ผู้ว่าฯเชียงใหม่สั่งยกระดับมาตรการขั้นสูงสุด ระดมสรรพกำลังเร่งแก้ปัญหาไฟป่า ขณะที่กรมฝนหลวงเพิ่มเครื่องบิน5ลำใช้เทคนิคก่อเมฆเจาะชั้นอากาศระบายฝุ่น

ผู้ว่าฯเชียงใหม่สั่งยกระดับมาตรการขั้นสูงสุด ระดมสรรพกำลังเร่งแก้ปัญหาไฟป่า ขณะที่กรมฝนหลวงเพิ่มเครื่องบิน5ลำใช้เทคนิคก่อเมฆเจาะชั้นอากาศระบายฝุ่น

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่สั่งยกระดับมาตรการขั้นสูงสุด ระดมสรรพกำลังเร่งแก้ปัญหาไฟป่า ขณะที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตรเพิ่มเครื่องบิน 5 ลำ ใช้เทคนิคก่อเมฆและเจาะชั้นอากาศ ลดฝุ่นสะสมในเมือง ยันสงกรานต์ไม่สั่งงดเล่นน้ำแน่นอน

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 3 เม.ย.69 นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายศิวกร บัวป้อง รองผวจ.เชียงใหม่ ลงพื้นที่ติดตามการทำงานของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนบน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาวิกฤตฝุ่นละอองที่ยังคงสะสมหนาแน่นในหลายพื้นที่ โดยนายกฤติชัย ธรรมสอน ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนบน จังหวัดเชียงใหม่ ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้มีเครื่องบินฝนหลวงเข้าประจำการที่จังหวัดเชียงใหม่แล้ว 5 ลำ เปิดปฏิบัติการเร่งก่อเมฆและเจาะเพดานอากาศ แทนการทำฝนหลวงแบบดั้งเดิมซึ่งความชื้นในอากาศมีไม่เพียงพอ ด้วยการส่งเครื่องบินขึ้นไปโปรยน้ำแข็งแห้งและสเปรย์น้ำเย็น เพื่อสลายชั้นอุณหภูมิผกผัน หรือ “Inversion Layer” ที่ทำหน้าที่เหมือนฝาชีแก้วกักเก็บฝุ่นไว้ที่ระดับ 4,000 ฟุต เมื่อชั้นบรรยากาศนี้ถูกทำลายลง ฝุ่นที่เคยอัดแน่นจึงสามารถระบายตัวออกสู่ชั้นบรรยากาศเบื้องบนได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันยังมีการปฏิบัติการก่อและเลี้ยงเมฆบริเวณด้านเหนือลม เพื่อให้ก้อนเมฆเติบโตและทำหน้าที่เป็นกลไกธรรมชาติช่วยดูดซับฝุ่นละอองในอากาศ ส่งผลให้ความเข้มข้นของมลพิษในระดับพื้นดินลดลงอย่างต่อเนื่อง

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จุดความร้อนของจังหวัดเชียงใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้นในวันนี้ ส่วนใหญ่เป็นจุดเดิมที่ขยายวงกว้างจากช่วงบ่ายที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัดและแห้งแล้ง ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว จึงได้ระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วนเข้าดับไฟในทุกพื้นที่ รวมทั้งกองทัพบกและกองทัพอากาศที่นำเฮลิคอปเตอร์เข้ามาสนับสนุนภารกิจในจุดที่เข้าถึงยากบนพื้นที่ภูเขาสูง เช่น อำเภอฮอด อำเภอดอยเต่า และอำเภอดอยสะเก็ด แม้จะมีข้อจำกัดด้านทัศนวิสัยในช่วงเช้า แต่จะเร่งปฏิบัติการทันทีเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวยในช่วงบ่าย

ขณะเดียวกันได้เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย โดยดำเนินคดีกับผู้ลักลอบเผาป่าแล้ว 21 ราย พร้อมเน้นย้ำทุกอำเภอแ ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้จัดชุดลาดตระเวนเข้าตรึงพื้นที่ป่าและอุทยานอย่างเข้มข้น เนื่องจากหากยังมีการลักลอบเผาเพิ่ม จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง จึงขอความร่วมมือประชาชนหยุดการเผาอย่างเด็ดขาด เพื่อรักษาบรรยากาศการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ โดยยืนยันว่าจะไม่มีการงดเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์อย่างแน่นอน.

You may also like

วัดเชียงยืนจัดพิธีบวงสรวง – สวด อุปปาตะสันติ มหาสันติงหลวง ครั้งแรกในจังหวัดเชียงใหม่

จำนวนผู้