“ผู้ว่าฯแซมเบ้”ยันไม่ประกาศภาวะฉุกเฉินภัยพิบัติฝุ่นpm2.5 แจงสามารถยกระดับดูแลประชาชนได้ แจกN95 เฉพาะพื้นที่ค่าฝุ่นสีแดงเข้มตามแอพฯกรมควบคุมมลพิษ

“ผู้ว่าฯแซมเบ้”ยันไม่ประกาศภาวะฉุกเฉินภัยพิบัติฝุ่นpm2.5 แจงสามารถยกระดับดูแลประชาชนได้ แจกN95 เฉพาะพื้นที่ค่าฝุ่นสีแดงเข้มตามแอพฯกรมควบคุมมลพิษ

ผู้ว่าฯแซมเบ้ยันไม่ประกาศภาวะฉุกเฉินภัยพิบัติฝุ่นควัน หวั่นกระทบการท่องเที่ยว ชี้แม้ไม่ประกาศแต่ก็สามารถจัดหาหน้ากากN95 มาแจกจ่ายให้ประชาชนได้ ระบุหมอใหญ่ยืนยันพื้นที่ไหนค่าฝุ่นไม่ถึง 100 ไมโครกรัมต่อลบ.ม.ใช้หน้ากากทางการแพทย์ได้ ส่วนN95 แจกในพื้นที่กรมควบคุมมลพิษระบุค่าฝุ่นสูงติดต่อกัน 3 วัน

เมื่อวันที่ 28 มี.ค.66 ที่ห้องประชุม 4 อาคารอำนวยการศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานแถลงข่าวสื่อมวลชนถึง“สถานการณ์ และการป้องกัน ควบคุมไฟป่า PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่” และแถลง “แนวทาง/มาตรการ การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากวิฤติหมอกควัน จังหวัดเชียงใหม่”ว่า        เกือบ 2 เดือนที่พยายามควบคุมสถานการณ์ โดยสถานการณ์การเผาและผลกระทบจากการเผา ในส่วนที่ดำเนินการได้ด้วยตัวเองคือการควบคุมการเผาในพื้นที่ ซึ่งข้อมูลจุดความร้อน 17 จังหวัดภาคเหนือ 26 วันแรกของเดือนมี.ค. จำนวน 1,751 จุด เป็นลำดับที่ 6 ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ในขณะที่พื้นที่เชียงใหม่กว้างขวางที่สุด และเชียงใหม่ทำได้ตามเกณฑ์ที่เป้าไว้ ประมาณ 50 จุด ซึ่งพี่บัณรส บัวคลี่ ที่ปรึกษาสภาลมหายใจเชียงใหม่บอกผม

“จุดความร้อนเพิ่งจะมาเพิ่ง 3-4 วันหลัง และมันก็เป็นไปพร้อมกันทุกพื้นที่ในภาคเหนือ และหน่วยควบคุมผมได้กำชับแล้ว และให้ไปดับให้ได้ภายใน 1 วัน ส่วนใหญ่ก็ทำได้ เราไม่ใช่จังหวัดที่พบการเผามากที่สุด เชียงใหม่ไม่ได้เป็นต้นเหตุปัญหา แต่ไม่ได้ปฏิเสธว่ามีผลกระทบ ตั้งแต่วันที่ 23-26 มีนาคมที่จุดความร้อนพุ่งไปที่ 121 จุด และเกิน 200 จุด แต่ก็เป็นสถานการณ์ที่เหมือนกับทุกจังหวัดและทุกประเทศในพื้นที่ใกล้เคียงกัน แต่ในช่วงทำงานต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายที่จะดับไฟกันอย่างเต็มที่ ท่ามกลางไฟที่ร้อนระอุ อบุติเหตุ และสัตว์ร้ายในช่วงกลางคืน แต่หากเทียบสถิติการเกิดไฟกับประเทศเพื่อนบ้าน ไทยมาอันดับ 3 คือ 45,247 จุด รองจากเมียนมาที่พบกว่า 1.2 แสนจุด  ลาวกว่า 80,000 จุด เรียกว่าภาคเหนือกระทบทั้งหมด โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ที่โดนหมอกควันและฝุ่นตีโอบทั้งซ้ายและขวา”ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวและว่า

วันนี้เชียงใหม่พบจุดความร้อน 257 จุด แต่ไม่ใช่อันดับ 1 ของประเทศ หากดูจากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ แต่เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากที่สุด จังหวัดเชียงใหม่ได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตหมอกควันไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อยกระดับความช่วยเหลือในการเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม โดยมีการตั้งคณะทำงานให้เข้มข้นและคล่องตัวกว่าเดิมเพื่อติดตามการเผาเสมือนสภาวะวิกฤต ทั้งแพทย์ โรงพยาบาล นักวิชาการ พัฒนาสังคม ศึกษา ศูนย์เด็กเล็ก เทศบาล พร้อมเร่งจัดหาหน้ากากอนามัย N95 แจกจ่ายประชาชน พรุ่งนี้ท้องถิ่นและหน่วยงานที่รับผิดชอบสามารถดำเนินการได้เลย ส่วนที่ศูนย์บัญชาการไฟป่าฯผมได้มอบหมายให้นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผวจ.เชียงใหม่ดูแล มีการประชุมสัปดาห์ละครั้ง วันนี้สั่งไปแล้วให้ประชุมทุกวัน

นายนิรัตน์ ยังกล่าวต่อไปอีกว่า  พรุ่งนี้ให้อบจ.เชียงใหม่และเทศบาลนครเชียงใหม่จัดหาหน้ากาก N95 เพื่อกระจายให้ประชาชนโดยผ่านศูนย์ช่วยเหลือ สภาลมหายใจพี่บัณรสไม่อยู่ในพื้นที่แต่ก็สื่อสารกันอยู่ตลอดเวลา วันนี้จะรู้กลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนและเข้าถึงมาตรฐานของหน้ากาก ไปหาจากไหน ซื้อตามปกติและให้อบจ.เชียงใหม่และเทศบาลนครเชียงใหม่จัดหาได้เลย ส่วนกลุ่มเป้าหมาย ปภ.และทส.และกรมควบคุมมลพิษจะบอกและเรียงให้ตามความเร่งด่วน จำนวนหน้ากาก N95 ต้องมี

“ตอนนี้หน้ากาก N95 มีในสต๊อกบ้างแล้วและได้รับมาเรื่อยๆ ส่วนที่จัดหาเพิ่มจะได้สัปดาห์หน้า แต่บางพื้นที่ N95 ยังไปไม่ถึง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่บอกว่าบางพื้นที่ค่าฝุ่นไม่ถึง 100 ไมโครกรัมต่อลบ.ม.ให้ใช้หน้ากากป้องกันโควิด 2 ชั้น อย่าเพิ่งมาด่าผมนะ ตอนนี้ฝนหลวงขึ้นทำฝนหลวงอยู่ แต่เปอร์เซ็นต์ที่จะสำเร็จมีน้อย ส่วนเสียงเรียกร้องให้ประกาศภาวะวิกฤตเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชน ตอนนี้ผมให้ยกระดับช่วยเหลือประชาชน โดยไม่ประกาศภาวะวิกฤติ ผมสามารถให้ความช่วยเหลือตามข้อเรียกร้องได้ วันนี้เชียงใหม่ไม่ต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน”ผวจ.เชียงใหม่กล่าวและว่า

การประกาศภาวะฉุกเฉินในอำนาจผู้ว่าฯ ถ้าประกาศๆ ได้แต่ขั้นต่อไปไม่มีระเบียบว่าใช้จ่ายเพื่ออะไรรองรับ แต่ผมหาจากส่วนราชการต่างๆ ได้ ทั้งจากก.สาธารณสุข สปสช. กรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น ผมหาให้คนเชียงใหม่ได้ แต่คำเตือน ประกาศสั่งห้ามผมเซ็นต์ให้ได้ทุกวันเชียงใหม่เป็นพหุสังคม ประกาศตรงนี้เพื่อใช้งบฉุกเฉินแต่ผมสามารถใช้งบฯได้ แต่ถ้าประกาศแล้วไม่ระวังพอจะไปกระทบกับนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่บางประเทศพอมีประกาศแบบนี้จะไปเพิ่มการเยียวยามากขึ้น ผมจึงใช้เพิ่มจำนวน N95 มาให้ และไม่ทำให้ชาวเชียงใหม่เสียประโยชน์แน่นอน ผมห่วงคนเชียงใหม่เป็นอันดับแรก แต่เรื่องปากท้องก็ต้องระวัง.

 

You may also like

SUN เปิดงานนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร ครั้งที่ 6 ยกระดับภาคการเกษตรสมัยใหม่

จำนวนผู้