’สมิต ทวีเลิศนิธิ’ ขึ้นรับตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ มุ่งพาภาคอุตสาหกรรม รับมือความผันผวนของโลก

’สมิต ทวีเลิศนิธิ’ ขึ้นรับตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ มุ่งพาภาคอุตสาหกรรม รับมือความผันผวนของโลก

’สมิต ทวีเลิศนิธิ’ ขึ้นรับตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ มุ่งพาภาคอุตสาหกรรม รับมือความผันผวนของโลก ส่งเสริมผู้ประกอบการเดินหน้าธุรกิจด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพ การใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม และการพัฒนาคนรุ่นใหม่ร่วมขับเคลื่อนงานดันองค์กรสู่สากล
วันที่ 27 กุมภาพันธุ์ 2569 ที่ห้องธาราทอง โรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซต์ เชียงใหม่ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 โดยมีวาระสำคัญ คือ การเลือกประธานสภาอุตสาหกรรมฯและคณะกรรมการบริหาร สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ชุดใหม่ มีวาระการทำงานปี 2569 – 2571 โดยผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ในวาระนี้คือนายสมิต ทวีเลิศนิธิกรรมการผู้จัดการ บริษัท นิธิฟู้ดส์ จำกัด ท่ามกลางการแสดงความยินดีจากสมาชิกและผู้แทนจากอุตสาหกรรมจังหวัด แรงงานจังหวัด
นายสมิต กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและขอขอบพระคุณสมาชิกทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมฯ ซึ่งตนได้ร่วมเป็นทำงานมามากกว่า 17 ปี คณะกรรมการของเราพร้อมที่จะดำเนินงานตามทิศทางของทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมภาคเหนือ และจะทำงานแบบบูรณาการ เพื่อให้เกิดความร่วมมือที่เป็นประโยชน์กับภาคเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่
ซึ่งการขับเคลื่อนสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่หลังจากนี้คือ การสานต่อการทำงานจากท่านประธานที่ผ่านมา โดยเฉพาะการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการในพื้นที่ ด้วยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการของสมาชิกสภาอุตสาหกรรมเชียงใหม่
“ผมมุ่งที่จะขับเคลื่อนงานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นองค์กรที่สนับสนุนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถปรับตัว เดินหน้าธุรกิจได้อย่างมั่นคง ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงของโลก ด้านสังคม สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และระเบียบการค้าใหม่ นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการให้ นักธุรกิจรุ่นใหม่ เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสมาชิก ภาครัฐ สถาบันการศึกษาและภาคเอกชนอื่นๆ เพื่อร่วมกันพัฒนาภาคเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ให้ก้าวสู่สากล และสร้างองค์กรให้มีความเข้มแข็ง เป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ”
นายสมิต กล่าวอีกว่า ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไปมาก เศรษฐกิจไม่แข็งแรง ระเบียบการค้าโลก รวมไปถึงการนำบริษัทเข้าสู่บริษัทมหาชน ดังนั้นการมีตัวอย่างที่ดีของสมาชิกและเครือข่ายช่วยสนับสนุน สร้างให้เกิดกระบวนการความร่วมมือและความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจภายใต้ความเปลี่ยนแปลงที่จะช่วยให้เราชนะสถานการณ์ต่างๆ ไปได้ 2 ปีนับจากนี้ จะพยายามผลักดันเรื่องการส่งออกและหาตลาดใหม่มากขึ้น การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และลดต้นทุนคือ สิ่งสำคัญ เพราะเราต้องแข่งกับภายนอกประเทศ คำนึงถึง Geopolitics หรือการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทางภูมิศาสตร์ เช่น ทำเลที่ตั้ง ทรัพยากร, ภูมิอากาศ กับการเมืองระหว่างประเทศ โดยวิเคราะห์ว่าสถานที่และอำนาจมีผลต่อความร่วมมือและความขัดแย้งอย่างไรจึงจะเหมาะสม ส่งเสริมการเข้าถึงเครื่องจักร ระบบที่มีมาตรฐานโลก เรามีมหาวิทยาลัยที่จะให้ความรู้เพื่อเพิ่มการแข่งขันไปสู่ตลาดโลกได้มากขึ้น มองสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา จีน รัสเซีย ยูเครน เราจะต้องพัฒนาและแสวงหาประโยชน์จากภาษี เงินกู้อย่างไร โดยเฉพาะการพัฒนาคน เพราะเมื่อมีการนำเอไอเข้ามา เราจะทำการค้าหาตลาดใหม่ได้ดีในระดับอุตสาหกรรมอย่างไร ก็ต้องพัฒนาใรทุกระดับรวมทั้งผู้จัดการ หัวหน้า ทุกองคาพยพต้องทำได้หมด
“ผมมองว่า หากเราทำได้ดี เศรษฐกิจเชียงใหม่ยังไปได้อีกมาก ยกระดับเชียงใหม่ได้ ทั้งอาหาร สินค้าเกษตร หัตถกรรม และสุขภาพ เชื่อมตลาดโลก ลดต้นทุน ใช้เอไอให้เป็นอย่างทันท่วงที นำมาแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โลกร้อน ที่เป็นภัยคุกคาม เป็นโอกาสของผู้ประกอบการ เพิ่มการสื่อสารให้เข้าใจเข้าถึงมากขึ้น ถือเป็นวาระเร่งด่วน ผมยังเชื่อว่าตลาดสหรัฐอเมริกายังน่านสนใจแม้จะมีภาษี 15% แต่ไม่น่ามีปัญหา หากปีนี้เราทำได้ดีและจะทำให้ดีขึ้นไปอีกอย่างไร รายได้ต่อหัว อุตสาหกรรมยังแข่งขันได้ หาเงินจากตลาดโลกได้ แค่หาให้เจอเรียนรู้และค้าขายทันที”
นายสมิต กล่าวฝากถึงรัฐบาลใหม่ว่า ขอให้เร่งเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง โครงการก่อสร้างอุตสาหกรรมของรัฐ งบประมาณที่รวดเร็ว โครงการที่เข้าถึงในระยะยาว ยกระดับภาคอุตสาหกรรมให้หาตลาดได้มากขึ้น เร่งแก้ปัญหาเรื่องค่าเงินบาทให้อ่อนลงให้ได้ ลดต้นทุนพลังงานไฟฟ้า ปัญหาแรงงาน ส่งเสริมให้เกิดการสร้างงานที่ทำให้รายได้เพิ่มมากขึ้น.

You may also like

เริ่มแล้วงาน “มหัศจรรย์ล้านนา เมืองกระดาษสาบ้านต้นเปา ครั้งที่ 20” สืบสานภูมิปัญญา สร้างสรรค์งานร่วมสมัย สู่ความยั่งยืนของชุมชน

จำนวนผู้