สุขภาวะดีสร้างได้…“กินดีเพื่อสุขภาพที่ดี”

สุขภาวะดีสร้างได้…“กินดีเพื่อสุขภาพที่ดี”

 ระแสตื่นตัวด้านสุขภาพ ทำให้คนไทยส่วนหนึ่งหันมาใส่ใจเรื่องอาหารการกินกันมากขึ้น ทั้งด้านคุณภาพ และคุณค่าของสารอาหาร  หากคนอีกจำนวนไม่น้อยยังคงมองข้ามความสำคัญของเรื่องดังกล่าว อาศัยความอร่อย สะดวกเป็นหลัก  ซึ่งผลลัพธ์อาจยังไม่เห็นในทันทีทันใด แต่ในระยะยาวย่อมมีผลเสียตามมาอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ที่กำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโต ในสำนวนฝรั่ง ถึงกับมีคำกล่าวว่า You are what you eat…กินอย่างไร ก็ได้อย่างนั้นกนกวรรณ แซวหยวก นักเรียนโรงเรียนบางมูลนากภูมิวิทยาคม อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร  ผู้รับผิดชอบโครงการกินดีเพื่อสุขภาพที่ดี ซึ่งเป็น 1 ในชุดโครงการพลังเด็กและเยาวชนสร้างสุขภาวะชุมชน เปลี่ยนโลกด้วยมือเรา ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  เล่าว่า ข้อมูลจากการสำรวจนักเรียนชั้น ม.2 ที่เป็นสมาชิกผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จำนวน 65 คน พบว่ามีการบริโภคอาหารไม่หลากหลาย รับประทานตามใจอยาก โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์และโทษที่จะได้รับต่อร่างกาย ส่วนใหญ่รับประทานมื้อเย็นหนักกว่ามื้ออื่นๆ และหลายคนไม่ได้ล้างมือด้วยสบู่ก่อนรับประทานอาหารเธอจึงได้ร่วมกับเพื่อนๆ แกนนำ 5 คน ทำโครงการกินดีเพื่อสุขภาพที่ดี เพื่อให้ทุกคนรู้จักเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อตนเอง โดยให้เขียนเส้นทางอาหารที่รับประทาน ให้รู้ว่านำมาจากแหล่งไหน ปลอดภัยจากสารเคมีหรือไม่ ต่อไปจะได้เลือกแหล่งอาหารที่ถูกสุขลักษณะและปลอดภัยได้ พร้อมกันนั้นก็ให้บันทึกพฤติกรรมการรับประทานอาหารทุกมื้อ ส่งเสริมให้ปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานด้วยตนเองทั้งภายในโรงเรียนและในบ้านมีการทดลองแยกสารปนเปื้อนในผักกาดดอง ซึ่งพบแมงกานีส สารกันเชื้อรา ที่ทำให้เซลสมองตาย เยื่อบุกระเพาะอาหารเป็นแผล หากมีอาการแพ้มากก็อาจเวียนศีรษะ อาเจียน มีผื่นขึ้นได้ จึงนำข้อมูลมาเผยแพร่ให้เพื่อนๆ ได้ทราบ และระมัดระวังในการบริโภคยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้ให้ความรู้เรื่องโทษภัยของน้ำตาลที่เกินความต้องการของร่างกาย จากการดื่มน้ำอัดลม ชาเย็น เครื่องดื่มต่างๆ รวมถึงขนมกรุบกรอบ ทำให้เสี่ยงต่อโรคหลายชนิด เช่น เบาหวาน ฟันผุ โรคอ้วน โรคกระเพาะอาหาร  ซ้ำยังเป็นค่าใช้จ่ายที่สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ “จากการที่ส่งเสริมให้เพื่อนๆ ปลูกผักสวนครัวเอง และช่วยกันเพาะเห็ด ทำให้หลายคนหันมารับประทานผักที่ปลูก ทั้งที่อาจไม่ชอบ และไม่เคยรับประทานผักบางชนิดมาก่อน  ที่สำคัญคือทุกกลางวันวันพุธ จะมีการห่อข้าวที่ปรุงเองจากที่บ้านมารับประทานร่วมกันที่โรงเรียน จึงได้พูดคุยกัน และเห็นถึงความเปลี่ยนแปลง ในการรู้จักเลือกรับประทานอาหารที่ดี มีประโยชน์มากขึ้น เดิมผู้ปกครองบางคนแวะซื้อหมูปิ้ง ข้าวเหนียว หรืออาหารถุงที่ขายตามท้องตลาดมาให้ ตอนหลังเมื่อเห็นคนอื่นๆ  ทำอาหารเองจากวัตถุดิบที่ดีมีประโยชน์ และปลอดภัยจากสารเคมี ก็เริ่มตระหนัก และกระตุ้นให้แม่ลองทำบ้าง จนกลายเป็นเมนูอาหารปลอดภัยที่หลากหลาย”  ด.ญ.กนกวรรณ อธิบาย พร้อมทั้งบอกว่า  ผลจากการประเมิน  นักเรียนได้รับประโยชน์จากโครงการมาก เกินเป้าหมายที่วางไว้ คือร้อยละ 70 สามารถปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานเอง แยกแยะอาหารที่มีประโยชน์และโทษได้ รวมทั้งเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหมักดอง

นอกจากนี้ ยังรับประทานผักมากขึ้น หลีกเลี่ยงการรับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ลดปริมาณการดื่มน้ำอัดลม บางคนเคยดื่มทุกวัน ก็เหลือสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ลดปริมาณการรับประทานขนมกรุบกรอบ ขนมซอง และรับประทานผลไม้ทุกสัปดาห์ ดังนั้นในภาคเรียนต่อไป จะมีการขยายผลจาก 65 คน ไปสู่นักเรียนชั้น ม.2 ทั้งหมดในโรงเรียน เพื่อให้เพื่อนๆ รู้จักเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ จะได้เกิดพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย และสมองต่อไปด้าน วลัยพรรณ กมเลศรังสรรค์ อาจารย์ที่ปรึกษา ย้ำว่า โครงการกินดีเพื่อสุขภาพที่ดี ไม่เพียงแค่ทำให้เด็กรู้จักเลือกรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์เท่านั้น แต่มีผลต่อการเรียนรู้ของสมอง และการเจริญเติบโตในระยะยาวด้วย ที่สำคัญคือทำให้นักเรียนได้ซึมซับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยไม่รู้ตัว มีความพอประมาณ ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไปในเรื่องการรับประทานอาหาร มีเหตุผลในการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และมีภูมิคุ้มกัน หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่ทำลายสุขภาพขณะเดียวกันขั้นตอนในการดำเนินกิจกรรมตามโครงการ ยังสร้างความรู้ ควบคู่ไปกับคุณธรรม ทุกคนต้องให้ข้อมูลอย่างซื่อสัตย์ต่อตนเองและเพื่อน  มีความสุจริต มีความเพียร ดูแลรับผิดชอบแปลงผักและโรงเพาะเห็ด ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต และการทำงาน  เรียนรู้การเป็นผู้นำ กล้าแสดงออก พูดคุยมีสาระมากขึ้น

“สิ่งที่สังเกตเห็นได้อีกประการหนึ่ง คือเด็กเกิดจิตอาสา เมื่อคลุกคลีกันมากขึ้น เด็กเกิดความไว้วางใจครู และอยากเข้าหา จากที่เคยรีบปลีกตัวออกห่างเมื่อหมดชั่วโมงเรียน ระยะหลังเมื่อได้รับประทานอาหารด้วยกันบ่อยๆ คอยให้คำแนะนำปรึกษาในการทำกิจกรรมอย่างใกล้ชิด เด็กๆ มักจะเข้าหาถามว่ามีอะไรให้ช่วยทำหรือไม่ เช่น ในช่วงพักกลางวัน  หรือช่วงเย็น เป็นต้น” อาจารย์คนเดิม กล่าวถือได้ว่าโครงการกินดีเพื่อสุขภาพที่ดี ไม่ใช่แค่การขับเคลื่อนเพื่อให้นักเรียนมีสุขภาวะที่ดี เติบโตสมวัย หากยังเป็นการพัฒนาศักยภาพของตัวเด็ก ให้รู้จักคิด  วางแผน ทำงาน และแก้ปัญหาเป็น อันจะส่งผลต่อการดำรงชีวิต และการทำงานในอนาคตนั่นเอง.

You may also like

 หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เผยผลสำรวจสมาชิกฯพบยอดขายธุรกิจก้ำกึ่งระหว่างทรงตัวกับดีขึ้น แต่สภาพคล่องทางการเงินตึงตัว

จำนวนผู้