เชียงใหม่ประกาศหานักเที่ยว Take iT กับนั่งเครื่องเที่ยวเดียวกับคนติดเชื้อกักตัว 14 วัน

เชียงใหม่ประกาศหานักเที่ยว Take iT กับนั่งเครื่องเที่ยวเดียวกับคนติดเชื้อกักตัว 14 วัน

คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ประกาศให้ผู้ที่เคยไปเที่ยวสถานบันเทิง เทคอิดTake iT ระหว่าง 8-18 มี.ค.และผู้โดยสารที่ ไฟล์ทเดียวกับผู้ติดเชื้อรายใหม่ ที่เดินทางจากดอนเมือง-เชียงใหม่สายการบินแอร์เอเชียFD3431 วันที่ 18 มี.ค.ให้กักตัว 14 วันหากพบมีอาการให้รีบติดต่อแพทย์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน

เมื่อวันที่ 26 มี.ค.63 ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจ จังหวัดเชียงใหม่  น.พ. กิตติพันธุ์  ฉลอม ผู้แทน น.พ. สาธารณสุข จ.ชม  กล่าวถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของจังหวัดเชียงใหม่ว่า ยอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมของจังหวัดเชียงใหม่มีจำนวน 15 ราย ยังไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มจากเมื่อวาน ในจำนวนนี้กลับบ้าน 1 ราย(คนจีน) ส่วนอีก 14 รายยังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล และไม่มีผู้ป่วยอาการรุนแรง และไม่มีผู้เสียชีวิต ทั้งหมดไม่มีใครมีอาการปอดอักเสบรุนแรง

สำหรับผู้ป่วยยืนยันแบ่งเป็น 3 กลุ่มๆ แรกมาจากประเทศระบาดคือ จีน อีก 2 รายอังกฤษอีกรายจากสวิสเซอร์แลนด์  ส่วนผู้ป่วยอีก 2 รายมาจากกรุงเทพฯ คนแรกติดเชื้อมาจากค่ายมวย ส่วนอีกายพักอาศัยใกล้สนามมวยและเดินทางไปสถานบันเทิงด้วย  ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7 รายเป็นคนในพื้นที่ กับอีก 2 รายเชื่อมโยงกับสถานบันเทิง ทั้งนี้ขอให้ผู้ที่เคยไปเที่ยวในระหว่างวันที่  8-18 มี.ค.63 คนที่เคยไปร้าน Take it ให้สังเกตอาการตัวเอง กักตัวอยู่บ้าน 14 วันแล้วหากมีอาการก็ขอให้ไปพบแพทย์ทันที

อีกกลุ่มสอบสวนโรคพบมีความเชื่อมโยงและต้องเฝ้าระวังเพิ่มเติม ที่ผู้ป่วยยืนยันแล้วซึ่งเดินทางมากับแอร์เอเชีย ขอให้ผู้ที่เดินทางมากับเที่ยวบินดังกล่าววันที่ 18 มี.ค.ขอให้สังเกตอาการ 14 วันตั้งแต่ 18 มี.ค.-1 เม.ย.หากมีไข้ ไอและเจ็บคอ ขอให้ไปสถานพยาบาลใกล้บ้าน ส่วนข้อมูลคัดกรองกลุ่มอื่น พบว่าผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศ จำนวนคงที่ 683 รายติดตามครบ 14 วันแล้วจำนวน และมีบางส่วนกักตัวอยู่บ้านและที่กักตัวของจังหวัด ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 698 ราย ซึ่งต้องกักตัวอยู่บ้าน 14 วัน จะมีระบบติดตามจากผู้นำชุมชน อสม.และอปท.จึงขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือทุกคนด้วย

ด้านพล.ต.ต. พิเชษฐ จีระนันตสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึง  การตั้งจุดตรวจคัดกรองควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อาศัยอำนาจตามประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ของรัฐบาล ตั้งด่านบูรณาการร่วมกันตลอด 24 ชั่วโมง หลังจากที่มีการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. วันที่ 26 มี.ค.63 พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม โดยเบื้องต้นจะมีกำลังพลเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองแต่ละท้องที่เท่านั้น ในเส้นทางหลักและมีการจัดกำลังพลสับเปลี่ยนตลอด 24 ชั่วโมง

“สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ มีเส้นทางเข้า จำนวน 11 เส้นทาง เส้นทางหลัก 4 เส้นทาง, เส้นทางรอง 7 เส้นทาง โดยมีการวางแผนจัดกำลังออกประจำจุดตั้งด่าน 5 จุด  จากจ.แม่ฮ่องสอน ,เชียงราย ,ลำปาง ดังนี้ จุดที่ 1. เส้นทางเชียงใหม่-แม่อาย ใช้จุดสันติสุข อ.แม่อาย จุดที่ 2 เส้นทางแม่แตง – อ.ปาย ใช้ตู้บ้านไร่ อ.แม่แตง จุดที่ 3 ดอยสะเก็ด-เชียงราย ใช้จุดหน้าสภ.ดอยสะเก็ด จุดที่ 4 เชียงใหม่-ลำพูน ใช้จุดหน้าปั๊มปตท.ของ สภ.สารภี (ขาเข้า) จุดที่ 5 เชียงใหม่ – ฮอด ใช้จุดตู้ทางหลวง อ.ฮอด 6. ให้ใช้กฎหมายควบคุมโรคติดต่อ ห้ามคนออกนอก-เข้าในพื้นที่ 7.ใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก และอาจจะมีการสั่งการอื่นๆ เพิ่มเติมจากผู้บังคับบัญชาต่อไป”

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวอีกว่า สำหรับจุดตรวจคัดกรองควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือ Covid-2019 ของตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ 1.สภ.สารภี ตั้งจุดตรวจฯ บริเวณหน้า ปั้ม ปตท.สารภี ขาเข้า (ถนนเซียงใหม่-ลำพูน) 2.สภ.ดอยสะเก็ด ตั้งจุดตรวจฯ บริเวณหน้า สภ.ดอยสะเก็ด อ.ดอยสะเก็ด 3.สภ.แม่อาย ตั้งจุดตรวจฯ บริเวณตู้ยาม แสนสุข ต.ท่าตอน อ..แม่อาย 4.สภ.ฮอด ตั้งจุดตรวจฯ บริเวณตู้ยามตำรวจทางหลวงฮอด อ.ฮอด 5.สภ.แม่แตง ตั้งจุดตรวจฯ บริเวณตู้ยามบ้านไร่ อ.แม่แตง 6.สภ.ดอยเต่า ตั้งจุดตรวจฯ บริเวณตู้ยามท่าเดี่อ อ.ดอยเต่า และได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ตรวจคัดกรองเบื้องต้นได้สวมใส่ face shield พร้อม mask เพื่อกันเชื้อ Covid-19 ในการเรียกตรวจรถทุกคันทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร ที่ผ่านเข้าพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

 

 

 

 

You may also like

ระดมเฮลิคอปเตอร์ทั้งทหารและปภ.โปรยน้ำดับไฟบนดอยสูงเชียงดาวคืนเดียวพุ่ง 65 จุด

จำนวนผู้