“ฝุ่นพิษ”คลุมทั้งจังหวัด แจกN95 (ผ่าน รพ.สต.) จำนวน 22,936 ชิ้นเปิดใช้ห้องปลอดฝุ่น236 แห่ง ห้ามบริหารเชื้อเพลิงในเขตป่า ส่วนพื้นที่เกษตรขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายอำเภอ

“ฝุ่นพิษ”คลุมทั้งจังหวัด แจกN95 (ผ่าน รพ.สต.) จำนวน 22,936 ชิ้นเปิดใช้ห้องปลอดฝุ่น236 แห่ง ห้ามบริหารเชื้อเพลิงในเขตป่า ส่วนพื้นที่เกษตรขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายอำเภอ

“ฝุ่นพิษ”คลุมทั้งจังหวัด ค่าตรวจวัดสีแดงเข้ม ศูนย์บัญชาการฯจังหวัดเชียงใหม่สั่งให้ระดมรถฉีดพ่นน้ำ สาธารณสุขจังหวัดแจกหน้ากากอนามัย N95 (ผ่าน รพ.สต.) จำนวน 22,936 ชิ้นและเปิดใช้ห้องปลอดฝุ่น236 แห่ง ห้ามบริหารเชื้อเพลิงในเขตป่า ส่วนพื้นที่เกษตรขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายอำเภอ

เมื่อวันที่ 1 มี.ค.66 ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก pm2.5 จังหวัดเชียงใหม่ นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการฯ ซึ่งวันนี้จังหวัดเชียงใหม่มีจุดความร้อน hot spot ในรอบเช้า 60 จุดแยกเป็นในเขตป่าอนุรักษ์  อมก๋อย 14 จุดแม่วาง 5 จุด,สันป่าตอง 4 จุด,ไชยปราการ 4 จุด,จอมทอง 4 จุด,ดอยหล่อ 3 จุด,พร้าว 3 จุด,ดอยเต่า 2 จุด,ฮอด 2 จุด,เชียงดาว 1 จุด,สันกำแพง 1 จุด,หางดง 1 จุด,สะเมิง 1 จุด,แม่แตง 1 จุด และเขตป่าสงวนแห่งชาติ อมก๋อย 9 จุด,สันทราย 2 จุด,จอมทอง 1 จุด,ดอยเต่า 1 จุดและแม่แตง 1 จุด

ขณะที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน) รายงาน PM2.5 มีค่าระหว่าง 63-176 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ “เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ถึง มีผลกระทบต่อสุขภาพ” (ค่ามาตรฐานเกิน 50 มคก./ลบ.ม.) และพบ Hotspot เกิดขึ้นจำนวน 256 จุดใน 4 จังหวัดคือ (เชียงราย 6 จุด เชียงใหม่ 90 จุด แม่ฮ่องสอน 50 จุด และลำพูน 110 จุด)

ทางด้านศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ภาค 3 รายงานการเกิดจุดความร้อนประจำวันที่ 1 มี.ค.66 พบว่า ภาคเหนือเกิดจุดความร้อนจำนวน 2,201 จุด เป็นจุดความร้อนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 1,388 จุด ตอนล่าง 813 จุด  จังหวัดที่มีจุดความร้อนมากที่สุดได้แก่จังหวัดตาก ,อุตรดิตถ์,น่าน,แพร่,ลำปาง  โดยจุดความร้อนวันนี้เกิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์มากสุด 1,214 จุด ป่าสงวน 783 จุด และเขต สปก.25 จุด และจากข้อมูลยังพบว่าจังหวัดสุโขทัย ,ลำพูน,ลำปาง,พิษณุโลกและจังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีค่า AQI สูงที่สุดอีกด้วย

สำหรับสถานการณ์จุดความร้อนสะสมตลอด 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.65 – 28 ก.พ.66 พบว่าภาคเหนือเกิดจุดความร้อนสะสม 31,971 จุด เปรียบเทียบกับปี 65 ( 13,351 ) ในห้วงเวลาเดียวกันเพิ่มขึ้น 18,620 จุด คิดเป็น 139.47 %   และหากเทียบกับปี 64 ( 33,430 ) ลดลง 1,459 จุด คิดเป็น 4.36  %   จากข้อมูลยังพบว่าในพื้นที่ภาคเหนือเกิดจุดความร้อนเพิ่มขึ้นทุกจังหวัด

ทั้งนี้ภายหลังการประชุมศูนย์บัญชาการไฟป่าฯจ.เชียงใหม่ ได้มีข้อสั่งการให้ทั้ง 25 อำเภอ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ รถน้ำต้นไม้ รวมทั้งขอความร่วมมือภาคเอกชน ผู้ประกอบการที่มีอาคารสูง ดำเนินการด้วย ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกแห่ง ดำเนินการจัดหาหน้ากากอนามัย  N95 เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง  สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ให้ตั้งจุดตรวจวัดควันดำและดำเนินการตามกฎหมาย เกี่ยวกับความผิด ตาม พรบ. การขนส่งทางบก ส่วนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมใช้และเปิดบริการห้องปลอดฝุ่น จำนวนทั้งสิ้น 236 แห่ง รวมถึงได้แจกจ่ายหน้ากากอนามัย N95 (ผ่าน รพ.สต.) จำนวน 22,936 ชิ้น พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพของประชาชน

สำหรับการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในระบบ Fire D ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวน (งดการบริหารจัดการเชื้อเพลิง) สำหรับพื้นที่เกษตร/พื้นที่ทำกิน ให้อยู่ในอำนาจของนายอำเภอในการพิจารณาอมุมัติ/อนุญาต โดยให้พิจารณาสถานการณ์และปัจจัยแวดล้อมต่อการบริหารจัดการ และให้จัดชุดลาดตระเวนในการป้องกัน/ป้องปราม และสร้างความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากพบผู้กระทำความผิด ให้บังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่  ในกรณีเกิดจุดความร้อน (Hotspot) ขึ้นในพื้นที่ ให้อำเภอจัดชุดปฏิบัติการเข้าพื้นที่ เพื่อดำเนินการดับไฟอย่างรวดเร็ว โดยบูรณาการทำงานรวมกับทุกภาคส่วน พร้อมทั้ง ให้จัดทำทะเบียนผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้เกิดไฟป่า.

You may also like

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ฝึกซ้อมเต็มรูปแบบตามแผนฉุกเฉิน กรณีเหตุผู้ก่อการร้ายปล้นยึดอากาศยาน

จำนวนผู้