ผลตรวจเชื้อหญิงสาวชาวลพบุรีที่สัมผัสใกล้ชิดชายมาเลเซียติดโควิดมาเที่ยวเชียงใหม่ผลตรวจเป็นลบ

ผลตรวจเชื้อหญิงสาวชาวลพบุรีที่สัมผัสใกล้ชิดชายมาเลเซียติดโควิดมาเที่ยวเชียงใหม่ผลตรวจเป็นลบ

ผู้ว่าฯเชียงใหม่แถลงยันผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 หญิงสาวที่สัมผัสใกล้ชิดชาวมาเลเซีย ผลตรวจเป็นลบ และให้กักตัวที่รพ.นครพิงค์ครบ 14 วันพรุ่งนี้(19 ส.ค.) ยอมรับมีการจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองได้ที่อมก๋อย ให้สำนักงานสาธารณสุขฯตรวจหาเชื้อเบื้องต้นยังเป็นลบ ให้กักตัวจนครบ 14 วันก่อนส่งตัวดำเนินคดี ย้ำทุกมาตรการยังคุมเข้ม วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนกแต่ขอให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำ

เมื่อวันที่ 18 ส.ค.63 ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่พร้อมด้วยนายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ,นายแพทย์กิตติพันธ์ ฉลอม แพทย์เวชศาสตร์ป้องกันด้านระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่และพ.ต.ท.ณัฐพล ชุ่มบัวตอง สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงสถานการณ์โควิด19 จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากที่พบข้อมูลว่าชายชาวมาเลเซียกลับจากเชียงใหม่แล้วตรวจพบเชื้อโควิด19 ในขณะที่แฟนสาวยังอาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่

นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า กรณีที่มีรายงานข่าวจากกรมควบคุมโรค ว่า พบชาวมาเลเซียติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) หลังเดินทางกลับจากไทย โดยทางกรมควบคุมโรคได้ประสานไปยังจุดประสานงานกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR national focal point) ของประเทศมาเลเซีย เพื่อขอทราบข้อมูลสำหรับสอบสวนโรค และตรวจสอบรายละเอียด มีรายงานเบื้องต้น คือ ผู้ติดเชื้อ 1 ราย เป็นชาย ชาวมาเลเซีย อายุ 46 ปี มีประวัติพักอาศัยอยู่ในประเทศไทยช่วงต้นเดือน มี.ค. ถึง 5 ส.ค. 2563 พักอาศัยอยู่ในคอนโดแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพมหานคร หลังจากเดินทางกลับไปประเทศมาเลเซีย ได้เข้าพักในสถานที่กักกัน ไม่มีอาการผิดปกติ ได้ตรวจหาเชื้อครั้งแรกในวันที่ 5 ส.ค. 2563 ไม่พบเชื้อ และได้ตรวจครั้งที่สองในวันที่ 15 ส.ค. 2563 พบเชื้อก่อโรค COVID-19

ทางทีมสอบสวนโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจาก สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร พบว่ามีผู้สัมผัส 1 ราย เดินทางมาเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ทางทีมสอบสวนโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ติดตามตัวผู้สัมผัสดังกล่าว ซึ่งผู้สัมผัสรายนี้ เป็นหญิง อายุ 36 ปี พักอาศัยอยู่ที่ร้านขายเสื้อผ้าของตนเอง ให้ประวัติว่าเป็นเพื่อนกับชายชาวมาเลเซีย โดยได้พบกันครั้งล่าสุดในวันที่ 5 ส.ค. 2563 ที่คอนโดที่ผู้ติดเชื้อเช่าไว้ที่กรุงเทพ ก่อนที่จะเดินทางกลับมาเลเซีย ผู้สัมผัสรายนี้เดินทางออกจากภูมิลำเนาวันที่ 16 ส.ค. 2563 มาพักที่คอนโดดังกล่าวที่กรุงเทพมหานคร 1 คืน เพียงคนเดียว ก่อนจะเดินทางไปสนามบินในช่วงเช้าของวันที่ 17 ส.ค. 2563 พร้อมกันเพื่อนอีก 2คน จากนั้นมีเพื่อนอีก 3 คน ไปเจอกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเดินทางมาเที่ยว จ.เชียงใหม่ รวมทั้งสิ้น 6 คน เมื่อมาถึงจังหวัดเชียงใหม่ มีเพื่อน 1 คน ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.เชียงใหม่ ได้เช่ารถตู้มารับ และเดินทางไปพักที่ม่อนแจ่ม อ.แม่ริม ผู้สัมผัสรายนี้ทราบข้อมูลเบื้องต้นจากผู้ติดเชื้อแล้ว จึงได้มีการแยกพักคนละฝั่งกันเพื่อนคนอื่น และสวมหน้ากากตลอดเวลา
ผู้สัมผัสคนดังกล่าว ไม่มีอาการป่วย และได้เก็บตัวอย่างจากทางเดินหายใจ เพื่อตรวจหาเชื้อก่อโรค COVID-19 ในวันที่ 18 ส.ค. 2563 ซึ่งผลตรวจไม่พบเชื้อ ขณะนี้ผู้สัมผัสรายนี้ อยู่ในการดูแลของ โรงพยาบาลนครพิงค์


สำหรับ เหตุการณ์การจับกุมแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจาก ตม.ว่ามีการจับกุมแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายจำนวน 43 คน ที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ จึงได้มีการจัดตั้งสถานที่กักกัน เพื่อกักกันแรงงานต่างด้าวทั้ง 43 คน ณ ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 17 ส.ค. 2563 เป็นเพศชาย 26 คน และเพศหญิง 17 อายุตั้งแต่ 6-42 ปี ได้มีการตรวจคัดกรองแรงงานต่างด้าวทั้งหมด 43 คน ไม่พบผู้ป่วย และได้เก็บตัวอย่างทุกคน เพื่อส่งตรวจหาเชื้อก่อโรค COVID-19 ขณะนี้กำลังรอผลตรวจ และจะตรวจซ้ำอีกครั้งในวันที่ 11-13 ของการกักตัว
“เพื่อป้องกันการตื่นตระหนกและอาจแชร์ข่าวลวงได้ ทางจังหวัดจึงได้มีการแถลงข้อเท็จจริงให้ทราบ และขอให้พี่น้องชาวเชียงใหม่มั่นใจในกระบวนการตรวจคัดกรอง ทางจังหวัดยังทำอยู่เสมอทั้งชายแดนและการดำเนินงานของโควิดหมู่บ้าน และที่สำคัญสุดคือการระวังตัว โดยใส่หน้ากาก ล้างมือ ทำความสะอาด เว้นระยะห่างทางสังคม หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่แออัดก็จะทำให้ทุกคนปลอดภัยได้”ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวชี้แจง

สำหรับการติดตามเพื่อไม่ให้การ์ดตกก็ยังดำเนินการ สิ่งที่พบส่วนใหญ่ยังมีการวัดไข้ สวมหน้ากาก แต่ยอมรับว่ามีบางกิจกรรมที่เริ่มขาดความระมัด ระวังในการใส่หน้ากาก ก็ได้กำชับผู้ที่มีหน้าที่ไปกำชับสถานประกอบการให้ดำเนินการตามมาตรการ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ได้มีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ประจำโซน หากประชาชนพบเจอสามารถโทรศัพท์แจ้งเบาะแสได้

ทางด้านน.พ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในวันนี้ได้มีการตรวจหลังได้รับแจ้งและติดตามตัว เก็บข้อมุลทั้งการเดินทางและเพื่อน รถตู้ และตรวจหาเชื้อซึ่งไม่พบเชื้อเป็นการตรวจวันที่13 ที่สัมผัสสูง ซึ่งก็เหลืออีกหนึ่งวันหากไม่มีอาการไข้หรือผิดปกติใดๆ ก็จะถือว่าปลอดภัยรวมทั้งเพื่อนๆ ทั้งหมดด้วย โดยในส่วนของเพื่อนๆ ให้ก้กตัวอยู่ในที่ตั้งเพราะต้องให้ผู้เสี่ยงสูงปลอดภัยก่อน
กรมควบคุมโรคให้แต่ข้อมูลชื่อ แต่ข้อมูลประกอบอื่นมีความสำคัญเช่นกัน ในกรณีที่มีผู้ป่วยหรือหลังได้ประวัติเมื่อเชื้อมโยงกับชัยชนะจะได้ข้อมูลกับผู้ที่สัมผัสได้เพิ่ม เพราะฉะนั้นการลงข้อมูลไทยชนะจึงมีความจำเป็นในการสืบสวนสอบสวนโรค


จากข้อมูลผู้ชายชาวมาเลเซียรายนี้ อยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ต้นเดือนมี.ค.และกลับไปมาเลเซียวันที่ 5 ส.ค.และเข้าสถานกักกันซึ่งตรวจไม่พบเชื้อแต่มาตรวจพบเชื้อในวันที่ 15 ส.ค.ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นไปได้ที่จะติดเชื้อนอกประเทศไทย เพราะอยู่ในประเทศไทยระยะเวลายาวนานกลับไม่พบเชื้อ

ทั้งนี้ชุดปฏิบัติการพิเศษ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 สกัดจับรถยนต์กระบะ 3 คัน ที่ลักลอบขนแรงงานต่างด้าว 43 คน เข้ามาในฝั่งไทย ขณะที่ขับรถผ่านบริเวณเส้นทางบ้านแม่เทย​ -​ บ้าน​แม่ตื่น ในตำบลแม่ตื่น​ อำเภออมก๋อย​ จังหวัดเชียงใหม่ ​โดยเป็นแรงงานชาย 27​ คน​ และหญิง 16 คน โดยทั้งหมดรับสารภาพว่า เดินทางมาจากเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมาร์ หลบหนีเข้าทางช่องทางธรรมชาติในเขตอำเภอแม่สอด​ จังหวัดตาก​ และมีการติดต่อผ่านนายหน้า (คนละ 12,000 บาท) ให้นำรถมารอรับจาก​อำเภอแม่สอด​ วิ่งผ่านอำเภอแม่ระมาด​และอำเภอท่าสองยาง​ จังหวัดตาก มาทางแยกแม่สะลิดน้อย​ เข้ามาใน​เขตตำบลแม่สอง​และตำบลแม่ตื่น​ อำเภออมก๋อย​ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อที่จะเดินทางต่อไปขายแรงงานที่​ กรุงเทพมหานคร กำลังพลของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 จึงได้นำตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่ตื่นเพื่อดำเนินคดีต่อไป


นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สำหรับแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาตามกม.จะผ่านทางด่านซึ่งตม.จะเป็นผู้ดูแล แต่ในส่วนของพวกลักลอบเข้ามา ชายแดนจะใช้เครือข่ายทหารตำรวจและผู้นำท้องที่ ตรวจสอบแนวชายแดนทั้งแนวธรรมชาติ เมื่อพบคนต่างด้าวเข้ามาจะผลักดันออกไป ส่วนการตั้งด่านตรวจในจุดตรวจสำคัญทั้งเชียงดาว ไชยปราการและรอยต่ออำเภอต่างๆ ก่อนเข้าเมือง และใช้ชุดโควิดหมู่บ้านคอยตรวจสอบว่ามีแรงงานต่างด้าวในพื้นที่หายจากพื้นที่นานๆ แล้วกลับเข้ามาให้ตรวจสอบและให้เข้าสถานกักกัน


รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวอีกว่า สำหรับแรงงานที่ขึ้นทะเบียนไว้ 8 หมื่นกว่าราย 3 สัญชาติ พม่า ลาวและกัมพูชา มากที่สุดคือพม่า ที่มาทำบัตรต่างด้าวไว้ ขณะนี้ได้มีการขยายเวลาขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ซึ่งที่มาต่อใบอนุญาตแล้ว 3 หมื่นกว่าราย และไม่แน่ชัดว่า 4 หมื่นกว่ารายที่ยังไม่มาขึ้นทะเบียนจะกลับบ้านออกนอกประเทศ หรือยังอยู่ในประเทศและไม่มีนายจ้าง ซึ่งทางราชการได้ขยายเวลาการต่อใบอนุญาตออกไปอีก ส่วนอาชีพที่แรงงานต่างด้าวทั้ง 3 สัญชาติขึ้นทะเบียนไว้มีทั้งภาคบริการ ซึ่งรวมทั้งธุรกิจท่องเที่ยว และการเกษตร.

You may also like

บสย. คิกออฟ “The S1 Project” จับมือ EXIM BANK นำร่องพัฒนานวัตกรรมสินเชื่อ-ค้ำประกันสินเชื่อร่วมกัน

จำนวนผู้