ทาเหนือถอดบทเรียนไฟป่าฝุ่นควันฯปี 66 ชี้ชัดปัญหาไฟลุกลามจากการใช้ดาวเทียมคนละดวง หวังแต่ KPI ขณะที่ไฟเกิดขึ้นจริงกว่าเท่าตัว

ทาเหนือถอดบทเรียนไฟป่าฝุ่นควันฯปี 66 ชี้ชัดปัญหาไฟลุกลามจากการใช้ดาวเทียมคนละดวง หวังแต่ KPI ขณะที่ไฟเกิดขึ้นจริงกว่าเท่าตัว

ตำบลทาเหนือถอดบทเรียนไฟป่าฝุ่นควันฯปี 66 ชี้ชัดปัญหาไฟลุกลามจากการใช้ดาวเทียมคนละดวง จังหวัดและอำเภอใช้ข้อมูลGisda แจ้ง Hot spot ในพื้นที่และเป็นดัชนีชี้วัดKPI ทำงาน ซึ่งไม่ตรงกับสถานการณ์ไฟในพื้นที่ทั้งที่ไฟเกิดจริงกว่าเท่าตัว ชาวบ้านโอดวิ่งดับไฟทุกวันแต่รายงานอำเภอกับจังหวัดไม่มี

เมื่อเร็วๆ นี้ อบต.ทาเหนือร่วมกับคณะกรรมการทรัยพากรธรรมชาติฯ ต.ทาเหนือ ได้ร่วมกันถอดบทเรียนไฟป่าฝุ่นควันฯ ต.ทาเหนือ ประจำปี 2566 ซึ่งปีนี้ในพื้นที่มีจุดความร้อนหรือ Hot spot ตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 66 ตามข้อมูลของ Gisda ผ่านทางจังหวัดและอำเภอแม่ออน มีจำนวน 84 จุด แยกเป็น บ้านแม่ตะไคร้ 34 จุด  บ้านใหม่ 42 จุด  บ้านห้วยบง 5 จุด และบ้านห้วยยาบ 3 จุด โดยบ้านป่างิ้วไม่มีจุดความร้อนเกิดขึ้น ส่วนจุดความร้อน HOT SPOTตามระบบ NASAตำบลทาเหนือ ปี 2566 พบว่ามีจุดความร้อนเกิดขึ้นรวม 173 จุด แยกเป็น บ้านแม่ตะไคร้ 64 จุด บ้านใหม่ 90 จุด บ้านห้วยบง 10 จุดและบ้านห้วยยาบ 9 จุด มีเพียงบ้านป่างิ้วที่ไม่เกิดจุดความร้อนขึ้นเช่นกัน

ทั้งนี้ที่ประชุมถอดบทเรียนของตำบลทาเหนือ ยังมีกราฟฟิคแสดงให้เห็นถึงความแตกต่าง การใช้ดาวเทียมตรวจจับจุดความร้อนหรือ Hot spot ของดาวเทียม 2 ดวงที่ทำให้เห็นข้อเท็จจริงของการเกิดไฟในพื้นที่ต่างกันกว่าเท่าตัว ด้วยเหตุนี้ที่ประชุมจึงมีข้อเสนอของชุมชนเพื่อการทำงานในระดับพื้นที่เรื่องจุดความร้อน KPI HOTSPOT จุดความร้อนใช้ในการแจ้งเหตุ,ชี้จุดเฝ้าระวังแบบครบทุกดาวเทียม/ช่วงเวลา เลิกใช้เป็นตัวชี้วัด/รับรองผลการทำงาน,ตรวจสอบพื้นที่จริง/จุดความร้อนหากต้องมีการดำเนินคดี

สำหรับการชิงเผาหรือบริหารจัดการเชื้อเพลิง ข้อเสนอของชุมชนระบุว่าพื้นที่ต้องมีขอบเขตที่ชัดเจนและต้องทำแนวกันไฟ อำนาจการพิจารณาอนุมัติต้องเป็นของพื้นที่ชุมชนดำเนินการ และหน่วยงานที่ชิงเผาจะต้องเปิดเผยข้อมูลต่อชุมชน ไม่ปล่อยให้ลุกลาม

ข้อสังเกตของไฟในปีนี้ การสะสมเชื้อเพลิงในป่ามีมากกว่าทุกปี  อากาศร้อนมาก แห้งแล้ง ฝนไม่ช่วยเหมือนทุกปี การลุกลามจากพื้นที่โดยรอบมีมากขึ้น ด้านในออป.ไหม้ทุกแปลง การลักลอบเผาจากคนนอกพื้นที่และคนในพื้นที่ยังมีอยู่และอัตราการควบคุมไฟขึ้นอยู่กับจำนวนคนและเครื่องเป่าที่มากพอ เขตอุทยานฯ ออนใต้-ทาเหนือ ,ออนกลาง-ทาเหนือ,แนวกันไฟที่จัดจ้างไม่ทำงาน,ออป.สวนป่าหลวงสันกำแพงไม่ยอมเผาในระบบ Fide D อ้างไม่มีงบฯทำแนวกันไฟ บ้านพี่เมืองน้องปล่อยให้ไฟลามบนอ่างแม่บอนเป็นอาทิตย์ แต่ไม่ให้ห้วยยาบเผาชนลงไป นอกจากนี้ยังข้ามมาจุดไฟที่อ่างแม่ฉีกหลังแนวกันไฟและพื้นที่ป่าชุมชนบ้านห้วยบง การมีที่เครื่องเป่าลมที่มากพอถึงจะควบคุมการลุกลามของไฟได้ นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดเมื่อควันไฟปกคลุมขมุกขมัวทำให้เป็นอุปสรรคต่อการมองเห็นไฟ

การถอดบทเรียนในครั้งนี้ได้มีข้อเสนอต่อสถานการณ์ไฟป่าในปีนี้และปีต่อๆ ไปว่า อย่าให้เกิดไฟในพื้นที่เสี่ยง โดยการบริหารจัดการเชื้อเพลิงก่อนห้ามเผาในพื้นที่เสี่ยง ส่วนป่าใช้สอยให้ทำแนวกันไฟให้เรียบร้อยก่อนถึงฤดูไฟและดูแลอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเสนอเรื่องการถ่ายโอนภารกิจไฟป่าให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่า การใช้อำนาจหน้าที่ ศูนย์ฯไฟป่าตำบลตามระเบียบของปภ.และกระทรวงมหาดไทยในการสนับสนุนชุมชนและอบต.ต้องสร้างทีมงานเชิงรุก เชิงป้องกัน ไม่ใช่มาไล่ดับไฟกับชาวบ้านแบบเดิม.

You may also like

SUN เปิดงานนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร ครั้งที่ 6 ยกระดับภาคการเกษตรสมัยใหม่

จำนวนผู้