นายกอบจ.เชียงใหม่นำสำรวจความพร้อมรับตรวจประเมินทางเทคนิคจากที่ปรึกษาคณะกรรมการมรดกโลก  ที่จะลงพื้นที่ 3-8 ส.ค.นี้

นายกอบจ.เชียงใหม่นำสำรวจความพร้อมรับตรวจประเมินทางเทคนิคจากที่ปรึกษาคณะกรรมการมรดกโลก  ที่จะลงพื้นที่ 3-8 ส.ค.นี้

นายกอบจ.เชียงใหม่นำสำรวจความพร้อมรับตรวจประเมินทางเทคนิคจากที่ปรึกษาคณะกรรมการมรดกโลก  ที่จะลงพื้นที่ 3-8 ส.ค.นี้ พร้อมระดมเครื่องมือ เครื่องจักรและบุคลากรเพื่อปรับภูมิทัศน์โดยรอบพื้นที่ขอขึ้นทะเบียนทั้ง 8 แห่ง มั่นใจทุกฝ่ายร่วมมือกันเต็มที่เชื่อจะเป็นข่าวดีรับเชียงใหม่ 730 ปี

เมื่อวันที่ 28 ก.ค.69 ที่วัดเจ็ดยอดพระอารามหลวง นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกอบจ.เชียงใหม่ ได้นำสำรวจความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมรับผู้เชี่ยวชาญจากสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) ซึ่งเป็นองค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลก ที่จะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อตรวจประเมินทางเทคนิค (Technical Evaluation Mission) แหล่งมรดกทางวัฒนธรรม “อนุสรณ์สถานแหล่งต่างๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา” ที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก (UNESCO ในระหว่างวันที่ 3-8 ส.ค.69 นี้ โดยในวันที่ 3 ส.ค.69 จะมีการบรรยายให้ผู้เชี่ยวชาญได้รับทราบข้อมูลต่างๆ ที่ห้องประชุมสภาอบจ.เชียงใหม่ ก่อนที่ทางผู้เชี่ยวชาญจะลงพื้นที่จริง

นายกอบจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ได้เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณในการขอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกมาตั้งแต่ปี 2558 โดยใช้งบประมาณไปถึง 30 ล้านบาทในตอนนั้น จนกระทั่งตนเข้ามารับตำแหน่งนายกอบจ.เชียงใหม่ ก็ได้ขอรายละเอียดโครงการดังกล่าว ซึ่งขณะนั้นจะเสนอพื้นที่วัดในเขตเมืองเก่าซึ่งมีมากถึง 40-50 วัด ต่อมาปี 2567 ช่วงที่จะมีการเลือกตั้งทางสภาเมืองเชียงใหม่ได้ถามถึงนโยบายการผลักดันเชียงใหม่เป็นเมืองมรดกโลกซึ่งตนก็บอกไปว่าพร้อมที่จะผลักดันต่อและภายหลังได้รับการเลือกตั้งเข้ามาทางอบจ.เชียงใหม่ก็สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการจำนวน 5 ล้านบาท และให้ชาวเชียงใหม่ได้มีส่วนร่วมในการผลักดันจึงมีการระดมทุนส่วนหนึ่งซึ่งตนได้มอบเงินส่วนตัวนำร่องพร้อมกับอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในขณะนั้นและได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันจนไปถึงขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ ซึ่งมีนายบวรเวช รุ่งรุจี อดีตอธิบดีกรมศิลปากรและเป็นประธานสมาคมอีโคโมสไทย ซึ่งเป็นผู้เชียวชาญที่ผลักดันให้ศรีเทพได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกมาเป็นผู้ดำเนินการต่างๆ จนกระทั่งผ่านขั้นตอนตั้งแต่ยื่นหัวข้อผ่าน ยื่นเอกสารต่อยูเนสโกจนมาถึงขั้นตอนที่ให้ผู้เชี่ยวชาญจากสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS)มาตรวจ

สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ได้ขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกพื้นที่ประวัติศาสตร์ทั้งหมด 8 แหล่ง แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มกำแพงเมือง คูเมือง และแจ่งเมือง ประกอบด้วย 5 ประตูเมือง (ประตูช้างเผือก, ท่าแพ, เชียงใหม่, สวนปรุง, สวนดอก) 4 แจ่งเมือง (แจ่งศรีภูมิ, ก๊ะต๊ำ, กู่เฮือง, หัวลิน) และโบราณสถานสำคัญภายในเขตเมืองเก่า ได้แก่ วัดเชียงมั่น วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร และวัดสวนดอก 2.กลุ่มวัดป่าและภูเขา ได้แก่ วัดอุโมงค์สวนพุทธธรรม และวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร และ 3.กลุ่มสถาปัตยกรรมเฉพาะ ได้แก่ วัดเจ็ดยอดพระอารามหลวง

“ทางอบจ.เชียงใหม่ได้ลงพื้นที่ดำเนินการตามข้อแนะนำต่างๆ เพื่อให้พร้อมรับการตรวจประเมินมากที่สุด โดยใช้เครื่องมือ อุปกรณ์และบุคลากรเร่งดำเนินการให้ทันก่อนที่ผู้เชี่ยวชาญจะมาวันที่ 3 ส.ค.นี้ โดยเฉพาะที่วัดเจ็ดยอดพระอารามหลวงได้มีการรื้อสายสื่อสารต่างๆ ยังคงเหลือการกำจัดวัชพืชโดยรอบ รวมถึงเศษวัสดุต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องออกให้หมด เช่นเดียวกับอีก 7 แห่งซึ่งคืบหน้าไปกว่า 90% ก็อยากเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันต้อนรับผู้ตรวจสอบจากยูเนสโก ซึ่งหลังจากที่มีการตรวจแล้วประมาณเดือนพ.ย.-ธ.ค.ทางยูเนสโกจะมีการประชุมกันอีกครั้ง และคาดว่าการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลกจะเป็นต้นปีหน้า ก็จะเป็นช่วงโอกาสที่เชียงใหม่มีอายุครบ 730 ปีพอดี จึงขอเชิญชวนชาวเชียงใหม่มาร่วมผลักดันให้เชียงใหม่เป็นเมืองมรดกโลกด้วยกัน”นายพิชัย กล่าวและว่า

ในส่วนของความเชื่อมั่นนั้น ทางอบจ.เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ภาคเอกชนและทุกๆ ฝ่ายทำงานกันอย่างเต็มที่และทำให้การเสนอขอขึ้นทะเบียนพื้นที่ประวัติศาสตร์ทั้งหมดเป็นมรดกโลกในครั้งนี้เป็นรูปธรรม คิดว่าน่าจะสมบูรณ์แบบ 100% .

You may also like

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองเหนือ จัดงาน “เกษตรเมืองเหนือ 2569” ยกร้านเด็ดสินค้าเกษตรปลอดภัย 3. จังหวัด มาให้เลือกจุใจ ณ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต 25-29 ก.ค. นี้!

จำนวนผู้