“ลุงป้อม”กำชับทุกหน่วยงานระดมสรรพกำลังป้องกันไฟป่าหมอกควันยันรัฐบาลห่วงสุขภาพประชาชน 19 ล้านคน

“ลุงป้อม”กำชับทุกหน่วยงานระดมสรรพกำลังป้องกันไฟป่าหมอกควันยันรัฐบาลห่วงสุขภาพประชาชน 19 ล้านคน

“พล.อ.ประวิตร”แจงแนวทางแก้ปัญหาหมอกควันปีนี้ เน้นดูแลสุขภาพประชาชน 19 ล้านคนใน 9 จังหวัดภาคเหนือ ให้ผู้ว่าฯเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ หากฝุ่นละอองสูงเกินค่ามาตรฐานให้ประกาศห้ามเผาทันที สั่งจัดระเบียบการเผาลงระดับชุมชนให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นตัวขับเคลื่อน ให้กระทรวงทรัพย์คุมจุดความร้อน สั่งก.เกษตรปรับเปลี่ยนวิถีเกษตรภายใน 3 ปีต้องปลอดการเผา ประสานเอกชนห้ามซื้อผลผลิตจากพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ กำชับให้ลดความตื่นตระหนกของประชาชน การเผยแพร่ Hot Spot ให้ใช้ข้อมูลของ Gisdaและค่าฝุ่นของกรมควบคุมมลพิษเท่านั้น

วันที่ 10 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น ที่ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานประชุมมอบนโยบายเตรียมความพร้อมและรับมือสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ ปี 2563  ซึ่งกรมควบคุมมลพิษเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น โดยมี พล.ท.ฉลองชัย  ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 และผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและนำเสนอการถอดบทเรียน การปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาพื้นที่ภาคเหนือในปี 2562 ที่ผ่านมา และการคาดการณ์สถานการณ์การเผาและปริมาณเชื้อเพลิง ตลอดจนแนวทางปฏิบัติทั้งการป้องกันและแก้ไข และการสนับสนุนการปฏิบัติของหน่วยงานต่างๆ ในปี 2563

จากนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวสรุปและให้นโยบายว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับปัญหาหมอกควันภาคเหนือ ซึ่งอยู่ในความสนใจของประชาชน ทุกกระทรวง ทุกหน่วยงานต้องเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็วเพื่อปกป้องสุขภาพอนามัยของประชาชน 19 ล้านคน ขอให้ทุกคนทุ่มเทกำลังและทรัพยากร เพื่อหยุดการเผา และควบคุมไม่ให้ปริมาณฝุ่นละอองสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน ตลอดปี 2563

“สำหรับแนวทางในปีนี้ให้ กระทรวงมหาดไทยเป็น  Single Command โดยผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องติดตามสถานการณ์และบูรณาการสั่งการป้องกัน และควบคุมการเผาในจังหวัดอย่างเคร่งครัด หากฝุ่นละอองสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน ให้ประกาศห้ามเผาโดยทันที นอกจากนี้จะต้องจัดระเบียบการเผาอย่างเป็นระบบให้ทยอยเผาในปริมาณที่ฝุ่นละอองไม่เกินมาตรฐานและสั่งการไปถึงระดับตำบล โดยเฉพาะตำบลเสี่ยงเผาซ้ำซาก ให้นายอำเภอ องค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่อย่างใกล้ชิด “รองนายกรัฐมนตรี กล่าวแลว่า

ในส่วนของกระทรวงกลาโหม ให้สนับสนุนการลาดตระเวนและดับไฟทั้งภาคพื้นดิน และทางอากาศอย่างเต็มที่ และหารือในกรอบความร่วมมือคณะกรรมการชายแดน เพื่อให้ความร่วมมือ และกำชับให้ควบคุมการเผาบริเวณชายแดน อย่างเคร่งครัด สำหรับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะต้องลดจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่ป่าให้เป็นศูนย์ ในระหว่าง วันที่ 15 มีนาคม ถึง วันที่ 30  เมษายน 2563  พร้อมกับระดมกำลัง อุปกรณ์ เครื่องมือจากนอกพื้นที่ มาเสริมการลาดตระเวน เฝ้าระวัง และดับไฟป่า ไม่ให้เกิดการลุกลามของไฟจนไม่สามารถควบคุมได้รวมทั้งให้ความช่วยเหลือ และร่วมมือกับประเทศ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนตามกลไกอาเซียนอย่างจริงจัง

ในส่วนกระทรวงคมนาคม ให้กวดขันไม่ให้มีการเผาในพื้นที่ริมทางหลวงโดยเด็ดขาด สำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เร่งเปลี่ยนพื้นที่เกษตรทั้งหมดใน 9 จังหวัดภาคเหนือ ไปสู่การเป็นเกษตรปลอดการเผา ภายใน 3  ปี โดยกำกับให้ภาคเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์งดสนับสนุนผลผลิตทางการเกษตร ที่มาจากการบุกรุกป่าอย่างเด็ดขาดและเตรียมความพร้อมการทำฝนหลวง ในช่วงวิกฤติหมอกควัน

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ขอให้ทุกหน่วยงานสร้างความเป็นเอกภาพของข้อมูล เพื่อการสั่งการที่ถูกต้อง และลดความตื่นตระหนกของประชาชน โดยเผยแพร่ข้อมูลจุดความร้อน พื้นที่เกิดไฟไหม้ จากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(Gisda) และข้อมูลคุณภาพอากาศจากกรมควบคุมมลพิษ  ที่สำคัญควรให้ความรู้และสร้างความเข้าใจเชิงวิชาการที่ถูกต้อง ให้กับประชาชน โดยปรับรูปแบบการรายงานข้อมูล และสถานการณ์ ให้น่าสนใจ และเข้าถึงได้ง่าย เป็นชุดข้อมูลเดียวกันเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ตลอดจนสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนถึงการดำเนินงานของภาครัฐ อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของหน่วยงานให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น เพื่อให้ความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหามากขึ้นกว่าเดิม ควบคู่กับการเข้มงวดในการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

จากนั้นพล.อ.ประวิตร วงษ์ สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีได้เดินดูนิทรรศการและให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเพิ่มเติม โดยเชื่อมั่นว่าหากทุกฝ่ายทำตามแผนงานและร่วมมือกันอย่างจริงจัง สถานการณ์จะไม่รุนแรงเหมือนที่ผ่านมา และทางกระทรวงทรัพย์ฯเองก็มีงบประมาณให้จังหวัดละ 1 ล้านบาทสำหรับดำเนินการ โดยที่รัฐบาลไม่จำเป็นต้องตั้งงบกลางมาเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะ รวมถึงเรื่องปัญหาหมอกควันข้ามแดนที่ได้ประสานและสั่งการไปแล้ว จะใช้ทั้งในส่วนของคณะกรรมการชายแดนและการลาดตระเวน ห้ามเผาในพื้นที่ชายแดนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาไฟป่าลุกลาม จากนั้นรองนายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานปล่อยคาราวานต้านการเผา ลดหมอกควัน เพื่อคุณภาพอากาศที่ดีของภาคเหนือของหน่วยงานต่างๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย.

You may also like

ชาวสันป่าตองจะยื่นร้องขอความเป็นธรรมยังไม่ได้รับการเยียวยาผลกระทบโรงอบลำไยระเบิด

จำนวนผู้