นักท่องเที่ยวทึ่งทั้งชม ชิม ช้อปงาน “ตลาดชาติพันธุ์ สีสันแห่งล้านนา ครั้งที่ 3” เนรมิตข่วงประตูท่าแพ โชว์ศักยภาพวิถีชนเผ่า 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน กระตุ้นท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

นักท่องเที่ยวทึ่งทั้งชม ชิม ช้อปงาน “ตลาดชาติพันธุ์ สีสันแห่งล้านนา ครั้งที่ 3” เนรมิตข่วงประตูท่าแพ โชว์ศักยภาพวิถีชนเผ่า 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน กระตุ้นท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

นักท่องเที่ยวทึ่งทั้งชม ชิม ช้อปงาน “ตลาดชาติพันธุ์ สีสันแห่งล้านนา ครั้งที่ 3” เนรมิตข่วงประตูท่าแพ โชว์ศักยภาพวิถีชนเผ่า 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน กระตุ้นท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม รองฯผู้ว่าฯเชียงใหม่คาดตลอด 3 วันรายได้น่าจะทะลุ 2 ล้านบาท ชี้นักท่องเที่ยวปลื้มได้ชิมอาหารและซื้อสินค้าชาติพันธุ์อย่างใกล้ชิด


ที่ข่วงประตูท่าแพ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดงานตลาดชาติพันธุ์ สีสันแห่งล้านนา ครั้งที่ 3″ ซึ่งกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 จับมือสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่จัด “กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวประเพณีท้องถิ่นวิถีชาติพันธุ์ล้านนา” ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชาติพันธุ์สีสันแห่งล้านนา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยเนรมิตแลนด์มาร์กใจกลางเมืองเชียงใหม่ให้กลายเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมดั้งเดิมที่ยังมีลมหายใจ ระหว่างวันที่ 17 – 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ณ ข่วงประตูท่าแพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่อย่างยั่งยืน

นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดงาน พร้อมด้วยท่องเที่ยวและกีฬาจากทั้ง 4 จังหวัดร่วมทำสัญลักษณ์เปิดงานอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศการแสดงสุดอลังการ อาทิ การแสดงจากเผ่าดาราอั้ง และการเดินแบบแฟชั่นโชว์ชุดชาติพันธุ์สีสันแห่งล้านนา

นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประธานในพิธีเปิด เผยว่า การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีในการนำเสนอเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันงดงามของกลุ่มชาติพันธุ์ ให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ซึ่งนอกจากจะช่วยรักษาและส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมดั้งเดิมให้ยังมีลมหายใจแล้ว ยังเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้หมุนเวียนให้แก่พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์และชุมชนท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งคาดว่าน่าจะสร้างรายได้ถึง 2 ล้านบาท สูงกว่าครั้งที่ 2 ที่ยอดจำหน่ายสูงถึง 1.5 ล้านบาท และครั้งที่ 4 จะจัดในสัปดาห์หน้าที่อนุสาวรีย์ 3 กษัตริย์ ซึ่งนอกจากการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าชาติพันธุ์แล้ว ยังมีเวทีเจรจาธุรกิจอีกด้วย

ด้าน นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานอัตลักษณ์ ขนบธรรมเนียมประเพณี รวมถึงวิถีชีวิตอันดีงามของกลุ่มชาติพันธุ์ล้านนาให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ตลอดจนสร้างโอกาสทางการค้าและกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น

สำหรับไฮไลต์สำคัญตลอดการจัดงานทั้ง 3 วัน ที่นักท่องเที่ยวจะได้ร่วมสัมผัส ประกอบด้วย:
ช้อปผลิตภัณฑ์หัตถกรรมและอาหารพื้นถิ่น: การออกบูธจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ทำมือ และย่านอาหารพื้นเมืองเปี่ยมเอกลักษณ์ของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์จากทั้ง 4 จังหวัด

ตลอดดารจัดงานจะมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมและดนตรีชนเผ่าหาดูยาก อาทิ การแสดงฟ้อนเล็บ, การแสดงช่วยโด้ง (วิถีการย้ายที่อยู่อาศัย), ดนตรีชนเผ่าปกาเกอะญอ และศิลปินล้านนามากมายเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านกิจกรรมสาธิตกว่า 9 กิจกรรมต่อวัน: อาทิ การทำกระเป๋าผ้าปักลาย, การทำตุงดาราอั้ง, การทำผ้าอีโค่ปริ้น (Eco Print) และการทำเครื่องประดับเงินท้องถิ่นกิจกรรมต่อยอดโอกาสทางธุรกิจและกิจกรรมพิเศษ: พื้นที่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) เพื่อขยายตลาดสินค้าชาติพันธุ์, เวทีเสวนาหัวข้อ “การอนุรักษ์อัตลักษณ์ชาติพันธุ์ควบคู่กับการท่องเที่ยว”, การประกวดภาพถ่าย “วิถีชาติพันธุ์สีสันแห่งล้านนา” และร่วมโหวตรางวัล Popular Vote ให้แก่ร้านค้าภายในงาน

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ จึงขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมสัมผัสเสน่ห์วิถีชนเผ่าในงาน “ตลาดชาติพันธุ์ สีสันแห่งล้านนา ครั้งที่ 3” ระหว่างวันที่ 17 – 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ตั้งแต่เวลา 13.00 – 22.00 น. ณ ข่วงประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้ร่วมงานร่วมแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองหรือชุดชาติพันธุ์เพื่อความสวยงามและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นร่วมกัน.

You may also like

STeP ผนึกกำลัง สป.อว. และ MTEC แถลงความสำเร็จ “2 นวัตกรรมต้นแบบตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม” ยกระดับงานวิจัย สู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

จำนวนผู้