สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำเชียงใหม่ จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 248 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพ

สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำเชียงใหม่ จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 248 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพ

สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำเชียงใหม่ จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 248 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯยันไทยตอกย้ำความสัมพันธ์อันยาวนานและผสานความร่วมมือในทุกด้านโดยเฉพาะการแก้ปัญหาpm2.5 ยันไทยยังเป็นประเทศน่าลงทุน                                                                                                                                                                                                                                                                                      

เมื่อค่ำวานนี้(13 มิ.ย.67) ที่โรงแรมยูนิมมานเชียงใหม่ นายโรเบิร์ต โกเดค และนางลิสา บูเจนาส กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำเชียงใหม่ได้ร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 248 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของสหรัฐฯ ซึ่งสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯประจำเชียงใหม่จัดขึ้น โดยมีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวเปิดงาน และมีผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน แม่ฮ่องสอน พะเยา แพร่และรองผู้ว่าฯตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคมและสื่อมวลชนเข้าร่วมงานครั้งนี้อย่างเนืองแน่น

นายโรเบิร์ต โกเดค และนางลิสา บูเจนาส กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำเชียงใหม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนงานเลี้ยงจะเกิดขึ้นว่า วันที่ 4 กรกฎาคมของแต่ละปีชาวอเมริกันจะเฉลิมฉลองการประกาศอิสรภาพเพื่อระลึกถึงและเชิดชูเกียรติของบิดาผู้ก่อตั้งสหรัฐฯและค่านิยมต่างๆ ที่กำหนดความเป็นสหรัฐฯไม่ว่าจะเป็นเสรีภาพ การปกครองตนเองและความเสมอภาค โดยแนวคิดการจัดงานวันฉลองการประกาศอิสรภาพสหรัฐฯ 248 ปีครั้งนี้ ใช้ตรีมงานที่ National Mall ซึ่งเป็นสวนสาธารณะในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ที่แวดล้อมไปด้วยอนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์มากมายที่บอกเล่าเรื่องราวของสหรัฐฯ ภายในงานยังมีการนำเสนอบริษัทที่ประกอบกิจการโดยชาวอเมริกันที่จ้างงานในอัตราตอบแทนที่เหมาะสม มีการฝึกอบรมและมาตรฐานแรงงานขั้นสูงให้แก่ชุมชนต่างๆ ในภาคเหนือของไทย และมีการแสดงรับเชิญของวง III Marine Expeditionary Force Band ซึ่งประจำอยู่ที่เกาะโอกินาวาและมีชื่อเสียงไปทั่วภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกโดยได้แสดงเพลงอเมริกันที่เป็นที่รู้จัก เน้นย้ำถึงวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณะเฉพาะตัว โดยวงดนตรีนี้ยังได้จัดเวิร์กช็อปด้านดนตรีให้กับนักเรียนโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยด้วย

เอกอัครราชทูตโกเดค ยังได้กล่าวถึงความสำเร็จต่างๆ อันเนื่องมาจากความสัมพันธ์สหรัฐฯและไทยในปีนี้ว่า มีความร่วมมือคึรั้งใหม่กับกระทรวงศึกษาธิการ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในโครงการ IAPP ซึ่งเชื่อมโยงกับสถาบันการศึกษาของสหรัฐฯและไทย 50 สถาบัน รวมถึง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวง  นเรศวรและแม่โจ้ รวมถึงพายัพที่อยู่ในภาคเหนือ มีโครงการสนับสนุนการอนุรักษ์โลงไม้อายุ 2 พันปีที่ถ้ำผีแมนโลงรักในจ.แม่ฮ่องสอน ปฏิบัติการค้นหาทหารสหรัฐฯที่สูญหายในจ.ลำปางในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และการจัดฝึกอบรมให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อสนับสนุนธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นและกำลังเติบโตในภาคเหนือด้วย

“ไม่มีช่วงเวลาไหนที่สำคัญต่อประเทศไทยและสหรัฐฯในการทำงานร่วมกันเท่ากับเวลานี้อีกแล้ว ในค่ำคืนนี้ที่เราเฉลิมฉลองขอให้เรามุ่งมั่น ทุ่มเทต่อความเป็นหุ้นส่วนของเราเพื่อเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ เรามาทำงานเพิ่มขึ้นกันสองเท่าเพื่อสร้างโลกที่มีความสงบสุข รุ่งเรือง มีความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้นสำหรับทุกๆ คนในทุกๆ ที่ประเทศไทยยังคงเป็นผู้นำที่โดดเด่นในฐานะ 1 ในผู้ก่อตั้งที่สำคัญของเอเชีย เป็น 1 ใน 25 ประเทศที่มีอนาคตทางด้านเศรษฐกิจ และไทยยังเป็นประเทศที่ดึงดูดนักลงทุนของเรา ปีที่แล้วบริษัทเอกชนรายใหญ่ของเราอย่างไมโครซอฟก็มาลงทุนเพิ่ม ภาคธุรกิจของเรายังสนใจและแสดงความมุ่งมั่นในทางการค้า และสหรัฐฯก็ยังเป็นผู้ซื้อที่ดีของไทย แม้ว่าเรายังต้องเผชิญความท้าทายไม่ว่าจะเป็นสงครามรัสเซียกับยูเครนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งล่าสุดสหรัฐอเมริกาได้ส่งอากาศยานจากองค์การนาซ่าเข้ามาสำรวจและเก็บข้อมูลเพื่อหาต้นตอของสภาพอากาศ ซึ่งในช่วงปลายปีนี้จะมีข้อสรุปเพื่อมุ่งมั่นและเดินหน้าในการแก้ปัญหาปัญหา PM 2.5 ให้สำเร็จลุล่วงให้ได้ ซึ่งไทยและสหรัฐฯต้องสร้างความร่วมมือเพื่อให้เกิดความมั่งคั่งและยั่งยืนต่อไป”นายโรเบิร์ต โกเดค กล่าว

ขณะที่นางลิสา บูเจนาส กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำเชียงใหม่ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างสถานกงสุลฯแห่งใหม่ซึ่งมีความก้าวหน้าไปมาก และคาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการได้ในปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า โดยสถานกงสุลฯแห่งใหม่จะตอกย้ำความมุ่งมั่นและความปราถนาดีต่อภาคเหนือและประเทศไทย ซึ่งสถานกงสุลฯเดิมเป็นสถานกงสุลที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคและก่อนที่จะเปิดดำเนินการจะพาสื่อมวลชนทัศนศึกษาดูความทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

กงสุลใหญ่สหรัฐฯประจำเชียงใหม่ กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าหลังจากมีการลงนามบันทึกข้อตกลงการเป็นบ้านพี่เมืองน้องระหว่างจังหวัดเชียงใหม่กับเมืองออสติน สหรัฐฯ ซึ่งมีความร่วมมือทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การศึกษา การลงทุน การค้าและทางกฎหมาย ทั้งสองเมืองมีการตั้งคณะกรรมการร่วมและมีการประชุมออนไลน์กันทุกเดือน และในเดือนกรกฎาคมนี้ก็จะมีผู้นำทางด้านการบังคับใช้กฎหมายของออสตินมาเชียงใหม่ มีความคืบหน้าการพบกับนักลงทุนในเดือนถัดไป จะมีการอบรมด้านเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการในภาคเหนือด้วยและยังมีความก้าวหน้าเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยด้วย.

You may also like

อบจ.เชียงใหม่-เอกชนดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ต่อเนื่อง ชูประเด็นเชื่อมฐาน BCG-ยกระดับเทศกาลไผ่ระดับโลก

จำนวนผู้