ยูเนสโกประกาศให้พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา-คอกม้าความโดดเด่นที่เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำภูเขาแหล่งต้นน้ำที่สำคัญที่ของแม่น้ำปิง

ยูเนสโกประกาศให้พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา-คอกม้าความโดดเด่นที่เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำภูเขาแหล่งต้นน้ำที่สำคัญที่ของแม่น้ำปิง

ยูเนสโกประกาศให้พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา-คอกม้า เนื้อที่ 420.65 ตรม.ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย,อุทยานฯขุนขานและออบขานเป็นพื้นที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ มีความโดดเด่นที่เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำภูเขาที่สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญที่ของแม่น้ำปิง

วันนี้ (20 ก.ค. 63) เวลา 09.00 น. ที่ห้องรับรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายเกรียงศักดิ์ ถนอมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 พร้อมด้วยนางทิพวรรณ เศรษฐพรรค์ ผู้อำนวยการส่วนความร่วมมือระหว่างประเทศ กองการต่างประเทศ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นางสาววิมลมาศ นุ้ยภักดี ผู้จัดการพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า และคณะ เข้าเยี่ยมคารวะและมอบสำเนาใบประกาศพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า ให้แก่ทางจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้แทนรับมอบ เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของพื้นที่สงวนชีวมณฑลซึ่งมีเพียง 4 แห่งในประเทศไทย

พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า มีพื้นที่ 420.65 ตารางกิโลเมตร หรือ 265,906.25 ไร่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ – ปุย อุทยานแห่งชาติขุนขาน และอุทยานแห่งชาติออบขาน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญในระดับนานาชาติ โดยพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า ประกาศจัดตั้งขึ้นภายใต้โปรแกรมด้านมนุษย์และชีวมณฑล ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ตั้งแต่ พ.ศ. 2520 ด้วยความโดดเด่นที่เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำภูเขาที่สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญที่ของแม่น้ำปิง ที่ผ่านมาของพื้นที่แห่งนี้ได้รับการสนับสนุน กำกับดูแลโดยทางจังหวัดเชียงใหม่และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยเฉพาะการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับความสำคัญของพื้นที่สงวนชีวมณฑล ความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้แก่เยาวชนในพื้นที่ รวมถึงการส่งเสริมความรู้เพื่อพัฒนาการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในท้องที่ และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้กับพื้นที่แห่งนี้ต่อไป

You may also like

สนามบินเชียงใหม่เดินหน้าตามแผนพัฒนาฯระยะที่ 1 คาดเสร็จตามกรอบเดิมปี 67 รองรับผู้โดยสารได้ 16.5 ล้านคนต่อปี

จำนวนผู้