“วาสนา ทองสุข”สวมเสื้อ”ภูมิใจไทย”สู้ศึกเลือกตั้งส.ส.เขต 5 เชียงใหม่ ชูนโยบาย “เขต 5 เข้มแข็งจากฐานชุมชน เศรษฐกิจยั่งยืน คนอยู่กับป่าได้ รัฐเข้าถึงประชาชนมีศักดิ์ศรี” ยันเข้าสู่เวทีการเมืองในครั้งนี้ ไม่ได้อยากได้ตำแหน่งหรือหัวโขน แต่อยากนำปัญหาของประชาชนในพื้นที่ไปสู่การแก้ไข
จับตาสนามเลือกตั้งส.ส.เขต 5 เชียงใหม่(อำเภอแม่ริม อำเภอแม่แตง อำเภอสะเมิงและอำเภอกัลยาณิวัฒนา) มีผู้สมัครรับเลือกตั้งจาก 12 พรรคการเมืองลงแข่งขัน
นางวาสนา ทองสุข อดีตนายกสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชียงใหม่ สวมเสื้อผู้สมัครหมายเลข 6 จากพรรคภูมิใจไทย “เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า”พูดแล้วทำพลัส+ เสนอตัวเป็นทางเลือกชูสโลแกน “เขต 5 เข้มแข็งจากฐานชุมชน เศรษฐกิจยั่งยืน คนอยู่กับป่าได้ รัฐเข้าถึงประชาชนมีศักดิ์ศรี” โดยนางวาสนา กล่าวถึงเหตุผลในการลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านเลือกส.ส.คนเดิม บอกว่าให้โอกาสมาตลอดแต่กลับไม่ใช้โอกาสที่ได้นั้นทำงานให้กับพี่น้องประชาชนในเชตพื้นที่ สำหรับตนเองนั้นไม่ถือว่าเป็นผู้สมัครหน้าใหม่เพราะเคยลงสมัครรับเลือกตั้งมาแล้ว 2 ครั้ว ในนามของพรรคไทยสร้างไทยแต่ พรรคการเมืองดังกล่าวไม่ได้ร่วมรัฐบาล ทำให้เสียโอกาสในการผลักดันปัญหาความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ไปสู่การแก้ไข ซึ่งตนมีความเชื่อว่าการเมืองเป็นส่วนสำคัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและปากท้องของพี่น้องประชาชน
การเลือกตั้งส.ส.ในครั้งนี้จึงตัดสินใจลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย ซึ่งให้อิสระกับผู้สมัคร ประกอบกับเขตเลือกตั้งที่ 5 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอทั้งแม่ริม สะเมิง แม่แตง และกัลยาณิวัฒนาเป็นพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ แต่ละพื้นที่มีปัญหาแตกต่างกันอย่างอำเภอกัลยาณิวัฒนาปัญหาหลักของพี่น้องประชาชนในเขตนี้คือเรื่องพื้นที่ทำกินซึ่งมีปัญหาการประกาศเขตป่าทับซ้อนพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน จึงอยากให้มีการพิสูจน์สิทธิ์และกันพื้นที่ป่ากับพื้นที่ทำกินให้ถูกต้อง เพราะถ้าประชาชนมีโฉนดจะเป็นคทช.หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ภาครัฐรับรองให้เป็นเอกสารสิทธิ์ครอบครองพื้นที่ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่นี้ก็จะเดินหน้าได้ ซึ่งไม่เฉพาะกัลยาณิวัฒนาที่แม่ริม แม่แตงซึ่งมีที่พัก รีสอร์ทและแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งก็ยังเป็นปัญหา โดยเฉพาะที่ม่อนแจ่มซึ่งชาวบ้านในพื้นที่เจอคดีกว่า 200 ราย จึงอยากผลักดันให้เกิดความชัดเจนในเรื่องการออกเอกสารสิทธิ์ระหว่างชาวบ้านกับนายทุนที่รัฐต้องขัดเจนและทำให้ถูกต้อง
ปัญหาน้ำท่วมในเขตพื้นที่อำเภอแม่แตง แม่ริมที่ผ่านมาก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากพื้นที่ป่าต้นน้ำถูกทำลาย เมื่อมีฝนตกหนักจึงไม่มีป่าที่จะอุ้มน้ำทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากส่งผลกระทบมากมาย ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายเกี่ยวกับภัยพิบัติแห่งชาติให้ความช่วยเหลือ 1 แสนบาทต่อครัวเรือนถ้าหากประสบภัยพิบัติขึ้น ก็จะนำกองทุนนี้มาช่วยเหลือ อีกนโยบายสำคัญอีกอย่างคือเรื่องของไฟป่า หมอกควันและฝุ่นpm2.5 ซึ่งกำลังเข้าสู่ฤดูไฟป่าแล้ว โดยส่วนตัวจากการลงพื้นที่พบกับชาวบ้านใน 4 อำเภอไม่อยากให้ทางราชการออกประกาศห้ามเผาเด็ดขาด เพราะกระทบกับเกษตรกรในพื้นที่สูง ควรจะมีข้อยกเว้นสำหรับพื้นที่เกษตร ต้องมีการจัดโซนนิ่งให้ชัดเจน บ้านเราไม่ใช่การทำเกษตรแปลงใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรรายย่อยการประกาศห้ามเผาเด็ดขาดกระทบกับการทำมาหากินของชาวบ้านและการเพิ่มต้นทุนการผลิต ยิ่งทำให้เกษตรกรมีรายได้ลดลงไปอีกและมาตรการห้ามเผาเด็ดขาดไม่ได้ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาฝุ่นpm2.5

นางวาสนา ย้ำว่า การลงสมัครรับเลือกตั้งเข้าสู่เวทีการเมืองในครั้งนี้ ไม่ได้อยากได้ตำแหน่งหรือหัวโขนอะไร แต่อยากนำปัญหาของประชาชนในพื้นที่ไปสู่การแก้ไข เพราะการลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งก่อนก็ได้เก็บข้อมูลปัญหาและข้อเสนอต่างๆ ไปนำเสนอพรรคที่ลงสมัครแล้วแต่เนื่องจากพรรคที่ลงไม่ได้เป็นรัฐบาลปัญหาก็ไม่ได้รับการแก้ไข พอมาถึงรัฐบาลภูมิใจไทยมีหลายๆ เรื่องที่มีผลงานชัดเจนโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ทำให้ปัญหาเรื่องราคาสินค้าเกษตรตกต่ำก็จะสามารถผลักดันให้รัฐบาลแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น
“อีกอย่างที่ตั้งใจจะผลักดันคือเรื่องโรงพยาบาล เพราะปัจจุบันอำเภอแม่แตงมีโรงพยาบาลประจำอำเภอเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก 60 เตียง ขณะที่แม่แตงมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญมากมายโดยเฉพาะปางช้างซึ่งมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก แต่ประชากรในเขตอำเภอแม่แตงมีกว่า 1 แสนรายและประชาชนแฝงอีกเกือบหนึ่งแสนราย เมื่อประชาชนเกิดเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ อุบัติภัยขึ้นมาโรงพยาบาลไม่มีศักยภาพพอที่จะรองรับการดูแลรักษาทั้งประชากรในพื้นที่และประชากรแฝงเพราะที่นี่มีแพทย์เพียง 2 รายและพยาบาลจำนวนหนึ่ง ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการพัฒนาอย่างเร่งด่วน”นางวาสนา กล่าวและว่า

การเลือกตั้งครั้งนี้ สำคัญกว่าที่เคย เพราะไม่ใช่การเลือกจากกระแสหรือผลโพล แต่คือการเลือกอนาคตของพ่อแม่พี่น้องเขต5 ด้วยมือของพ่อแม่พี่น้องประชาชนเอง สำหรับตนเองใช้เวลาในการลงพบปะพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งและขอโอกาสให้ได้เข้าไปเป็นตัวแทนนำปัญหาความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ผลักดันไปสู่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม.



ความเห็นล่าสุด