พล.อ.ประวิตรย้ำเร่งสื่อสารปชส.ให้ประชาชนรับรู้นโยบายรัฐบาล สั่งสนทช.สนับสนุนแผนงานพัฒนาแหล่งน้ำทั้งเกษตรและอุปโภค

พล.อ.ประวิตรย้ำเร่งสื่อสารปชส.ให้ประชาชนรับรู้นโยบายรัฐบาล สั่งสนทช.สนับสนุนแผนงานพัฒนาแหล่งน้ำทั้งเกษตรและอุปโภค

“ลุงป้อม”ติดตามแก้ปัญหาคลองแม่ข่า ไฟป่า กำชับสนทช.อนุมัติแผนบริหารจัดการน้ำทุกโครงการที่เสนอ เผยตั้งแต่ปี 61-64และงบกลางปี 65 อนุมัติแล้วเกือบ 1 หมื่นล้านบาท ทั้งจัดหาแหล่งน้ำและแก้ปัญหาอุทกภัย พร้อมชื่นชมเชียงใหม่แก้ไฟป่าฯดีสั่งให้ถอดบทเรียนเพื่อเป็นแนวทางทำงานของปีต่อไป ก่อนจะเน้นย้ำทุกหน่วยปชส.สื่อสารสร้างการรับรู้ให้ประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะสิทธิประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับทั้งทางตรง-อ้อม ด้านสนทช.เผยตั้งแต่ก.ค.-ก.ย.ฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ

วันนี้ (11 มิ.ย.65) ที่ห้องประะชุมเตชะตุงคะ กองบินน 41 พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่เชียงใหม่เพื่อประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ โดยมี นายวรญาณ บุณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่กล่าวต้อนรับ และสรุปผลการขัดำเนินงานทั้งการบริหารจัดการน้ำ การแก้ไขปัญหาคลองแม่ข่าและการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันที่มีการสรุปเป็นวิดีทัศน์

รองผวจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า  การแก้ไขปัญหาคลองแม่ข่าและการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นpm2.5 จังหวัดเชียงใหม่ได้ดำเนินการมีประสิทธิภาพค่อนข้างสูงตามแนวทางที่รัฐบาลให้ไว้ ทั้งจำนวนจุดความร้อน ค่าฝุ่นฯที่เกินค่ามาตรฐาน เป็นสิ่งที่จังหวัดเชียงใหม่ได้สนองนโยบายของรัฐบาลและเป็นที่น่าภาคภูมิใจ

ด้านดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) นำเสนอภาพรวมการบริหารจัดการน้ำตาม 13 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565 ของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) โดยกล่าวว่า เชียงใหม่อยู่ใน 3 ลุ่มน้ำคือปิง,สาละวินและโขง โดยเชียงใหม่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำปิงเป็นหลักปริมาณฝนทั้งปี 1,200 มม.มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำทั้งขนาดกลางและเล็ก แต่ก็ยังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเกิดอุทกภัย จึงต้องมีการพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มและผันน้ำยวมและน้ำจากเขื่อนภูมิพล รวมถึงแผนป้องกันน้ำท่วม โดยในปี 61-64 รัฐบาลได้จัดสรรงบฯเพื่อดำเนินการถึง 6,630 กว่าล้านบาทและยังอนุมัติงบกลางอีก 300 กว่าล้านบาทเพื่อดำเนินการ และในปี 65 มีแผนที่บูรณาการดำเนินงานและได้รับจัดสรรงบฯอีก 3,000 กว่าล้านบาท นอกจากนี้ยังมีแผนงานอีกหลายโครงการที่จะดำเนินการในปี 66-67

เลขาธิการสทนช.กล่าวอีกว่า เชียงใหม่มีฝนเฉลี่ยทั้งปี 1,169 มม.มีการพัฒนาแหล่งน้ำ แต่เชียงใหม่ก็ยังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่แม่แจ่ม จองทองและฮอด นอกจากนี้ยังประสบปัญหาอุทกภัยซึ่งรัฐบาลได้จัดสรรงบปี 61-64 เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่เชียงใหม่ 4,800 ล้านบาทเศษ และอนุมัติงบกลางปี 65 เพื่อดำเนินอีก 46 โครงการ งบฯบูรณาการน้ำอีก 86 โึีึครงการเป็นเงินกว่า 2,000 ล้านบาท ทั้งนี้คาดการณ์ว่าในช่วงเดือนก.ค.-ก.ย.นี้จะมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติเล็กน้อย

ทางด้านพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบข้อสั่งการให้กับส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญและสนับสนุนการขับเคลื่อนการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ำภายใต้กลไกของคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยย้ำให้ สทนช. พิจารณาสนับสนุนโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร และอุปโภคบริโภค พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตาม 13 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565 ที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบแล้วอย่างเคร่งครัด โดยขับเคลื่อนและบูรณาการการทำงานร่วมกันผ่านอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดเชียงใหม่

ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้จังหวัดเชียงใหม่ บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนการจัดทำแผนหลักการพัฒนาและแก้ไขปัญหาคลองแม่ข่า พร้อมเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผน  รวมถึงการแก้ไขปัญหาการรุกล้ำลำคลองที่มีประชาชนปลูกบ้านคร่อมคลอง 139 ครัวเรือน พร้อมกล่าวชื่นชมการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นฯของจังหวัดเชียงใหม่ว่าทำได้ดีและให้ถอดบทเรียนเพื่อจะได้ใช้เป็นแนวทางในปีต่อๆ ไป และฝากให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ความสำคัญกับการพัฒนาแหล่งน้ำและความเป็นอยู่ ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ดูแลปัญหาการลักลอบเข้าเมืองและยาเสพติดอยู่เสมอ และให้ทุกหน่วยประชาสัมพันธ์สื่อสาร สร้างการรับรู้ นโยบายของรัฐบาลในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อให้ประชาชนอยู่ดี กินดี ลดความเหลื่อมล้ำ

ทั้งนี้ ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมถึงความก้าวหน้าการพัฒนาแหล่งน้ำในจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงปี 61 – 64 พบว่า มีโครงการด้านทรัพยากรน้ำเกิดขึ้นใหม่เกือบ 2,000 แห่ง ความจุเก็บกักรวม 8.83 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ได้รับประโยชน์กว่า 1.5 แสนไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 2.6 หมื่นครัวเรือน ผ่านโครงการสำคัญ ๆ อาทิ การก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองเชียงใหม่ ระยะที่ 2 งานปรับปรุงระบบผลิตน้ำประปาสถานีผลิตน้ำ
ป่าแดดและวางท่อจ่ายน้ำในพื้นที่ตอนล่าง ซึ่งในปี 2565 มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามแผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอีก 86 แห่ง พื้นที่รับประโยชน์ 76,674 ไร่ เช่น การปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา ปรับปรุงระบบผันน้ำจากฝายแม่ตื่นมาอ่างเก็บน้ำห้วยโป่งจ้อ รวมถึงงบกลางปี 2565 อีก 46 แห่ง อาทิ โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน ก่อสร้างระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์จากแหล่งน้ำหนองธาร ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นโครงการที่สนับสนุนให้ประชาชนได้มีน้ำกินน้ำใช้ได้มั่นคงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเก็บกักน้ำในช่วงฤดูฝนใช้ในช่วงฤดูแล้งได้อย่างต่อเนื่อง.

You may also like

บสย. คิกออฟ “The S1 Project” จับมือ EXIM BANK นำร่องพัฒนานวัตกรรมสินเชื่อ-ค้ำประกันสินเชื่อร่วมกัน

จำนวนผู้