“อาจารย์วารินทร์”ปลุกพลังศิษยานุศิษย์ ปกป้องสถาบันหลักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เผยนัยยะ “พลเอกประยุทธ์”อยู่ทำหน้าที่ต่อ

“อาจารย์วารินทร์”ปลุกพลังศิษยานุศิษย์ ปกป้องสถาบันหลักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เผยนัยยะ “พลเอกประยุทธ์”อยู่ทำหน้าที่ต่อ

“อาจารย์วารินทร์”ปลุกพลังศิษยานุศิษย์ ปกป้องสถาบันหลักชาติ ศาสน์ กษัตริย์จะคงอยู่สืบไป พร้อมสืบทอดให้ทายาททำหน้าที่ต่อ เผยเป็นนัยยะผู้ที่ทำหน้าที่จะได้ทำหน้าที่ดูแลต่อ แจงที่ผ่านมารัฐบาลทำงานร่วมกันมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย ทำงานด้วยใจ ไม่โฆษณา ซึ่งตรงกับคำนายของครูบาเจ้าศรีวิชัยและพุทธทำนาย

วันนี้ 30 ก.ค. 66 ที่วิหารหลวงปู่ บ้านฮิมมา เพรสทีส ลิฟวิ่ง ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พลเอก หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล พร้อมด้วย พลเอก สกนธ์ สัจจานิตย์ สมาชิกวุฒิสภาในนามตัวแทนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คณะสมาชิกวุฒิสภา อาทิ นายเสรี สุวรรณภานนท์ นายปรีชา บัววิรัตน์เลิศ สมาชิกวุฒิสภา นายดิเรก ก้อนกลีบ อดีตผวจ.แม่ฮ่องสอน นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าฯเชียงใหม่ และบรรดาศิษยานุศิษย์ครูบาเจ้าศรีวิชัย ซึ่งมีทั้งตำรวจ ทหารและพลเรือน รวมถึงนักการเมืองท้องถิ่นเข้าร่วมพิธีบวงสรวง สักการะบูชา สังเวยทวยเทพเทวาองค์ครูบาอาจารย์ องค์หลวงปู่เฒ่าเกวลัน แห่งเทือกเขาหิมาลัย และประกาศเจตนารมณ์การยกย่องครูบาเจ้าศรีวิชัย ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกขององค์การยูเนสโก

หลังจากนั้นอาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ ได้นำศิษยานุศิษย์ที่ได้สร้างกองบุญถวายทาน ไถ่ชีวิตโค-กระบือจำนวน 10 ตัว 12 ชีวิต ปล่อยพันธุ์ปลา ประกอบด้วยปลาหมอ ปลาตะเพียนและปลานิล จำนวน 1,000 กิโลกรัม ตลอดจนถวายเทียนพรรษา ผ้าป่ากองเงิน กองทอง ร่วมรักษาบำรุงข่วงพระเจ้าล้านนา และมอบทุนโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่จำนวน 1 แสนบาท โรงพยาบาลนครพิงค์ 5 หมื่นบาท มอบให้สาธารณกุศลโลงศพให้ผู้วายชมน์ 5 หมื่นบาทและช่วยเหลือทุนการศึกษาสำหรับคนด้อยโอกาสอีก 15,000 บาท

อาจารย์วารินทร์ ได้กล่าวกับศิษยานุศิษย์ภายหลังประกอบพิธีว่า ถึงเวลาแล้วตลอดร่วม 30 ปีที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาจากหลวงปู่ฯมาจะต้องมีคนมารับช่วงสืบทอด โดยบุคคลผู้นั้นได้พยายามแสวงหามานานเพราะสิ่งสำคัญคนที่จะสืบทอดได้ต้องมีคุณธรรม มาทำหน้าที่ ด้วยปัญหาสุขภาพของตนก็จะส่งต่อให้กับทายาทของอาจารย์ทั้ง 3 คนคือน้องหญิง น้องนัทและน้องเจ้านายซึ่งได้เรียนรู้หลักศีลธรรม ระลึกถึงคุณครูบาอาจารย์ ชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์

“ตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบันมีความพยายามลบล้างทำลายชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ เป็นกลุ่มคนที่เป็นอริต่อแผ่นดิน กลุ่นคนเหล่านี้พยายามลบล้างให้เกิดขึ้น โดยปล้นแผ่นดินครั้งแรก 2475 แต่ไม่สำเร็จเพราะบุญคุณของแผ่นดิน สถาบันหลักชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ยังอยู่ แต่ก็ยังมีความพยายามทำลายลบล้างวิชาศีลธรรม ประวัติศาสตร์ชาติไทย และตรงกับพุทธทำนายและคำทำนายของครูบาเจ้าศรีวิชัย ที่มีมากว่า 140 ปี คำทำนายเหล่านั้นปรากฏขึ้นแล้วในปัจจุบัน ทำให้ได้เห็นแต่โชคดีได้บารมีคุณแผ่นดินช่วยประคับประคอง เรามีเจ้าหน้าที่และกลุ่มคนที่คอยดูแลชาติบ้านเมือง มาตามหน้าที่ช่วยกอบกู้ ในผลที่สุด ผู้ให้ร้ายต่อชาติบ้านเมืองของเรา ตอนนี้ทุกอย่างได้เริ่มเปิดเผยขึ้นมา”อาจารย์วารินทร์กล่าวและว่า

สถาบันหลักชาติ ศาสนา กษัตริย์ของเราจะคงอยู่ตราบนิรันดร์ นี่เป็นคำกล่าวของหลวงปู่ โดยเฉพาะเมื่อ 29 ก.ค.66 จนถึงวันนี้ในพิธีพุทธาภิเษกขององค์ครูบาเจ้าศรีวิชัย ซึ่งหลวงปู่เคยบอกว่าจากองค์พระสัมมา สัมพุทธเจ้าจะออกไปคือพระศรีอริยเมตรัยคือหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด แล้วต่อไปคือหลวงปู่โต วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร หลวงปู่พาน วัดบางนมโค จะเป็นพระเถระเจ้าที่จะเป็นพระโพธิสมญาณมาดูแลบ้านเมืองของเรา ขณะนี้ทุกอย่างเริ่มเปิดเผยขึ้น

ตั้งแต่ปี 52 อาจารย์วารินทร์และนายดิเรก ก้อนกลีบ สมัยดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯลำพูนได้ร่วมกันสร้างพระพุทธรูปเหมือนองค์โตประดิษฐานที่ดอยติ องค์ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อเผยแพร่บารมีของครูบาเจ้าศรีวิชัยทั้งในภาคเหนือและเผื่อแผ่ไปทั่วโลก เพราะครูบาเจ้าฯได้ริเริ่มสร้างทางขึ้นดอยสุเทพฯและทำนุบำรุงศาสนามากว่าร้อยปี จนกระทั่งปี 2565 ได้หารือกับอาจารย์ปรีชา บัววิรัตน์เลิศ สมาชิกวุฒิสภาซึ่งเป็นพี่ชายและได้ประสานกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเพื่อเชิดชูครูบาเจ้าศรีวิชัยให้เป็นบุคคลดีเด่นของโลก

อาจาย์วารินทร์ เล่าว่า พลเอกประยุทธ์ได้ขึ้นมาเชียงใหม่เมื่อ 17 มี.ค.66 ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพฯ และได้หารือกันและรับเป็นแผนที่กระทรวงวัฒนธรรมที่จะเชิดชูครูบาเจ้าศรีวิชัยคณะศิษยานุศิษย์ครูบาเจ้าศรีวิชัย ร่วมบุญใหญ่ก่อนเข้าพรรษา ปลุกเสกรูปเหมือนองค์ครูบาเจ้าศรีวิชัยสู่การยกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลกของยูเนสโก นอกจากนี้ยังจะได้มอบรูปเหมือนที่ได้ผ่านการทำพิธีแล้วไปยังนานาประเทศที่ติดต่อมาทั้งพม่า ลาวและกัมพูชา เนปาล ภูฐาน ศรีลังกา อินเดียและจีน นอกจากนี้ยังมีทางยุโรปและอเมริกาที่จะนำไปยังวัดในประเทศเหล่านั้นเพื่อสั่งสมบารมี เหมือนดั่งคำพูดของครูบาเจ้าศรีวิชัยว่า “มารไม่มี บารมีไม่เกิด”

“สถาบันหลักของเรา ตอนนี้มีหม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ที่เป็นเหมือนกับตัวแทนสถาบันหลักเสด็จมาร่วมพิธีตั้งแต่เมื่อวานและวันนี้ร่วมสร้างบารมีร่วมกับพวกเรา ทุกอย่างมีการจัดสรรนำมาโดยกฏแห่งบุญและกรรมเป็นผู้กำหนด ทุกคนที่มาทั้งเมื่อวานและวันนี้เป็นญาติสนิทมิตรสหายและรู้สึกมีความสุข และต่อไปนี้ก่อนที่จะมีการมอบหน้าที่ต่อให้ผู้สืบทอด เพราะไม่มีอะไรเป็นอนิจจัง “

หลังจากนั้นอาจารย์วารินทร์ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเพิ่มเติมว่า จากการเข้าฌานอธิษฐานจิตและหลวงปู่ได้เปิดนิมิตรให้สร้างรูปเหมือนครูบาเจ้าศรีวิชัยเพื่อเป็นองค์บูชาเท่าตัวท่านเอง 3 องค์และองค์ขนาด 9 นิ้ว 5 นิ้วและเหรียญจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นธรรมทูต ซึ่งได้ประสานไป 10 ประเทศที่จะมารับเอารูปเหมือนครูบาเจ้าศรีวิชัยและสนับสนุนให้เป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องจากยูเนสโก โดยพระเกจิอาจารย์ล้านนา จึงจัดงานสร้างกองบุญก่อนวันเข้าพรรษาประจำปี 2566 พร้อมจัดพิธีเถราภิเษก ปลุกเสก องค์ครูบาเจ้าศรีวิชัย เพื่อเผยแพร่วัตรปฏิบัติและมโนปฏิปทาของครูบาศรีเจ้าศรีวิชัยสู่นานา อารยประเทศ (มากกว่า 10 ประเทศ) โดยกระบวนการธรรมทูต และ เป็นส่วนนำของกระบวนการเสนอชื่อครูบาเจ้าศรีวิชัยสู่การยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ขององค์การยูเนสโก ด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ ( United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization ( UNESCO) ในวาระครบ 150 ปี ชาตกาล ครูบาเจ้าศรีวิชัย (2571) ภายหลังจากที่มีการเปลี่ยนหลักเกณฑ์การยื่นคำขอ (ADDEX II ) ขององค์การยูเนสโก ที่จะต้องมีการเผยแพร่ผลงานของท่านฯ ไปทั่วภูมิภาครวมถึงนำสู่ประเทศต่าง ๆ อย่าง น้อย 3 ประเทศ จึงเป็นงานใหญ่ที่ยากจะจัดการ โดยหน่วยงานใดหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

อาจารย์วารินทร์ บอกอีกว่า หลังผ่านสถานการณ์โควิดแล้ว ชาติ บ้านเมืองกลับสู่ปกติ ต้องมองย้อนในช่วงวิกฤติโควิดที่ผ่านมาหลายประเทศประสบปัญหาเศรษฐกิจ แม้กระทั่งประเทศที่มีน้ำมันก็ยังเจอวิกฤต แต่ประเทศไทยด้วยการบริหารของรัฐบาลทำให้ผ่านพ้นวิกฤตได้ ผู้ทำหน้าที่ให้บ้านเมืองตรงนี้ ไม่ว่ารัฐบาล ส.ส.และส.ว.ก็ได้ร่วมกัน ช่วยกันทำให้ประเทศเสียหายน้อยที่สุด ขณะที่เศรษฐกิจอเมริกาซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจมีคนไร้บ้านจำนวนมาก แต่ประเทศไทยไม่มี  แล้วที่มาพูดกันว่าไทยเป็นเผด็จการๆ ตรงไหนก็ยังงงๆ อยู่

“เราอยู่ด้วยความเป็นไทย รวมเลือดเนื้อ ชาติเชื้อไทย คนไทยร่วมแรงกันทำให้เกิดความสงบสุข จากทีมงานที่ทำงานร่วมกันมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย ทำงานด้วยใจ ไม่โฆษณา ซึ่งตรงกับคำนายของครูบาเจ้าศรีวิชัยและพุทธทำนายซึ่งตรงหมด อย่างเช่น ต่อไปบ้านเมืองนี้ผู้ดีเดินตรอก ขี้ครอกเดินถนนตามคำนายซึ่งมีแล้ว ต่อไปทุกอย่างจะดีขึ้นจนกว่าจะครบวาระ”อาจารย์วารินทร์ ย้ำอีกว่า

สำหรับคนที่ทำหน้าที่อยู่ ก็จะทำหน้าที่ต่อไปเพราะทุกอย่างมีกลุ่มคนมีหน้าที่ ทุกอย่างไม่มีอะไรจีรัง ยั่งยืนแม้กระทั่งรัฐบาลก็มีหน้าที่ ขณะเดียวกันที่เกิดขึ้นอาจเกิดวิกฤติต่างๆ ก็เพราะมีคนอยู่เบื้องหลังและความจริงกำลังปรากฏ ขอให้พวกเราอยู่ด้วยกัน คนไทยต้องรักกัน เดินด้วยกัน เรามีชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ต้องช่วยกันประคับประคองสถาบันหลักของเรา ต้องใช้สติปัญญาเพราะเฟคนิวส์เกิดตลอดเวลา ขอให้ดูผู้นำชาติบ้านเมืองว่าปฏิบัติอย่างไร และ 3 สถาบันหลักของเราคือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะคงอยู่กับประเทศไทยตลอดกาล

อาจารย์วารินทร์ ยังได้ตอบคำถามกรณีที่มีการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีว่าเป็นการเสนอของกลุ่มคนที่เลือกกันมา ซึ่งจุดนี้หลังปี 2563 หลังจากนั้นตนได้มาปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องศาสนาเป็นหลักเพราะมีกลุ่มคนที่ไม่หวังดีกับชาติ บ้านเมืองซึ่งมีมานาน แต่เหมือนเป็นกรรมของแผ่นดินที่ทำให้เกิดเหตุวุ่นวาย แต่ด้วยเดชะบุญบารมีจากนี้ไป ชาติ ศาสน์ กษัตริย์จะคงอยู่ ต่อไปผู้มีหน้าที่เฉกเช่นที่ผ่านมาก็จะมาทำหน้าที่ให้ชาติ บ้านเมืองต่อไป เราคอยจับตาดูก็แล้วกัน ซึ่งผู้ที่เข้ามาจะมาช่วยขับเคลื่อนชาติ บ้านเมือง ตอนนี้มีการเจรจาหลายฝ่ายที่ต้องการความสงบและขับเคลื่อนชาติ บ้านเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลที่ผ่านมาทำอยู่แล้ว ได้วางแนว วางกรอบ นโยบายเดินหน้าต่อไป ผู้ที่คิดร้ายต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ก็จะได้รับผลของการกระทำ และในภาพนิมิตจะไม่มีเหตุการณ์ร้ายๆ เกิดขึ้นในประเทศไทยอีกแล้ว.

You may also like

ชวนเที่ยวงาน“มหกรรมสินค้าเกษตร องค์กรเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และตลาดเกษตรกรจังหวัดอุตรดิตถ์ ประจำปี 2567

จำนวนผู้