จังหวัดเชียงใหม่เดินหน้าพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวและการจัดงานเทศกาล ผ่านหลักสูดร “นักสร้างสรรค์เทศกาลเมืองเชียงใหม่สู่เทศกาลระดับโลก (Chiang Mai Global Festival Creator)” มุ่งนําอัตลักษณ์ล้านนา ต่อยอดสู่กิจกรรมและเทศกาลที่มีคุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยีน

วันที่ 30 กันยายน 2569 ณ ห้อง ประชุมสุวรรณนภา 2 โรงแรมเดอะ แกรนด์ ชัยพฤกษ์ เชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “พัฒนาศักยภาพนักสร้างสรรค์กิจกรรมและงานเทศกาล ยกระดับเชียงใหม่สู่เมืองเทศกาลโลก (City of Festival)’ ภายใต้โครงการ ยกระดับการท่องเที่ยวมูลค่าสูง ภายใต้ 12 เดือน 12 เทศกาล ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 หลักสูตร “นักสร้างสรรค์เทศกาลเมืองเชียงใหม่สู่สากล (Chiang Mai Global Festival Creator)” รุ่นที่ 2 ซึ่งจั งหวัดเชียงใหม่ โดยสํานักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้น

นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวรายงานวัตถประสงค์ของการจัดกิจกรรมดังกล่าวเพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ และแนวคิดสร้างสรรค์ให้แก่บุคลากรและผู้เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมและงานเทศกาล สามารถนํา ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิ ปัญญา และวิถีชีวิตล้านนา มาต่อยอดเป็นกิจกรรมและงานเทศกาลที่มีเอกลักษณ์ มีคุณภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่ม ทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
สำหรับกิจกรรมดําเนินการจ๋านวน 3 รุ่น ร่นละไม่น้อยกว่า 50 คน รวมไม่น้อยกว่า 150 คน ประกอบด้วย รุ่นที่ 1 บุคลากรด้านการท่องเที่ยวและกีฬาและที่ทำการปกครองอำเภอระหว่างวันที่ 20-22 กันยายน 2569 รุ่นที่ 2 องค์กรปกครองส่วนท้องลิ่นและเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน ระหว่างวันที่ 30 กันยายน-2 ตุลาคม 2569 และ รุ่นที่ 3 หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ระหว่างวันที่ 7-9 ตุลาคม 2569
การดําเนินกิจกรรมมุ่งสร้างเครือข่ายนักสร้างสรรค์เทศกาลของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมกันพัฒนากิจกรรมที่ สะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ มีคุณภาพและมาตรฐาน สร้างประสบการณที่มีคณค่าแก่นักท่องเที่ยว ตลอดจนสว้าง มูลค่าเพิ่มและกระจายประโยชน์สู่ผู้ประกอบการและชุมชน อันจะสนับสนุนการยกระดับจังหวัดเชียงใหม่สู่ “เมือง เทศกาลระดับโลก (City of Festival)” อย่างยั่งยืน

ด้านนายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่มีกิจกรรมในพื้นที่ที่ส่งเสริมให้ดึงดูดการท่องเที่ยวสู่ระดับสากลได้ ซึ่งงานเล็กๆของใครบางคนหรือ 2-3 คนที่ช่วยกันคิดขึ้น แล้วค่อยๆพัฒนาไปเรื่อยๆ ยกตัวอย่างงานตอนเป็นรองผู้ว่าที่แม่ฮ่องสอน ดอกบัวตอง เป็นเอเลี่ยนก็หมายความว่าปกติมันเป็นตระกูลวัชพืชมาจากต่างประเทศ มันแพร่พันธุ์เร็วมาก จากเอเลี่ยนตอนนี้กลายเป็นงานเทศกาลดอกบัวตอง ที่อำเภอขุนยวม สร้างรายได้ปีหนึ่งหลายสิบล้าน
สำหรับเชียงใหม่งานเทศกาลยี่เป็งที่จะถึง เชื่อไหมว่าจะมีคนมาปล่อยโคมที่จังหวัดเชียงใหม่ประมาณ 1 แสนคน มันกลายเป็นเทศกาลที่สร้างรายได้ให้กับชุมชน ยกตัวอย่างเจ้าที่ใหญ่ที่สุดของเชียงใหม่จัดมา 7 ปีแล้ว คนจากทั่วโลกมากกว่า 50 ประเทศ มาปล่อยโคมในงานเขา เชื่อไหม เขาข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อมา อยู่เชียงใหม่ 3-4 วันมาปล่อยโคม

ประเทศบราซิลมา 5,000 คนมาปล่อยโคมที่เชียงใหม่ เขาไม่ได้มาแค่วันเดียว อย่างน้อยเขาอยู่เชียงใหม่ไม่ต่ำกว่า 3-5 วันค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าของฝากของที่ระลึก เสื้อผ้าที่เขาจะต้องซื้อกลับไปบ้านเขา คนหนึ่งผมว่าอย่างต่ำไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท ถ้ารวมตั๋วเครื่องบินด้วยอะไรด้วยมันน่าจะถึง 50,000 บาท แล้วคนแสนคนน่ะปีนี้เพราะเฉพาะเจ้านี้ 50,000 คนตั๋วขายหมดแล้ว จัดงาน 2 วันแต่เตรียมงาน 3 เดือน 3 เดือนที่เขาเตรียมงานสักพัก เอาตั้งแต่ไปทำโครงสร้างไม้ไผ่อาคารต่างๆ ของชาวบ้านทั้งหมดเลยโคมลอย 50,000 ลูก ชาวบ้านผลิตทั้งหมด ร้านอาหารที่ขายอยู่ในงานตลอด 2 คืนนี้ชาวบ้านทั้งหมดเลย ร้านค้าชุมชนผลิตภัณฑ์ต่างๆของฝาก ของที่ระลึก ถ้าเราสามารถที่จะสร้างสรรค์เทศกาลแบบนี้ขึ้นมาได้ แต่เราทำคนเดียวก็ลำบาก มันต้องมีเครือข่ายไม่ว่าจะเป็นเอกชน ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการและท้องถิ่นต้องร่วมมือกัน ต้องคิดก่อนว่าทำอย่างไรถึงจะหลุดจากกับดักงานอำเภอให้เป็นงานจังหวัด หรือเป็นงานระดับประเทศ ดังนั้น 2 วันนี้ขอให้ตั้งใจเก็บเกี่ยวเอาทักษะที่วิทยากรเข้ามาถ่ายทอดให้เรากลับไปปุ๊บอย่าหยุดฝัน ทุกอย่างเวลาคิดเรื่องนี้ชวนคุยกันทุกๆ โอกาสทุกๆ เวที ทำเสร็จแล้วก็ค่อยๆ ขายมันออกไปขายมันออกไปไม่สำเร็จปีที่ 2 มันดีขึ้น ดังนั้นฝากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะที่เป็นเจ้าของพื้นที่โดยตรงถ้ามีศักยภาพขอให้เชื่อต้องช่วยกัน.


ความเห็นล่าสุด