“พรขัย”วอนกกต.ดูซื้อเสียงเขต 1 เชียงใหม่จ่ายหัว 300-400 บาท

“พรขัย”วอนกกต.ดูซื้อเสียงเขต 1 เชียงใหม่จ่ายหัว 300-400 บาท

- in headline, จับกระแสสังคม

“พรชัย”ปูดมีการซื้อเสียง 300-400 บาทต่อหัว วอนหน่วยงานรับผิดชอบเร่งตรวจสอบหาหลักฐาน พร้อมออกแคมเปญ “รับเงินมากาคนดี”ขันอาสาขอเป็นตัวแทนทำงานเพื่อชาวเชียงใหม่ไม่หวังเป็นส.ส.ผู้ทรงเกียรติ

วันที่ 22 มี.ค.62 ที่ศาลาวัดเมืองกาย อ.เมืองเชียงใหม่ นายพรชัย จิตนวเสถียร ผู้สมัครส.ส.เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดเวทีปราศรัยย่อยพบปะแนะนำตัวประชาชนในแขวงกาวิละ โดยมีประชาชนมาร่วมรับฟังจำนวนมาก

นายพรชัย กล่าวว่า ได้ใช้วิธีการเดินแนะนำตัวและเปิดเวทีปราศรัยย่อยจนครบทุกพื้นที่ในเขตเลือกตั้ง ถึงแม้ว่าตนจะเคยลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.มาแล้ว 4 ครั้งและแพ้ทุกครั้ง แต่การเลือกตั้งทุกครั้งก็ไม่เคยซื้อสิทธิ์ ขายเสียงและตระหนักถึงทุกๆ คะแนนที่มีคนลงคะแนนให้แม้ไม่ได้รับเลือกตั้งแต่ก็ใช้สถานะที่ตนมีอยู่ทำงานเพื่อตอบแทนประชาชนในบทบาทหน้าที่ต่างๆ ซึ่งตนหวังที่จะเป็นแบบอย่างให้กับลูก ครอบครัวและสังคมว่าการทำงานไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหนขอให้สำนึก ทดแทนบุญคุณของผู้ที่มอบความไว้วางใจ ซึ่งมีความมั่นใจว่าเราจะทำหน้าที่นั้นได้ด้วยความซื่อตรง ซื่อสัตย์ สุจริต

สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ มีบุคคลจากหลากหลายกลุ่ม หลายองค์กรร่วมกันผลักดันให้ตนมาลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.เป็นครั้งที่ 5 ด้วยความมุ่งหวังอยากให้มาช่วยทำให้วิถีชีวิต และเศรษฐกิจดีขึ้น ซึ่งก็ยอมรับว่าในเขตเลือกตั้งนี้มีการแข่งขันสูงทั้งกระแสพรรค ซึ่งประชาชนหลายคนตัดสินใจที่จะเลือกพรรค โดยไม่สนว่าผู้สมัครเป็นใคร แต่ผมทำงานและออกแนะนำตัวกับพี่น้องประชาชนโดยไม่โจมตีใคร ก็พยายามที่จะชี้แจงให้พี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้รู้ว่าส.ส.เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญ ที่จะช่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข นำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไปสู่การแก้ไข ส.ส.ต้องเป็นตัวแทน เป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชนในสภาผู้แทนราษฎรได้ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนมีความตืนตัวและเข้าใจกันมากขึ้น

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ผมกังวลใจในขณะนี้คือ มีการซื้อเสียงที่เริ่มถี่และหนาแน่นมากในช่วง 3-4 วันนี้ โดยพื้นที่นอกเขตเทศบาลมีการซื้อเสียงตั้งแต่ 300 บาทและบวกค่าเดินอีก 50 บาท ส่วนพื้นที่ในเขตเทศบาลจะอยู่ที่ 300-400 บาทบวกค่าเดินอีก 50 บาท ซึ่งผมก็หวังว่ากลไกภาครัฐจะรับรู้ในเรื่องนี้และมีกระบวนการตรวจสอบเพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นธรรม ซึ่งผมเองแม้จะรู้แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องของการใช้จ่ายเงินในการหาเสียงจำนวน 1.5 ล้านบาททำให้ผมไม่สามารถจะให้คนไปทำหน้าที่ตรงนี้ได้ครอบคลุมเพราะทุกค่าใช้จ่ายจะอยู่ในวงงบประมาณนี้หมด

“ผมยังหวังว่าหน่วยงานรัฐจะทำงานเต็มที่ มีแคมเปญช่วงโค้งสุดท้ายซึ่งเหลืออีก 1 วันกว่าๆ ออกแคมเปญมาให้ประชาชนได้รู้ เช่น รับเงินมาแต่ขอกาคนดี แทนคำที่ชาวบ้านเคยพูดกันว่าเงินไม่มา กาไม่เป็น และทำทุกวิถีทางให้ชาวบ้านรู้ว่าการเลือกตัวแทนโดยตอบแทนจากเงินซื้อเสียงนั้นไม่ได้ทำให้ชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้นในระยะยาวได้”นายพรชัย กล่าวและว่า

สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ผมอยากเสนอตัวขอเป็นตัวแทนพี่น้องเขต 1 เชียงใหม่เข้าไปทำงาน ไม่ได้มุ่งหวังที่จะเป็นส.ส.ผู้ทรงเกียรติ แต่ขอเป็นตัวแทนคนเชียงใหม่เข้าไปทำงานและจะขับเคลือ่นแก้ไขปัญหาหมอกควัน ที่ต้องอาศัยการบูรณาการในหน่วยงานทุกภาคส่วน ในเรื่องของเศรษฐกิจและรายได้ เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงเป็นอันดับ 1 แต่ที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายไปส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ทั้งๆ ที่ศักยภาพเมืองรองยังไม่ได้ จึงทำให้ได้นักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการเดินทางไปเอง แต่ปริมาณและรายได้ยังไม่เข้าเป้า ถ้าผมได้เป็นส.ส.ผมจะผลักดันการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ให้เป็นเมืองหลักของอาเซียนและกระจายการท่องเที่ยวไปยังเมืองรอง เหมือนกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกทำ และจะให้เชียงใหม่เป็นฮับหรือศูนย์กลางการบินด้วย.

You may also like

“แม่เลี้ยงวรรณี”เปิดบ้านสวนริมลำพูน ให้กัลยาณมิตรรดน้ำดำหัวเนื่องในประเพณีปี๋ใหม่เมือง

จำนวนผู้