ผู้ว่าฯเชียงใหม่หวังสถานีฝุ่นช่วยสื่อสารสร้างการตระหนักรู้ ลดเสียงกร่นด่าทางโซเซียลมาเป็นความร่วมมือ ยันจะทำให้เชียงใหม่อากาศสดใสเที่ยวได้ทั้งปี

ผู้ว่าฯเชียงใหม่หวังสถานีฝุ่นช่วยสื่อสารสร้างการตระหนักรู้ ลดเสียงกร่นด่าทางโซเซียลมาเป็นความร่วมมือ ยันจะทำให้เชียงใหม่อากาศสดใสเที่ยวได้ทั้งปี

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ+ผวจ.เชียงใหม่เปิดสถานีฝุ่นที่ 6 สถาบันกศ.ในเชียงใหม่ร่วมกับหลายภาคส่วนสร้างช่องทางการสื่อสารสู่ประชาชน ผู้ว่าฯเชียงใหม่วอนคนเชียงใหม่เปลี่ยนความกังวลและห่วงใยมาร่วมมือกันเหมือนสภาลมหายใจ ชี้เสียงกร่นด่าทางโซเซียลไม่เกิดประโยชน์ หวังสถานีฝุ่นจะช่วยสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนได้เห็นอย่างชัดเจน ยันจะลดปัญหาฝุ่นฯควันให้น้อยลง เลิกตระหนกมี.ค.-เม.ย.ฝุ่นสูง ทำให้เชียงใหม่อากาศดีเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเพื่อรายได้เดือนละพันล้านบาท

อ.ไพสิษฐ์ พาณิชย์กุล ผช.อธิการบดี มช.กล่าวว่า มช.ได้ตั้งศูนย์pm2.5 โดยร่วมมือกับหลายภาคส่วนเพราะปัญหาเกิดจากโครงสร้าง ระบบและข้อมูลองค์ความรู้ด้วย ซึ่งศูนย์ pm2.5 มช.ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาแบบองค์รวม โดยเฉพาะสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อนำข้อมูลสื่อสารไปยังประชาชน เพื่อสื่อสารให้ถูกต้อง จึงมีความร่วมมือของ 6 สถาบันการศึกษาตั้งสถานีฝุ่นขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาการสื่อสารข้อมูลที่ไม่ตรงกันมาสื่อสารต่อประชาชน โดยมช.ร่วมมือกับคณะการสื่อสารมวลชน มช.,ไทยพีบีเอส สสส.สภาลมหายใจ หอการค้าจ.เชียงใหม่และภาคส่วนในสังคมภาคเหนือเข้ามาทำหน้าที่สื่อสารเพื่อให้เกิดพื้นที่ให้คนหันหน้ามาพูดคุยกัน

ในแผน13 ของมช.สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติในการสร้างความยั่งยืนของการพัฒนา และสร้างสังคมที่เป็นสุขและยั่งยืน สถานีฝุ่นจึงเป็นทิศทางหนึ่งในการสร้างสังคมที่เป็นสุขในการสร้างการเรียนรู้และการเจริญเติบโตของสังคมเมืองและชนบท สร้างรูปแบบการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืนด้วย ขณะเดียวกันมช.ภายใต้แผน 13 ได้กำหนดยุทธศาสตร์หลายประการซึ่งหนึ่งในนั้นคือ pm2.5 และการแก้ปัญหามลพิษที่เกิดจากยาฆ่าแมลง สารเคมีทั้งภาคเมืองและชนบทด้วย สถานีฝุ่นจะทำงานเชิงรุกมากขึ้น เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างมีส่วนร่วม

นายปิ่นศักดิ์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ในฐานะดูแลกรมควบคุมมลพิษมองเห็นปัญหาสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศน์ที่สะท้อนกลับมายังมนุษย์ โดยฝุ่นก็เป็นภัยพิบัติหนึ่งที่มนุษย์ต้องเปลี่ยนกระบวนคิดอย่างจริงจัง ถ้าอยากอยู่อย่างกลมกลืมกับธรรมชาติ ซึ่งต้องมีการปรับตัว โดยเฉพาะคนในพื้นที่มนุษย์ในรอบ 10-20 ปีเจออะไรมาเยอะ ภาควิชาการก็ต้องบอกกล่าวและคาดหวังว่าสถานีฝุ่นจะสื่อสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ในส่วนของกรมควบคุมมลพิษจะแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทางสถานีฝุ่นเช่นกัน

ขณะที่นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.เชียงใหม่ ประธานในพิธีเปิดสถานีฝุ่นปี 2 กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์ฝุ่นควันเป็นปัญหาสำคัญของเชียงใหม่และคนเชียงใหม่สะท้อนมายังตนมาก ซึ่งตนจะเดินไปฟังและแก้ไข และรับรู้ว่าคนเชียงใหม่กังวลกับเรื่องนี้และตนไม่หนี ไม่กลัวแต่จะเปลี่ยนความกังวล ห่วงใยมาเป็นพลังร่วมกันทำให้ปัญหาฝุ่นควันลดลงได้ ซึ่งตนรับฟังมาตั้งแต่เดือนต.ค.ปีที่แล้ว และคนเชียงใหม่จะต้องมาร่วมกันแก้ไขปัญหาด้วย

“ผมไม่คิดว่าจะได้มารับผิดชอบตำแหน่งสำคัญที่เชียงใหม่ เชียงใหม่ต้องแก้ไขปัญหาร่วมกัน การด่าทางโซเซียลไม่เกิดประโยชน์ คนนั่งทำงานก็หมดอารมณ์จึงเชิญมานั่งคุยกันเพื่อทำงานร่วมกัน การที่ผมมาเปิดสถานีฝุ่นครั้งนี้เพราะเห็นความสำคัญในการสร้างการรับรู้แก่ประชาชน สถานีฝุ่นสำคัญถ้าไม่สามารถทำให้คนทั้งหมดรับรู้ว่ามันเป็นปัญหาโดยเฉพาะข้ออ้างว่าทำมาตั้งแต่สมัยพ่อแม่ เพื่อให้รู้ว่าการกระทำบางจุดแต่สร้างปัญหาให้คนจำนวนมาก เพราะเชียงใหม่เป็นแหล่งกระทะ ดังนั้นการสร้างการรับรู้เพื่อให้เกิดความตระหนักจึงสำคัญสถานีฝุ่นก็สำคัญเช่นกัน เชียงใหม่เป็นเมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว รายได้หลักเฉลี่ยวันละ 1 พันล้าน ผมไม่ต้องการให้มีไฮซีซั่นหรือโลว์ซีซั่น แต่ผมอยากให้เที่ยวได้ทั้งปี”ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวและว่า

ผมไม่อยากให้พูดอีกว่าเดือนมี.ค.ฝุ่นเยอะ ไม่อยากมา ถ้าสร้างการตระหนักรู้ ลดเผา ไม่เผาได้วันหนึ่งจะพูดได้ว่าเดือนมี.ค.-เม.ย.ไม่ได้น่ากลัว อากาศเชียงใหม่จะเย็น น่าเที่ยวได้ทั้งปี ผมอยากเป็นผู้ว่าฯเชียงใหม่บอกชาวโลกว่าอากาศเชียงใหม่สดใสได้ตลอดทั้งปี ในส่วนภาคราชการเองได้เริ่มงานป้องกันแก้ไขปัญหาเร็วกว่าทุกปี ได้เชิญสภาลมหายใจเชียงใหม่มาคุยและเตรียมตัวตั้งแต่ ต.ค.ปีที่แล้ว สำหรับพื้นที่รอยต่อทั้งพื้นที่จังหวัด อำเภอและประเทศก็หารือกันแล้ว ปภ.กับทส.ก็บอกเป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยเกิดขึ้น และทั้ง 4 จังหวัดก็ยินดีร่วมมือกันคือเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูนและลำปาง ทั้งผู้ว่าฯ ป่าไม้และอุทยานฯคุยกันหมดทั้ง 4 จังหวัด นายอำเภอทุกแห่งได้รับแนวทางไปคุยกับป่าไม้และอุทยานฯแล้ว ที่จะทำงานแบบไร้รอยต่อ ซึ่งก็เป็นแนวโน้มที่ดี

ปีที่แล้วฝุ่นน้อยเพราะฝนตก ปีนี้ขอเลียนแบบธรรมชาติ โดยร้องขอกรมฝนหลวงทำฝนเทียมทุก 2 สัปดาห์ และฝนหลวงได้สะท้อนแนวทางมาแล้วว่ามีแนวทางที่เป็นได้โดยการทำฝนเทียมจะให้กระทบผลผลิตการเกษตรน้อยที่สุด โดยจะทำให้เกิดฝนอย่างน้อยเดือนละครั้ง ซึ่งการที่มีความชื้นฝุ่นก็จะน้อยลง และได้คุยกับประเทศเพื่อนบ้านด้วยทั้งเปิดเผยและไม่เปิดเผย ฝุ่นควันข้ามแดนจะน้อยลงได้ วันนี้จะไปพื้นที่ออบหลวงและอ.ดอยเต่าเพื่อพูดคุยกัน ซึ่งสถานีฝุ่นจะเป็นแนวร่วมสำคัญที่ทำให้การทำงานตรง เปลี่ยนเสียงด่าเป็นเสียงสะท้อนสู่ประชาชน ตนต้องการให้เชียงใหม่ 1.7-1.8 ล้านคนมีลมหายใจที่ดีขึ้น โดยห้ามเผาพื้นที่เกษตร พื้นที่ป่า และปีนี้สั่งเพิ่มพื้นที่ชุมชนเมือง ให้รถอบต.และเทศบาลไปขนใบไม้ กิ่งไม้เพื่อลดการเผาในชุมชนเมืองเพื่อให้อากาศดีขึ้น สั่งให้ล้างฝุ่นบริเวณถนนในชุมชนเมืองสัปดาห์ละ 2-3 รอบเพื่อให้เชียงใหม่เป็นเมืองน่าเที่ยวตลอดทั้งปี.

You may also like

“ส.ว.ก๊อง”ลั่นลงสมัครป้องกันแชมป์สมัยหน้าในนามพรรคเพื่อไทย แย้มครั้งนี้ “ทักษิณ” ขอเป็นผู้ช่วยหาเสียง พร้อมลงพื้นที่ 25 อำเภอ

จำนวนผู้