“ประยุทธ์”อ้อนคนเชียงใหม่ขอให้รักกัน อย่าหลงเชื่อคำยุยงให้แบ่งแยก ชักจูง ย้ำประเทศไทยไม่ใช่อาณาจักรต้องแบ่งแยก ยันไม่เคยคิดสืบทอดอำนาจและหวังผลประโยชน์ในตำแหน่ง ชี้ใครทำผิดก็ต้องรับโทษ

“ประยุทธ์”อ้อนคนเชียงใหม่ขอให้รักกัน อย่าหลงเชื่อคำยุยงให้แบ่งแยก ชักจูง ย้ำประเทศไทยไม่ใช่อาณาจักรต้องแบ่งแยก ยันไม่เคยคิดสืบทอดอำนาจและหวังผลประโยชน์ในตำแหน่ง ชี้ใครทำผิดก็ต้องรับโทษ

- in headline, จับกระแสสังคม

ภายหลังเดินเยี่ยมชมตลาดนัดชุมชน ไทยช่วยไทย คนไทยยิ้มได้ ที่บริเวณลานด้านหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้กล่าวปราศรัยกับประชาชน พ่อค้า แม่ค้าและข้าราชการที่รอให้การต้อนรับว่า ประเทศไทยเป็นของทุกคน ตอนนี้ประเทศต้องการผู้นำที่เข้มแข็ง แม้ตนไม่อยู่ในตำแหน่งก็ต้องมีผู้นำที่มีจริยธรรม มีธรรมาภิบาลและสุจริตมาบริหารประเทศต่อ สิ่งที่ผมทำทุกวันนี้ทำเพื่ออนาคต แต่จะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับทุกคน

“จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีทุกอย่างพร้อมในตัวของตัวเอง ทั้งธรรมชาติ รอยยิ้มและความรัก แต่อย่าลืมว่าประเทศไทยทุกวันนี้ไม่ได้เป็นอาณาจักร ไม่ได้แบ่งเหนือ กลาง ใต้ ตะวันตกแต่เป็นประเทศไทย เป็นรัตนโกสินทร์มา 200 กว่าปีอย่าให้ถูกทำลายในยุคของเรา แล้ววันหน้าคนไทยจะอยู่อย่างไร และคนที่ยังไม่ได้เกิดอีกเท่าไหร่ จะใช้ให้หมดหรือทั้งทรัพยากรป่าไม้ น้ำท่าจะใช้ให้เกลี้ยงเหรอ เพราะฉะนั้นท่านจะต้องเลือกรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล อย่าให้เกิดขึ้นมาอีก ผมไม่ได้ว่าใคร ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม อย่าให้ใครมาชักจูง โน้มน้าวโดยที่ไม่ฟังเหตุผล เพราะมันมีเหตุผลอยู่แล้ว”นายกรัฐมนตรี กล่าวและว่ามีหลักฐานอยู่แล้ว ผมไม่ใช่ศัตรูใครและทำงานมากับหลายรัฐบาล เพราะฉะนั้นวันนี้ขอให้ไว้ใจข้าราชการช่วยกันขับเคลื่อนเพื่อให้ข้าราชการกลับมาสู่ความไว้วางใจของประชาชน บางเรื่องผมสั่งมาอาจจะยังไม่ถึงเพราะแต่ละวันสั่งการมาเยอะเป็นร้อยเรื่อง พันเรื่อง เมื่อมาถึงเวลาปฏิบัติเมื่อติดขัดก็ต้องแก้ไขกันไป แต่จะต้องลงไปดูแลทุกสาขาอาชีพ ทำอย่างไรให้พี่น้องเกษตรกรซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่รัฐบาลให้ความสำคัญ แต่ต้องให้ด้วยความถูกต้อง เข้มแข็ง ต่อไปนี้ต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์การเกษตรให้เข้มแข็ง สร้างเครือข่ายตัวเองขึ้นมาแล้วรัฐบาลจะดูแลให้เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเป็นเหยื่อและมีอำนาจต่อรองกับพ่อค้าคนกลางได้

วันนี้ประเทศต้องเดินหน้าทั้งเศรษฐกิจท้องถิ่น ส่วนกลาง เพื่อเชื่อมต่อกับเศรษฐกิจประเทศ เพื่อนบ้านและในอาเซียน รวมทั้งทั่วโลก  โดยเศรษฐกิจชุมชนจะต้องแข็งแรงในแต่ละหมู่บ้าน แต่ละพื้นที่ แต่ละตำบล มีตลาดค้าของตัวเองจะได้ไม่ต้องร้องว่าไปซื้อของแพง ซึ่งตอนนี้กำลังหาสินค้าราคาถูกมาให้ใช้ แต่จะต้องไม่กระทบกับกติกา พันธสัญญาหรือกฎหมายที่มีอยู่

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า รัฐบาลไม่ได้มุ่งหวังเก็บภาษีใคร แต่มุ่งหวังให้ประชาชนเข้มแข็งก่อน เพราะทุกวันนี้เก็บภาษีได้ 2.3 แสนล้านบาทแต่ปีนี้ตั้งงบประมาณรายจ่ายไว้ 2.7 แสนล้านบาท ขาดทุน 4 แสนกว่าล้านเพราะใช้หนี้เก่าที่บอกว่าดีๆ เพราะฉะนั้นต้องสร้างความเข้มแข็งให้ทุกภาคส่วนจึงขอความร่วมมือ ข้าราชการคนไหนไม่ดีให้บอก เมื่อใดที่เศรษฐกิจดี ประชาชน ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านดี ข้าราชการดี นักการเมืองดีเมื่อนั้นประเทศมหาศาล มีรายได้สูง เพราะฉะนั้นช่วงที่ผมอยู่จะทำให้ดีทั้งการค้าและเจรจากับต่างประเทศปีหน้าจะเกิดประชาคมอาเซียนและเศรษฐกิจพิเศษ ดังนั้นจะต้องไปศึกษาไว้ด้วยว่าจะได้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้อย่างไร โดยเฉพาะเรื่องของห่วงโซ่เศรษฐกิจ ลูกหลานจะต้องได้รับการพัฒนาฝีมือเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ทุกวันนี้คนจบปริญญาตรีตกงานถึง 60% เพราะคนไทยไม่ชอบทำงานที่ใช้แรงงานจึงต้องใช้แรงงานต่างด้าว

วันนี้เรายังไม่พร้อมที่จะขึ้นค่าแรง เพราะยังไม่รู้จะเอาเงินจากที่ไหนมา ดังนั้นจะให้มาจ่ายค่าแรงให้ทั่วถึงเป็นไปไม่ได้ และถ้าให้ไปเรื่อยๆ ประเทศก็ต้องล้มละลาย แต่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นความผิดพลาดที่แก้ไขไม่ได้แต่แก้ได้ถ้าทุกคนช่วยกัน ส่วนอีกเรื่องคือทรัพยากรตอนนี้ไทยเป็นแหล่งทรัพยากรที่ดีที่สุดในอาเซียน เราเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคอย่าทิ้งโอกาสนี้ด้วยความขัดแย้ง หากมีใครชักชวนให้ไปตีหรือทะเลาะกับใครต้องเลิกให้หมด วันนี้ก็ยังมีพอสมควร แต่ผมถือว่าคนไทยทั้งประเทศยังอยากให้ผมทำงานอยู่

“ผมยังไม่ได้ทำอะไร ไม่มีบิดพลิ้ว ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว ไม่ได้ไปฝืนหรือสืบทอดอำนาจอะไร ผมใช้อำนาจทางสร้างสรรค์ ไม่ได้ผลประโยชน์สักสลึงและไม่ได้รังแกใคร ทุกอย่างต้องเข้าสู่ระบบใครผิดก็ว่าไปตามกฎหมาย ทำผิดก็ต้องติดคุก ต้องให้ความเป็นธรรม คนทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เหมือนกันต้องแก้ความขัดแย้ง ประเทศใดที่มีความมั่นคงทางการเมืองประเทศนั้นเจริญที่สุด เราเป็นอู่ข้าว อู่น้ำของโลกจะรบกันเพื่ออะไร เพื่อใครได้ประโยชน์ ทุกวันนี้ผมเข้ามาเป็นนักการเมืองไม่เห็นได้อะไรสักอย่างเพราะไม่ได้อยากได้ ใครแอบอ้างไปเอาผลประโยชน์แจ้งมาจะสอบสวนลงโทษให้ วันนี้ผลประโยชน์ต้องเป็นของประชาชนไม่ใช่ของผม”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวและชี้แจงอีกว่าตลาดชุมชนเป็นสิ่งที่ดี ต้องขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งมหาดไทย พาณิชย์ โดยเฉพาะผู้ว่าฯที่มีการจัด แต่ต้องเปลี่ยนรายใหม่มาขายบ้าง ขออย่าลืมว่าอย่าให้ใครมาปลุกปั่นว่ารายได้เชียงใหม่ต้องอยู่เชียงใหม่ ประเทศไทยมี 77 จังหวัด ระบบการปกครองเราเป็นประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะแบ่งแยกเป็นรัฐใดไม่ได้ รัฐธรรมนูญเขียนไว้แล้ว ใครทำผิดกฎหมาย แผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์มีขวานกับด้ามขวานแล้วจะแยกไปไหนแล้วจะสู้ได้หรือไม่ ประเทศที่แยกแล้วเป็นไงไม่เข้มแข็ง

การปกครอง ในหลวงทรงพระราชทานมาแล้วภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งพระราชทานอำนาจที่เดิมเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่ท่านได้พระราชทานอำนาจมาให้รัฐบาลแล้วผ่าน 3 แท่งคือ อำนาจนิติบัญญัติ ตุลาการและบริหารซึ่งประชาชนก็มีส่วนร่วมคือการเลือกส.ส. เลือกรัฐบาล ซึ่งเป็นอำนาจของประชาชนในการเลือก อำนาจต่อมาคือเมื่อมีการทำประชามติ และอำนาจสุดท้ายคือเสนอปัญหาให้กส.ส.หรือส.ว.ที่ประชาชนเลือกเข้าไปพิจารณาอนุมัติงบประมาณ แผนงาน ซึ่งทั้ง 3 อำนาจนี้ไม่มีใครแย่งไปได้ยกเว้นใครบางคนไปสร้างความเข้าใจผิดไว้ และเมื่อประชาชนเข้มแข็งอำนาจนี้ก็จะอยู่กับประชาชน แต่ถ้าไม่เข้มแข็งอำนาจก็จะไปตกอยู่กับคนที่สร้างความเข้าใจผิดนี้

“ท่านต้องเข้มแข็งและเลือกคนที่ดีที่สุด มีธรรมาภิบาล โลกใบนี้ไม่มีอะไรเท่าเทียมกันได้ แต่จะมีได้ด้วยกฎหมาย เพราะกฎหมายไม่ได้มีไว้ข่มขู่ วันนี้การกระจายอำนาจอย่าเพิ่งพูดไปให้วุ่นวายโดยเฉพาะเรื่องเลือกผู้ว่าฯอย่าเพิ่งไปพูดกันบ้านเมืองวุ่นวายมากพอแล้ว และวันนี้ยังไม่มีอะไร ไม่มียุบอะไรทั้งนั้น ขอให้ปรับปรุงให้เข้มแข็ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านอยู่ใกล้ชิดประชาชนขอให้เข้มแข็ง”นายกรัฐมนตรี กล่าวและว่า

วันนี้น้ำมีปัญหามาก ประชุมครม.พรุ่งนี้จะคุยกัน ประชาชนต้องเรียนรู้ ต้องเข้าใจและผ่านวันเวลาที่นำไปสู่ความสุขให้ได้ แต่ประชาชนต้องช่วยกัน ต้องรักกัน เลิกทะเลาะและเลิกเกลียดกัน ต้องปรองดองคือเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม อย่าทะเลาะกัน.

You may also like

เมียนมาในเชียงใหม่จัดรำลึก 8.8.88

จำนวนผู้