“หมอประเวศ”ปลุกพลังผู้นำท้องถิ่น ยึดทางสายปัญญาพัฒนาประเทศ

“หมอประเวศ”ปลุกพลังผู้นำท้องถิ่น ยึดทางสายปัญญาพัฒนาประเทศ

กรุงเทพฯ/“หมอประเวศ” ปลุกพลังบวกผู้นำท้องถิ่น แนะใช้ “ใจ” ให้มากกว่า “ความรู้” ยึดทางสายกลาง เดินทางสายปัญญาพัฒนาประเทศไทย พร้อมเรียกร้องให้เพิ่มสถาบันส่งเสริมศักยภาพผู้นำและเวทีพัฒนานโยบายสาธารณะ เพื่อสร้างเครือข่ายคนไทย
ศ.นพ.ประเวศ วะสี กล่าวปาฐกถา “สุดยอดผู้นำชุมชนท้องถิ่น ผู้สร้างสังคมสุขภาวะ” ในเวทีสุดยอดผู้นำชุมชนท้องถิ่น ที่ห้องรอยัลจูบิลี อิมแพค เมืองทองธานี  ว่า ประเทศไทยมีทรัพยากรมากมายกว่าหลายประเทศมากนัก ถ้าคนไทยร่วมมือกันก็จะสามารถสร้างประเทศให้น่าอยู่ที่สุดได้ ภายใต้พลังสร้างสรรค์ 3 H คือ Heart Head Hand นั่นคือต้องมีหัวใจความเป็นมนุษย์ ทำอะไรใช้ “ใจ” นำอย่าใช้ความรู้นำ ก็จะทำให้เกิดความกล้าหาญมีหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์ ขณะเดียวกันก็ต้องใช้ความรู้ข้อมูลสติปัญญาเป็นตัวกำกับ แล้วลงมือทำ จึงจะนำไปสู่ความสำเร็จเวทีสุดยอดผู้นำชุมชนท้องถิ่นครั้งนี้ จัดโดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สำนัก 3 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมีสุดยอดผู้นำชุมชนท้องถิ่นจากชุมชนท้องถิ่น 567 แห่ง จำนวน 3,818 คน เข้าร่วม เพื่อผลักดันประเด็นสวุขภาวะต่างๆ เข้าสู่กระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะระดับท้องถิ่นและเชื่อมโยงกับขบวนการขับเคลื่อนทุกระดับ

สุดยอดผู้นำท้องถิ่นในที่นี้ คือตัวแทนองค์กรท้องถิ่น 2,500 แห่ง องค์กรชุมชน 50,000 แห่ง มีผู้นำชุมชนท้องถิ่นมากกว่า 250,000 คน คอยดูแลประชาชน โดยทำงานเป็นเครือข่าย มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน บุคลากร องค์กรสุขภาพ พนักงานองค์กรท้องถิ่น นักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย ข้าราชการ กรมส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิต พระ สถาปนิก กรมพัฒนาชุมชนสภาพัฒน์ กรมการปกครอง รวมกัน นับเป็นการถักทอพลังบวกของคนไทยครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์” ศ.นพ.ประเวศ ยังกล่าวด้วยว่า การสร้างสังคมสุขภาวะในประเทศไทย ต้องยึด 4 แนวทาง ประกอบด้วย 1.สัมมาทิฏฐิ คือประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม หรือสุขภาวะของคนทั้งมวล  (Health for all) แนวคิดนี้เป็นแบบเสรีภาพขององค์รวม 2.สัมมาสังกัปปะ พระเจดีย์ ย่อมสร้างจากฐาน แปลว่า ชุมชนท้องถิ่นต้องมีศีลธรรมจริยธรรม มีความเข้มแข็ง อยู่ร่วมกันระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล  ฐานของประเทศก็จะเข้มแข็งและมีภูมิคุ้มกัน 3.หลักการสมรรถนะของชุมชนท้องถิ่น ตลอดจนผู้นำชุมชน ในการจัดการพัฒนาอย่างบูรณาการ 4.วิธีคิดและวิธีการการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติในสถานการณ์จริง  (Interactive Learning through action) ต้องร่วมกันทุกฝ่าย ทุกเครือข่าย ถึงจะเกิดเครื่องมือสำคัญในการพัฒนา ไม่แบ่งเป็นข้างเป็นพวกแล้วทำลายกันเอง และด้วยวิธีการเดินสายกลางนี้ เรียกว่าเส้นทางสายปัญญา หรือมัชฌิมาปฏิปทาพัฒนาประเทศไทย ยิ่งทำไปยิ่งฉลาด ได้ผล มีความสุขมากขึ้น นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน และความสำเร็จทั้งบุคคล องค์กร สังคม สร้างความเป็นธรรมในสังคมได้ ขณะเดียวกัน ศ.นพ.ประเวศ ยังได้ชี้แนะถึง กลไกการทำงานต่อไปว่าต้องมีมูลนิธิถักทอพลังบวก ทั้งส่วนกลาง ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ขณะเดียวกันต้องประชุมภาคีคนไทย ถักทอพัฒนาประเทศไทยอย่างสม่ำเสมอ เพิ่มสถาบันส่งเสริมศักยภาพผู้นำ และเวทีพัฒนานโยบายสาธารณะ เพื่อสร้างเครือข่ายคนไทย ถักทอกันสร้างประเทศไทยที่น่าอยู่ที่สุด ให้ไทยเป็นแผ่นดินแห่งความเป็นธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ก็จะเท่ากับว่า สิ่งที่ทุกคนกำลังทำ มุ่งไปสู่สังคมสุขภาวะ และถือเป็นภารกิจของคนไทยที่ต้องร่วมมือกันถักทอแผ่นดินไทยให้น่าอยู่ ก่อนขยายไปสู่การช่วยชาวโลก.

You may also like

ชาวสันป่าตองจะยื่นร้องขอความเป็นธรรมยังไม่ได้รับการเยียวยาผลกระทบโรงอบลำไยระเบิด

จำนวนผู้