาย
  2. คณะเจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องมือตรวจวัดค่าพิกัดทางภูมิศาสตร์โดยใช้สัญญาดาวเทียม (GPS) ระบบ UTM datum WGS 84 Zone 47 N ตรวจวัดหาค่าพิกัดรอบพื้นที่แปลงบุกรุก จำนวน 9 จุด จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่ได้ใช้โปรแกรมแผนที่คำนวณพื้นที่จากค่าพิกัด GPS คำนวณพื้นที่บุกรุกแผ้วถาง ยึดถือ ครอบครอง ได้จำนวนประมาณ 13-0-09 ไร่ ทั้งนี้พื้นที่ตำแหน่งแปลงบุกรุก อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่แตง ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 89 ตอนที่ 175 เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นป่าคงสภาพที่มีต้นไม้ขึ้นอยู่เป็นผืนป่า และเมื่อคณะเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลัง 3 ชั้นปี (ภาพถ่ายออร์โธสี ปี พ.ศ. 2545, ภาพถ่ายปี พ.ศ. 2557 และภาพถ่าย Google Earth) พบว่าพื้นที่เกิดเหตุมีสภาพเป็นป่ามาก่อนไม่เคยผ่านการใช้ประโยชน์ใดๆมาก่อน แต่สภาพปัจจุบันในวันที่เกิดเหตุพบว่าพื้นที่ได้ถูกแผ้วถางพื้นที่ป่าออกจนโล่งเตียน การกระทำดังกล่าวจึงเป็นความผิดต่อกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ที่มีโทษทางอาญา (รายละเอียดปรากฏตามแผนที่แนบท้ายบันทึกฉบับนี้)
  3. คณะเจ้าหน้าที่ร่วมกันพิจารณาแล้วเห็นว่า เจตนาในการทำสัญญาดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐานการซื้อขายที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ แม้ปัจจุบันกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้มิได้มีบทบัญญัติให้ผู้ขายที่ดินป่าสงวนแห่งชาติอันเป็นที่ดินของรัฐ ต้องร่วมรับผิดในการกระทำผิดข้อหาบุกรุกครอบครองป่าสงวนแห่งชาติ ตามมาตรา 14 ประกอบมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ร่วมกับผู้ซื้อที่ยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าสงวนก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาตาม มาตรา ๘๖ แห่งประมวลกฎหมายอาญา การกระทำของ นายถนอม กะสิงห์โต เข้าข่ายเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้ร้องกระทำความผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้อีกทางหนึ่งด้วย

ดังนั้น การกระทำของนายนพดล ยี่ปา เข้ามาบุกรุกแผ้วถางป่าจึงถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ดังต่อไปนี้

> กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔

– มาตรา 11 “ทำไม้ หรือเจาะ หรือสับ หรือเผา หรือกระทำการด้วยประการใด ๆ แก่ไม้หวงห้ามโดยมิได้รับอนุญาต”

– มาตรา ๕๔ ประกอบ ๗๒ ตรี “ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองโดยไม่ได้รับอนุญาต”

– มาตรา ๕๕ “เป็นผู้ครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น”

– มาตรา 64 ทวิ “ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดบรรดาเครื่องมือเครื่องใช้ สัตว์พาหนะยานพาหนะ หรือเครื่องจักรกลใด ๆ ที่บุคคลได้ใช้หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าได้ใช้ในการกระทำความผิด หรือเป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดตามมาตรา 11 มาตรา 48 มาตรา 54 หรือมาตรา 69 ไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ จนกว่าพนักงานอัยการสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีหรือจบกว่าคดีจะถึงที่สุด ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นของผู้กระทำความผิดหรือของผู้มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นผู้กระทำความผิดหรือไม่”

– มาตรา 74 ทวิ “บรรดาเครื่องมือ เครื่องใช้ สัตว์พาหนะ ยานพาหนะหรือเครื่องจักรกลใด ๆ ซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิด หรือได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดตามมาตรา 11 มาตรา 48 มาตรา 54 หรือมาตรา 69 ให้ริบเสียทั้งสิ้นไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่”

>กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗

– มาตรา ๑๔ “ยึดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์  หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่”

>พระราชบัญญัติเลื่อยโซยนต์ พ.ศ. 2545

– มาตรา 4 “มีเลื่อยยนต์ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”

> กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา

– มาตรา 86 ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด แม้ผู้กระทำความผิดจะมิได้รู้ถึงการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกนั้นก็ตาม ผู้นั้นเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดที่สนับสนุนนั้น

ทั้งนี้ สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติ อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 และพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งฐานความผิดและแจ้งสิทธิ์ของนายนพดล ยี่ปา ในฐานะเป็นผู้ถูกจับกุมทั้งหมด 6 ข้อ ดังนี้

  1. มีสิทธิ์ที่จะให้การหรือไม่ให้การก็ได้และถ้อยคำของผู้ถูกจับกุมนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐาน

ในการพิจารณาคดีได้

  1. มีสิทธิจะพบหรือปรึกษาทนายความหรือผู้ซึ่งจะเป็นทนายความเป็นการเฉพาะตัว
  2. มีสิทธิแจ้งหรือให้พนักงานแจ้งให้ญาติหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจทราบถึงการถูกจับกุม และสถานที่

ที่ถูกจับกุมในโอกาสแรก

  1. มีสิทธิ์ให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบสวนปากคำตนได้ในชั้นสอบสวน
  2. มีสิทธิได้รับการเยี่ยมหรือติดต่อกับญาติได้ตามสมควร
  3. มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็วเมื่อเกิดการเจ็บป่วย

จากนั้นคณะพนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้พานายนพดล พร้อมด้วยอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำผิด มาที่สถานีตำรวจภูธรป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทำบันทึกตรวจยึด/จับกุม ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรป่าแป๋ และมาถึงสถานีตำรวจภูธรป่าแป๋ เพื่อเริ่มทำบันทึกเวลาประมาณ 12.00 โดยมีนายกรินทร์ จงเจริญสกุล ตำแหน่ง พนักงานพิทักษ์ป่า เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ และนายอนิรุทธ์ วรรณรัตน์ ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่พิทักษ์ เป็นพยาน ในการจับกุมครั้งนี้ ทั้งนี้ ขอให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกนายถนอม กะสิงห์โต มาสอบสวนข้อมูลการครอบครองที่ดินดังกล่าวเนื่องจากนายถนอม มีพฤติกรรมขายที่ดินของทางรัฐตามที่ปรากฏชื่อในหนังสือสัญญาซื้อขาย ในฐานะผู้ขาย จึงเชื่อได้ว่าที่ดินบริเวณดังกล่าวซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่แตง มีการซื้อขาย-เปลี่ยนมือ

ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ หากผลการสืบสวนสอบสวนพบว่านายถนอม กะสิงห์โตและบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดครั้งนี้ ขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป .

 

You may also like

จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 จัดงาน “สำรับชาติพันธุ์ สีสันแห่งล้านนา”เพื่อส่งเสริมและยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงอาหารผ่านอัตลักษณ์ของชาติพันธ์ุ

จำนวนผู้