สทนช. ปรับปรุงแผนแม่บทลุ่มน้ำปิง ด้วย SEA รับมือ Climate Change วางแผนใหม่เพื่อยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้เท่าทันสถานการณ์

สทนช. ปรับปรุงแผนแม่บทลุ่มน้ำปิง ด้วย SEA รับมือ Climate Change วางแผนใหม่เพื่อยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้เท่าทันสถานการณ์

สทนช. เดินหน้าปรับปรุงแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำลุ่มน้ำปิง เพื่อตอบโจทย์ ความเสี่ยงจากสภาพอากาศสุดขั้วที่ทวีความรุนแรงและเกิดถี่ขึ้น โดยนำกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อม ระดับยุทธศาสตร์ (SEA) มาใช้เป็นกรอบหลักเป็นครั้งแรก พร้อมขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงพื้นที่และการมี ส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่อง ผ่านเวทีปฐมนิเทศ เวทีย่อย 40 ครั้ง ครอบคลุมทุกลุ่มน้ำสาขา ก่อนสรุปผลในเวทีปัจฉิมนิเทศ เพื่อจัดทำแผนแม่บทบริหารทรัพยากรน้ำที่ ชัด วัดผลได้ และนำไปใช้จริง

เมื่อวันที่ 13 ก.พ.69 ที่โรงแรมคุ้มภูคำเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำปิง ซึ่งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติจัดขึ้น โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชนและกลุ่มเครือข่ายในลุ่มน้ำปิงและลำน้ำสาขาเข้าร่วมสัมมนาดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่เชียงใหม่ โดยเฉพาะในลุ่มน้ำปิง ทั้งปัญหาน้ำหลากในช่วงฤดูฝนและความเสี่ยงขาดแคลนน้ำในบางช่วงของปี ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รูปแบบฝนที่ไม่แน่นอน รวมถึงการขยายตัวของเมืองและกิจกรรมเศรษฐกิจที่เพิ่มความต้องการใช้น้ำ จังหวัดจึงให้ความสำคัญกัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบบ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการป้องกันภัยพิบัติและการใช้น้ำอย่างยั่งยืน

การจัดทำแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำครั้งนี้ จะช่วยให้การจัดการน้ำมีทิศทางที่ชัดเจนและเชื่อมโยงกันทั้งลุ่มน้ำ ลดความเสี่ยงน้ำท่วมและภัยแล้ง สนับสนุนภาคเกษตร การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจเมือง รวมถึงเพิ่มความมั่นใจให้ประชาชนว่าโครงการต่าง ๆ จะมีข้อมูลและการวิเคราะห์รองรับ ทำให้การพัฒนาเกิดความยั่งยืนมากขึ้น โดยในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่เอง จังหวัดทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างนโยบายระดับประเทศกับความต้องการของพื้นที่ โดยเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ เราอยากให้ประชาชน รู้สึกว่าแผนนี้เป็นแผนของทุกคน เพราะการจัดการน้ำจะสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

นายไวฑิต โอชวิช รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ลุ่มน้ำปิงกำลังเดินทางมาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้เหตุการณ์สุดขั้วเกิดถี่ขึ้นและรุนแรงขึ้น ในขณะที่เมืองขยายตัว การใช้ที่ดินเปลี่ยนไป ความต้องการใช้น้ำ จากหลายภาคส่วนเพิ่มสูง และระบบบริหารจัดการต้องประสานงานข้ามหน่วยงานมากกว่าที่เคย ทุกอย่าง เกิดขึ้นพร้อมกันจนการแก้ปัญหาแบบรายจุดไม่เพียงพออีกต่อไป นี่คือเหตุผลที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ขับเคลื่อนการปรับปรุงแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำลุ่มน้ำปิง เพื่อทำให้แผนแม่บทเป็นเครื่องมือที่ มองเห็นภาพรวมทั้งลุ่มน้ำ วางทิศทางร่วมกันได้ชัด จัดลำดับความสำคัญของมาตรการและชุดโครงการอย่าง เป็นระบบ ลดการทำงานซ้ำซ้อน และยึดข้อมูลเชิงประจักษ์ควบคู่กับเสียงของคนในพื้นที่เป็นแกนหลักของ การตัดสินใจ เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำตอบโจทย์ได้จริงและเดินต่อได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

สิ่งที่ทำให้การปรับปรุงครั้งนี้ต่างออกไป คือการนำกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA มาใช้เป็นกรอบหลักของการจัดทำแผนแม่บทเป็นครั้งแรก โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ตั้งใจให้ SEA เป็นกระบวนการช่วยคิดตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่รอไปแก้ผลกระทบปลายทาง SEA ทำให้การพิจารณา ทางเลือกไม่ติดอยู่กับโครงการรายจุด แต่ขยับขึ้นไปเห็นภาพยุทธศาสตร์ของทั้งลุ่มน้ำ มองให้ครบทั้งมิติ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนเชิงพื้นที่ เหตุผลของการเลือกทางเลือกจึงอธิบายได้อย่างชัดเจน โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสื่อสารกับสาธารณะได้ดีขึ้น ที่สำคัญ SEA วางการมีส่วนร่วมไว้เป็นหัวใจ ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามาร่วมตั้งคำถาม ร่วมกำหนดประเด็นสำคัญ ร่วมพัฒนาทางเลือก ร่วมประเมินผล กระทบ และร่วมออกแบบมาตรการลดผลกระทบและเพิ่มประโยชน์ร่วม เพื่อทำให้แผนแม่บทไม่ได้เป็นเอกสาร ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นแผนที่คนในลุ่มน้ำรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน

ตลอดระยะเวลาโครงการ 540 วัน การทำงานของโครงการจะค่อย ๆ ต่อชิ้นส่วนภาพใหญ่ให้ครบ เริ่มจากการกำหนดขอบเขตการศึกษาและโจทย์ร่วมกัน ผ่านการทบทวนแผน นโยบาย และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการทำความเข้าใจผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและประเด็นยุทธศาสตร์ของลุ่มน้ำ ก่อนลงลึกสู่การรวบรวมและ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่และเชิงระบบ ทั้งด้านอุทกวิทยา ปริมาณน้ำ คุณภาพน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน การใช้ ประโยชน์ที่ดิน ระบบนิเวศ รวมถึงความเสี่ยงและความเปราะบาง เพื่อจัดทำภาพสถานการณ์ฐานชุดเดียวกันที่ ทุกฝ่ายใช้ร่วมกันได้ จากนั้นจึงพัฒนาทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานหรือมาตรการที่จำเป็น แล้วนำกรอบ SEA มาใช้เปรียบเทียบทางเลือกอย่างเป็นระบบ เพื่อสังเคราะห์แนวทางที่เหมาะสมและสมดุลที่สุดสำหรับลุ่มน้ำปิง ก่อนสรุปเป็นแผนแม่บทฉบับปรับปรุง ที่ชัดเจนทั้งวิสัยทัศน์ เป้าหมาย พื้นที่เป้าหมาย มาตรการ และชุดโครงการ พร้อมข้อเสนอเชิงการขับเคลื่อน และการติดตามประเมินผลที่สามารถนำไปใช้ได้จริง

เพื่อให้แผนแม่บทลงถึงระดับพื้นที่และยืนอยู่บนความจริงของคนในลุ่มน้ำ โครงการออกแบบการมี ส่วนร่วมแบบเข้มข้นตลอดกระบวนการ ผ่านการประชุมกลุ่มย่อยรวม 40 เวที ครอบคลุมถึงระดับลุ่มน้ำสาขา ไปจนถึงระดับภาพรวมทั้งลุ่มน้ำ เพื่อรับข้อมูลเชิงลึกจากผู้เกี่ยวข้องหลากหลายกลุ่ม และสะท้อนความต้องการ กับข้อห่วงกังวลที่แตกต่างกันตามภูมิประเทศและรูปแบบการใช้น้ำ ควบคู่กับการประชุมรับฟังความคิดเห็น 4 เวที ในจังหวัดเชียงใหม่และกำแพงเพชร ทั้งช่วงเริ่มต้นการศึกษาและหลังจัดทำร่างผลการศึกษา เพื่อเปิด พื้นที่ให้หน่วยงาน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม เครือข่ายลุ่มน้ำ และประชาชนร่วมพิจารณาทิศทาง ทางเลือก และมาตรการสำคัญของแผน ก่อนสรุปเป็นฉบับสมบูรณ์

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง คือ แผนแม่บทลุ่มน้ำปิงที่ทำหน้าที่เป็นกรอบร่วมให้ทุกหน่วยงานขับเคลื่อนไปใน ทิศทางเดียวกัน มีทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ที่ผ่านการประเมินด้วย SEA และผ่านการมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ มีพื้นที่เป้าหมายและมาตรการที่ชัดเจนเพื่อลดความเสี่ยงน้ำท่วมและภัยแล้ง ควบคู่กับการดูแลคุณภาพน้ำและ ระบบนิเวศ และช่วยจัดลำดับความสำคัญของโครงการและการลงทุนให้คุ้มค่าและยั่งยืนมากขึ้น ในท้ายที่สุด โครงการนี้คือการเตรียมความพร้อมให้ลุ่มน้ำปิงรับมืออนาคตได้อย่างมั่นคง ยืดหยุ่น และยั่งยืน ด้วยฐานข้อมูล ที่เชื่อถือได้ การตัดสินใจที่โปร่งใส และพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางของแผน

“สทนช. เชื่อมั่นว่าแผนแม่บทลุ่มน้ำปิงฉบับปรับปรุงนี้ จะเป็นแผนที่นำทาง (Roadmap) สำคัญที่จะช่วย ให้ลุ่มน้ำปิงมีความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน สามารถรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และ พร้อมรับมือกับความท้าทายจากภัยธรรมชาติในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด”รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำ ก

You may also like

OR มอบผ้าห่มจากโครงการ “คืนคัพ” ให้โรงพยาบาล ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และชุมชน ใน จ.เชียงใหม่

จำนวนผู้