ยันบ้านพักตุลาการไม่มีใครเข้าอยู่กำหนดฟื้นฟูป่า 27 พ.ค.

ยันบ้านพักตุลาการไม่มีใครเข้าอยู่กำหนดฟื้นฟูป่า 27 พ.ค.

- in headline, จับกระแสสังคม

ยันบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ รัฐบาลรับปากสิ่งก่อสร้างจะกลายเป็นป่าสมบูรณ์ดังเดิม พร้อมเชิญชวนชาวเชียงใหม่ร่วมฟื้นฟูพื้นที่ป่า kickoff 27 พ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2561 ที่ หอประชุม 80 พรรษา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ ลงพื้นที่เพื่อประชุมแก้ไขปัญหาการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ ภาค 5 และบ้านพักข้าราชการตุลาการเชิงดอยสุเทพ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ตำรวจ ทหาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเครือข่ายภาคประชาชน จำนวน 46 เครือข่าย ร่วมรับฟังและเปิดโอกาสให้เสนอแนะแนวทางการดำเนินงาน ซึ่งหลังการหารือร่วมกับแกนนำและเครือข่ายขอทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ได้ข้อสรุปร่วมกัน 3 แนวทาง

ได้แก่ 1) จะไม่มีผู้อยู่อาศัย ในแนวเขตป่าดั้งเดิม โดยได้ให้ธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่เข้าไปรังวัดพื้นที่ให้เกิดความชัดเจน ซึ่งจะยึดแนวที่ภาคประชาชนเสนอ เพื่อให้ทราบว่าพื้นที่ใดคือแนวที่จะฟื้นฟู พื้นที่ใดคือส่วนที่ศาลยังคงใช้ประโยชน์ได้ จากนั้นส่วนของพื้นที่ที่อยู่ในความดูแลของธนารักษ์ฯ จากนั้นจะส่งมอบต่อให้กรมอุทยานฯ เพื่อสะดวกในการจัดการกับสิ่งก่อสร้างตามอำนาจหน้าที่ต่อไป โดยรัฐบาลจะรับภาระในการหาพื้นที่ใหม่และงบประมาณจัดสร้างใหม่ให้ทางศาลเอง 2) การฟื้นฟูให้เป็นพื้นที่ป่า ซึ่งนายกรัฐมนตรีต้องการให้ทำทันที โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำแผนการฟื้นฟูและปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่า ซึ่งจะให้ทุกภาคส่วนร่วมกันพิจารณาเรื่องของการจัดการในพื้นที่ และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง พร้อมขอเชิญชวนประชาชนชาวเชียงใหม่ร่วมปลูกป่า โดยจะเริ่มคิกออฟในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ 3) นายกรัฐมนตรีให้มารับฟังประเด็นอื่นที่ทางเครือข่ายภาคประชาชน จะเสนอเข้ามา โดยได้มีการเสนออยากให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ร่วมถึงจะดำเนินการอย่างไรกับอาคารชุด 9 หลัง บ้านพัก 45 หลัง จะมีการตั้งคณะกรรมการดำเนินการต่อไป เบื้องต้นจะให้ผู้รับเหมาก่อสร้างและส่งมอบงานให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา (ภายในเดือนมิถุนายน 2561)

ทั้งนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมหารือการแก้ไขปัญหาการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ ภาค 5 และบ้านพักข้าราชการตุลาการเชิงดอยสุเทพว่า ซึ่งตนเองได้รับนโยบายมาจากนายกรัฐมนตรี โดยจะดึงทุกภาคส่วนให้เข้ามาร่วมมือในการฟื้นฟูให้ผืนป่าดั้งเดิมกลับคืนมา และจะไม่มีการยื้อเวลาจากทางภาครัฐ ขณะที่ภาคเครือข่ายประชาชนจะยังคงติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิด พร้อมให้เวลาภาครัฐในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งในวันพรุ่งนี้ ( 7 พ.ค. 61) จะมีการประชุมร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อเร่งเดินหน้าในการแก้ไขปัญหา โดยยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นบทเรียนสำคัญให้กับทุกหน่วยงาน

ด้าน เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ แสดงความพอใจกับผลของการเจรจา แม้ความต้องการของเครือข่ายฯ ทางราชการจะไม่สามารถใช้คำว่ารื้อได้ เนื่องจากผิดต่อหลักกฎหมาย แต่ใช่คำว่า ฟื้นฟูป่าและสิ่งก่อสร้างให้กลายเป็นป่าสมบูรณ์ดั้งเดิม พร้อมยืนยันว่ากลุ่มไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น และจะยังเดินหน้าไปตามแนวทางที่กำหนด โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวหลังได้ผืนป่ากลับคืนมา.

You may also like

ผู้ประกอบการฮาลาลกว่า 100 รายร่วมงาน Halal for​ All 2018​ ใน​ TCC​ FAIR​ 2018​ หวังกระตุ้นตลาด

จำนวนผู้