ผู้ว่าฯเชียงใหม่ ยืนยันผลักดัน โครงการระบบขนส่งมวลชนเชียงใหม่ มั่นใจสนข.บรรจุในแผนงบฯปี 59 ศึกษาระบบรถรางเชื่อมโยงรถไฟความเร็วสูง พร้อมบูรณาการการทำงานระหว่างส่วนกลาง ภูมิภาคและท้องถิ่น ดึงอบจ.-พิงคนครหนุนดันระบบฯให้เกิดความยั่งยืน

ผู้ว่าฯเชียงใหม่ ยืนยันผลักดัน โครงการระบบขนส่งมวลชนเชียงใหม่ มั่นใจสนข.บรรจุในแผนงบฯปี 59 ศึกษาระบบรถรางเชื่อมโยงรถไฟความเร็วสูง พร้อมบูรณาการการทำงานระหว่างส่วนกลาง ภูมิภาคและท้องถิ่น ดึงอบจ.-พิงคนครหนุนดันระบบฯให้เกิดความยั่งยืน

 

นายสุริยะ ประสารทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกประจำจังหวัดเชียงใหม่ครั้งที่2/2558 ว่า ในการประชุมครั้งนี้มีเรื่องเพื่อพิจารณาใน 4 ประเด็น คือ เรื่องการต่อใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางแก่สหกรณ์เดินรถสันกำแพง จำกัด ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งในเส้นทางหมวด 4 สายที่ 2586  เส้นทางเชียงใหม่-สันกำแพง-บ้านโป่งกุม โดยที่ประชุมเห็นชอบให้มีการต่ออายุใบอนุญาตตามเงื่อนไขในใบอนุญาตประกอบการขนส่งฉบับเดิม

นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาเกี่ยวกับการต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่ง แก่สหกรณ์เดินรถสันกำแพง ซึ่งได้รับใบอนุญาตในเส้นทางหมวด 4 สายที่ 2587 สายเชียงใหม่-บ้านเป้า โดยที่ประชุมเห็นชอบให้มีการต่ออายุใบอนุญาต  และการพิจารณากำหนด(ปรับปรุง)เงื่อนไขการเดินรถ และพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่งให้แก่สหกรณ์เดินรถสันกำแพง เส้นทางเดินรถหมวด 4 สายที่ 2588 สายบ้านแม่มาลัย-บ้านสบก๋าย โดยมี 2 ประเด็นคือการต่ออายุใบอนุญาต และการขอปรับปรุงเงื่อนไขเกี่ยวกับจำนวนรถ เวลาและจำนวนเที่ยวการเดินรถ เนื่องจากมีผู้ใช้บริการขนส่งน้อย ทางสหกรณ์ฯ ขอปรับปรุงโดยลดจำนวนเที่ยวให้บริการ จากเดิม 20 เที่ยว มีรถบริการ 10 คันต่อวัน ก็ปรับลดมาเป็นจำนวน 5-6 เที่ยว และมีรถบริการ 2-3 คัน ต่อวัน

ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวอีกว่า สำหรับถนนสายบ้านแม่มาลัย-บ้านสบก๋าย อ.แม่แตง ได้มีการของบประมาณจากคณะรัฐมนตรี ในการประชุมครม.นอกสถานที่ที่จังหวัดเชียงใหม่ที่ผ่านมา โดยมีโครงการที่จะสร้างถนนต่อไปที่อำเภอเวียงแหง และก่อสร้างเป็นถนนลาดยางโดยมอบให้สำนักทางหลวงชนบทดำเนินการ ซึ่งถนนสายนี้จะเป็นเส้นทางตรงและย่นระยะเวลาเดินทางจากเชียงใหม่ไปอำเภอเวียงแหง โดยออกไปทางด่านช่องหลักแต่งของอำเภอเวียงแหงข้ามไปยังฝั่งเมียนมาร์ได้ ซึ่งถ้าทางเมียนมาร์มีการปรับปรุงเส้นทางแล้วเสร็จ จะเป็นเส้นทางที่เชื่อมจากประเทศไทยไปสู่เมืองตองยี ในรัฐฉานของเมียนมาร์ที่ใกล้ที่สุด และเส้นทางนี้มีความสำคัญในการขนส่งสินค้าการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างไทยและพม่าที่สำคัญเส้นทางหนึ่ง

นอกจากนั้นที่ประชุมยังได้มีการพิจารณา ออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร เส้นทางหมวด 1 สายที่ 10 หมู่บ้านขวัญเวียง-รอบเมืองเชียงใหม่ ซึ่งทางสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ได้ประกาศรับคำขออนุญาตประกอบการขนส่งในเส้นทางดังกล่าวเป็นระยะเวลา 45  วัน โดยมีผู้ยื่นคำขออนุญาตประกอบกิจการขนส่ง 2 ราย คือ บริษัท บ้านขวัญเวียง พร็อพเพอร์ตี้ และ บริษัท ขวัญเวียงขนส่ง จำกัด โดยนายทะเบียนประจำจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงได้พิจารณาใบอนุญาตขนส่ง ให้แก่บริษัท ขวัญเวียงขนส่ง จำกัด ซึ่งรถที่ให้บริการจะเป็นรถโดยสารปรับอากาศชั้น 2 ให้บริการตั้งแต่เวลา 5.30 น. ถึง 22.00 น. เก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย

นายสุริยะ กล่าวด้วยว่า จะพยายามทำระบบขนส่งมวลชนเชียงใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน โดยการสนับจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่และสำนักงานพิงคนคร มาช่วยสนับสนุน และมีการสนับสนุนด้านเทคนิคและวิชาการจากทีมงานของดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม ภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกำกับดูแลการดำเนินงาน โดยมณฑลทหารบก 33 โดยถือว่าเป็นการบูรณาการทำงานระหว่างหน่วยงานราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรมหาชน และภาคเอกชน

“ทางจังหวัดจะพยายามทำให้ระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดเชียงใหม่เกิดขึ้นให้ได้ และสอดคล้องกับระบบขนส่งมวลชนที่จังหวัดเชียงใหม่กำลังผลักดันคือ โครงการขนส่งมวลชนเชียงใหม่ ระบบรถไฟฟ้าแบบราง(Tram) ซึ่งได้มีการศึกษาวิจัยไว้แล้วตั้งแต่ปี 2549 และได้เสนอโครงการไปยังคณะกรรมการนโยบายขนส่งทางบกหรือสนข. ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน ให้มีการตั้งคณะทำงานออกแบบเส้นทางขนส่งมวลชน เช่น การออกแบบปรับปรุงเส้นทางเชื่อมโยงจากกสถานีรถไฟความเร็วสูง(สถานีรถไฟเชียงใหม่ในปัจจุบัน) ซึ่งในการปรับปรุงออกแบบ จะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก โดยคาดว่าโครงการนี้ จะถูกบรรจุอยู่ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2559 นี้ อย่างแน่นอน”ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวและว่า

นอกจากนี้ ยังมีโครงการป้ายอัจฉริยะ ที่สามารถบอกรายละเอียดการให้บริการของรถโดยสารสาธารณะได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเขียนโครงการ โดยอาจเป็นของบประมาณในส่วนของสำนักงานพัฒนาพิงคนคร เนื่องจากมีหน้าที่ในการสนับสนุนการท่องเที่ยวใน 8 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งระบบขนส่งมวลชนถือเป็นเรื่องหนึ่งที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว สำหรับป้ายอัจฉริยะจะใช้งบประมาณไม่มาก ประมาณ 20,000 บาท ต่อป้าย หากใช้ 100 ป้าย ทั่วทั้งเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ก็จะใช้งบฯประมาณ 2 ล้านบาท

ทางด้านนายชาญชัย กีฬาแปง ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ยังมีการพิจารณาเกี่ยวกับการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้างในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่มีผู้ประกอบอาชีพจักรยานยนต์รับจ้างประมาณ 300 คัน ทางกรมขนส่งทางบกได้มีหนังสือแจ้งมายังสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ให้ดำเนินการจัดระเบียบระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้างอย่างยังยืน โดยมีการดำเนินการจัดทำเสื้อกั๊กของผู้ขับขี่ และทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้ให้ข้อแนะนำว่า ควรเปลี่ยนสีเสื้อกั๊กจากสีส้มเป็นสีบานเย็น เนื่องจากเป็นสีของภูมิภาคล้านนา

ส่วนประเด็นที่กรมการขนส่งทางบกสั่งการให้สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ประสานงานองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น เกี่ยวกับการพัฒนาห้องน้ำในสถานีขนส่งผู้โดยสาร ซึ่งทางกรมการขนส่งทางบกได้ถ่ายโอนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปแล้วนั้น จะต้องเป็นการให้ประชาชนใช้ห้องน้ำฟรี ตามนโยบายของของรัฐบาล ที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมปรับปรุงห้องน้ำภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วไปประเทศ โดยการก่อสร้างใหม่หรือปรับปรุงซ่อมแซมให้มีสภาพใหม่ขึ้นและให้ประชาชนใช้ห้องน้ำโดยไม่เสียค่าบริการ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ  ซึ่งเรื่องนี้ทางว่าที่ ร.ต.เกียรติศักดิ์ เพียรผลดีสกุล หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมจราจร เทศบาลนครเชียงใหม่ ชี้แจงมาว่า เทศบาลนครเชียงใหม่ได้ทำสัญญาสัมปทานกับเอกชนเกี่ยวการให้บริการห้องน้ำในสถานีขนส่งโดยสารแห่งที่ 3 (อาเขตใหม่) โดยเหลือประมาณ 4 ปี จะหมดสัญญา ทางเทศบาลจึงสามารถเข้าดำเนินการได้ตามนโยบายที่รัฐบาลสั่งการมา

อย่างไรก็ตามนายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  ได้เน้นย้ำว่า เรื่องนี้ถือเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการบริการประชาชนโดยไม่คิดค่าบริการ และสั่งการให้เทศบาลนครเชียงใหม่ไปพูดคุยกับผู้รับสัมปทานบริการห้องน้ำในสถานีขนส่งโดยสาร เพื่อปรับปรุงความสะอาดห้องน้ำผู้โดยสาร หากไม่ปฏิบัติตามก็ให้ยกเลิกสัญญาสัมปทาน

ด้านพ.ต.อ. ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ ผู้กำกับการงานจราจร ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบัน สถานีขนส่งผู้โดยสารเชียงใหม่แห่งที่ 2  (อาเขตเก่า) ปัจจุบันมีสภาพเก่าทรุดโทรมและกลายเป็นแหล่งมั่วสุม และขอให้ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ปรับปรุง ซึ่งผู้ว่าฯเชียงใหม่ ได้แนะนำ ให้ทางเทศบาลฯประสานงานบูรณาการกับสาธารณะสุขจังหวัด โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด มณฑลทหารบกที่ 33 ตำรวจภูธรจังหวัดและ อำเภอเมือง เป็นทีมงานในการเข้าไปตรวจสอบและปรับปรุงพื้นที่.

You may also like

บสย. คิกออฟ “The S1 Project” จับมือ EXIM BANK นำร่องพัฒนานวัตกรรมสินเชื่อ-ค้ำประกันสินเชื่อร่วมกัน

จำนวนผู้