เร่งติดตามและตรวจผู้เสี่ยงสูง-ต่ำเกือบ 500 รายหลังหญิงไทยวัย 29 ปีติดโควิด 19 จากเมียนมาเที่ยวหลายจุดในเชียงใหม่

เร่งติดตามและตรวจผู้เสี่ยงสูง-ต่ำเกือบ 500 รายหลังหญิงไทยวัย 29 ปีติดโควิด 19 จากเมียนมาเที่ยวหลายจุดในเชียงใหม่

แถลงแล้วหญิงไทยวัย 29 ปีติดโควิด 19 เป็นรายที่ 42 ของเชียงใหม่  ติดเชื้อจากเมียนมาร์เข้าไทยทางแม่สาย ส่งผลให้มีผู้เสี่ยงสูง-เสี่ยงต่ำเกือบ 500 ราย ทั้งรถโดยสาร รถตู้ แกร็ป ในห้างฯ คอนโด ผับ ขณะที่จังหวัดฯประชุมบ่ายสามเพื่อแจงรายละเอียดและประกาศเพิ่มเติม กรมควบคุมโรคยันยังไม่สามารถสรุปตอนนี้ได้ว่าเป็นการระบาดรอบ 2 หรือไม่

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวถึง กรณีหญิงไทยอาศัยอยู่ในอ.เมือง จ.เชียงใหม่ วัย 29 ปีติดเชื้อโควิด 19 ว่า เป็นผู้ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ จากการสอบสวนโรคได้ข้อมูลเที่ยงวันนี้ หญิงไทยวัย 29 ปีมีประวัติที่ได้สอบสวนอย่างรวดเร็วเบื้องต้น ทีมในพื้นที่ทำงานเมื่อวันที่ 26 พ.ย.ยืนยันว่าเป็นผู้ป่วยแน่นอน โดย 24 พ.ย.ผู้ป่วยอาศัยในเชียงใหม่แต่ไปทำงานที่เมียนมาร์ ซึ่งอยุ่ในพื้นที่วันที่ 23 พ.ย.มีไข้ ถ่ายเหลว และเมื่อมีอาการมากขึ้นก็เดินทางกลับไทยเวลา 05.00 น.ทางแม่สาย และเข้าเมืองโดยรถตู้และเข้าเชียงใหม่โดยรถเมล์เขียว และเรียกแกร็ปส่งไปคอนโดที่พัก

กลางคืนไปสถานบันเทิงย่านสันติธรรมร่วมกับเพื่อน 2 คนและสูบบุหรี่ด้วยกัน เวลา 02.00 น.วันที่ 25 พ.ย.พักคอนโดและดื่มสุรากับเพื่อน และเวลา 12.00 น.ออกคอนโดฯไปที่พักโดยแกร็บและบ่าย 15.00 น.ไปห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ คอนโดฯ ทานอาหาร ดูภาพยนตร์และซื้อของ จากการดูกล้องวงจรปิดพบว่าผู้ป่วยได้มีการสวมหน้ากากและทั้งไม่สวมหน้ากากด้วย และตอนเย็นเรียกรถแกร็บกลับคอนโดฯ

วันที่ 26 พ.ย.เรียกรถแกร็บอีกครั้งในเวลา 15.30 น.ไปส่งรพ.ไปตรวจและรพ.ได้ซักประวัติซึ่งพบว่าจมูกไม่ได้กลิ่น แต่อุณหภูมิที่วัดไข้ได้ 36.9 และผลตรวจพบเชื้อ จึงส่งตัวไปรพ.นครพิงค์และผลตรวจก็พบเชื้อเช่นกัน

วันที่ 27 พ.ย.ทีมสอบสวนโรคจังหวัดเชียงใหม่ได้ดำเนินการสอบสวนโรคในพื้นที่ โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้ว่าฯและฝ่ายปกครอง ติดตามผู้สัมผัส 326 ราย เสี่ยงสูง 105 ราย เป็นผู้อยู่ชุมชน 65 ราย(พักคอนโดเดียวกัน เพื่อนและสถานบันเทิง) ส่วนผู้สัมผัสในยานพาหนะ 40 ราย อยู่เชียงราย และข้ามแดน และผู้โดยสาร และแกร็ปอีก 5 รายเสี่ยงต่ำ 159 ราย ทั้งสถานบันเทิง ห้างสรรพสินค้าและอยู่ระหว่างรอติดตาม และรอผลห้องแล็ป รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ของรพ.นครพิงค์

ขอให้ผู้ทีอยู่ในรายชื่อที่ทีมสอบสวนโรคจังหวัดเชียงใหม่ติดตาม ให้สังเกตตัวเอง สวมหน้ากากและกักตัว หากสงสัยหรือกังวล ขอให้ไปตรวจยังสถานพยาบาลได้ ซึ่งผู้ที่สัมผัสที่ได้รับการติดต่อขอให้ดำเนินการตามที่ทีมสอบสวนโรคแนะนำ

ดูจากไทม์ไลน์ผู้ป่วยอยู่เมียนมาร์มาก่อน และอยู่ในไทยในระหว่างวันที่ 24-26 พ.ย.63 จากการซักประวัติเจ้าตัวไม่ทราบว่าติดเชื้อโควิด 19 แต่เมื่อกลับมาไทยและยังมีอาการก็ยังไม่ได้ไปพบแพทย์ จนกระทั่ง 2 วันถัดมาถึงไปตรวจ โดยอาการที่แสดงคือจมูกไม่ได้กลิ่น จึงทำให้ผู้ป่วยปฏิบัติตัวเหมือนคนทั่วไป มีการสวมหน้ากากและไม่ได้สวมหน้ากากบ้าง เพราะฉะนั้นความเสี่ยงจึงเกิดขึ้นก่อนจะรู้ตัวว่าติดเชื้อโควิดฯ

ประมาณ 15.00 น.ผวจ.เชียงใหม่และสสจ.เชียงใหม่จะประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ เพื่อติดตามว่าเข้ามาได้เช่นไร หากลักลอบเข้าเมืองซึ่งผิดกฎหมายร้ายแรง คงจะละเว้นไม่ได้ และกรณีแบบนี้จะเกิดขึ้นอีกหลายครั้ง เพราะฉะนั้นขอประชาชนช่วยเป็นหู ตา หากพบคนใกล้เคียงเข้ามาอาศัยอยู่โดยไม่กักตัวให้แจ้งจนท.ด้วย

“ในกรณีนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นการระบาดรอบ 2 แต่ความเสี่ยงในการแพร่เชื้อทั้งโรงภาพยนตร์และร้านอาหาร ซึ่งหน่วยงานในพื้นที่กำลังเร่งติดตามคนมาตรวจและกักกัน วินิจฉัย ซึ่งการติดเชื้อก็ขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อด้วย”

You may also like

เครือซีพี จับมือ 4 บริษัทในเครือฯ ซีพีเอฟ-ซีพีออลล์-ทรู-โลตัสเดินหน้าย้ำโมเดลธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ขานรับนโยบาย BCG Economy

จำนวนผู้