ฝนตกต่อเนื่องน้ำไหลเชี่ยวกราก การซ่อมแซมเส้นทางเชียงใหม่-เชียงรายยังเปิดใช้งานไม่ได้

ฝนตกต่อเนื่องน้ำไหลเชี่ยวกราก การซ่อมแซมเส้นทางเชียงใหม่-เชียงรายยังเปิดใช้งานไม่ได้

ฝนไม่หยุดน้ำไหลแรงทำให้การซ่อมทางเบี่ยงเส้นทางหลวงสาย 118 เชียงใหม่-เชียงรายยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ระดมกำลังทั้งทหาร พลเรือนและฝ่ายปกครองลำเลียงข้าวกล่องแจกจ่ายผู้ประสบภัยที่ติดค้างอยู่กลางป่าไม่สามารถออกไปทางไหนได้

ความคืบหน้ากรณี น้ำป่าพัดสะพานข้ามถนนทางหลวงสาย 118 เชียงใหม่-เชียงราย ขาด หลายจุด ตั้งแต่เมื่อวานนี้ ล่าสุดยังไม่สามารถสัญจรไปมาได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนที่ติดค้างอยู่ระหว่างกลางสะพานเกือบ 300 ชีวิต ทั้งนี้ในช่วงสายวันนี้(3 ส.ค.63)พลตรีสืบสกุล บัวระวงศ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่น้ำป่าพัดสะพานข้ามถนนทางหลวงสาย 118 เชียงใหม่-เชียงราย ในพื้นที่บ้านแม่หวาน ตำบลป่าเมี่ยง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ขาด ซึ่งพบว่าล่าสุดยังไม่สามารถเปิดเส้นทางให้สัญจรไปมาได้ เนื่องจากยังคงมีน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรง และฝนตกหนักในพื้นที่ จึงยังไม่สามารถซ่อมแซมใดๆ ได้ โดยมีกำลังพลจากกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7 กองพลทหารราบที่ 7 ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยกันลำเลียงข้าวกล่องไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ตรงกลาง ซึ่งในฝั่งบ้านแม่หวาน มีคนติดค้างอยู่ประมาณ 70 คน ส่วนฝั่งวัดพระบาทปางแฟนอีกประมาณ 200 คน แต่เนื่องจากสะพานถูกตัดขาดและกระแสน้ำไหลเชี่ยว จึงต้องนำอาหารกล่องใส่ถุงลำเลียงข้ามลำน้ำไปด้วยความยากลำบาก

ด้านนายเอกนรินทร์ จินทะวงค์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 กล่าวว่า ในส่วนของการซ่อมแซมเส้นทางนั้น เส้นทางด้านวัดพระบาทปางแฟน ได้ทำทางเลี่ยงมาลงที่สามแยกโป่งกุ่ม ประชาชนจึงทยอยขับรถออกไปตั้งแต่ช่วงเช้า คาดว่าสามารถจะออกไปได้ทั้งหมดในวันนี้ ส่วนที่บ้านแม่หวาน ได้ประสานขอสะพานแบรี่มาจากจังหวัดพิจิตร ซึ่งจะเดินทางมาถึงวันพรุ่งนี้และจะเริ่มดำเนินการติดตั้งทันที คาดว่าเร็วที่สุดจะเสร็จสิ้นในช่วงเย็น โดยน้ำป่าครั้งนี้ถือว่ารุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ทำให้ทางเบี่ยงขาดทั้งหมด 6 จุด สามารถซ่อมแซมไปได้แล้ว 3 จุด เหลือแค่เพียงจุดใหญ่ๆ ซ่อมแซมได้ยาก ทั้งนี้มีประชาชนบางส่วนที่ต้องการเดินทางกลับบ้านก่อน โดยสมัครใจที่จะจอดรถทิ้งไว้และให้ญาติพี่น้องมารับกลับ ทางอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ได้จัดที่จอดรถไว้ให้ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ร่วมกับกำลังทหาร พาประชาชนเดินลัดเลาะเขา ซึ่งเป็นเส้นทางธรรมชาติออกมา เป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 – 30 นาที

ขณะที่นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า  นักท่องเที่ยวที่ตกค้าง จำนวนหนึ่งที่กม.32 ทางอุทยานแม่ตะไคร้ช่วยดูแล ซึ่งมีชาวต่างชาติทั้งฝรั่งเศส จีนและเกาหลีใต้ ซึ่งผู้ว่าฯได้มอบหมายให้ทางอำเภอช่วยดูแลอีกจุดกม.39-40 ที่มีนักท่องเที่ยวและผู้สัญจรติดค้างอยู่ประมาณ 150 คนโดยให้พักอยู่ที่โรงเรียนและวัดบ้านปางแฟน ซึ่งทางอำเภอและแขวงการทางช่วยดูแลเรื่องอาหารและน้ำดื่ม

อย่างไรก็ตามเนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลกระทบจากพายุ และจุดที่เกิดเหตุเป็นทางเบี่ยงเส้นทางก่อสร้างสายหลัก ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งแก้ไขอยู่ แต่ทางจังหวัดกำลังพิจารณาแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนในช่วงฤดูฝน  เพราะคาดว่าจะมีพายุเข้ามา 2 ลูก เหตุการณ์นี้เป็นผลกระทบจากพายุลูกแรก และหากได้สะพานแบรี่มาใช้ในช่วงนี้ก็คิดว่าจะไม่ทำให้เกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นอึก

สำหรับภาพรวมของจังหวัดเชียงใหม่ มีหลายพื้นที่รายงานสถานการณ์เข้ามา ด้วยที่ผ่านมาหลายพื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้งเมื่อมีฝนก็ทำให้มีน้ำกักเก็บมากขึ้น ประกอบกับทางจังหวัดได้ประสานสั่งการทุกอำเภอไปแล้ว โดยพื้นที่เสี่ยงเกิดดินถล่มก็มีการกำชับพื้นที่ให้ดูปริมาณน้ำฝนเป็นหลัก ถ้าน้ำฝนเกิน 80 มม.ให้เตรียมสิ่งของเครื่องใช้เพื่อเตรียมอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัยไว้ก่อน ซึ่งในพื้นที่เชียงใหม่และหลายพื้นที่ในภาคเหนือหากฝนเกิน 80 มม.ก็จะเกิดปัญหาแบบเดียวกันโดยเฉพาะที่ราบเชิงเขาซึ่งต้องเตรียมอพยพราษฏรไปที่ปลอดภัยไว้ก่อน.

You may also like

ชาวเชียงใหม่-ศิลปินหลากแขนงร่วมกิจกรรม”รัฐปลาเผา”

จำนวนผู้