“บิ๊กป้อม”เผยเหนือวิกฤตpm2.5เหตุเผาป่า ขณะที่”บางกอกแอร์เวย์สงดบินแม่ฮ่องสอนเหตุหมอกควันหนาทึบ

“บิ๊กป้อม”เผยเหนือวิกฤตpm2.5เหตุเผาป่า ขณะที่”บางกอกแอร์เวย์สงดบินแม่ฮ่องสอนเหตุหมอกควันหนาทึบ

“บิ๊กป้อม” เผย pm2.5 ภาคเหนือเกินมาตรฐานกระทบสุขภาพประชาชนเหตุจากไฟป่า เผยให้เร่งสร้างความตระหนักและหยุดเผาจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น กำชับทุกส่วนราชการ เร่งระดมทรัพยากรทั้งในและนอกพื้นที่ หยุดไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือให้เป็นผลโดยเร็ว ขณะที่รองแม่ทัพภาคที่ 3 เริ่มปฏิบัติการใช้ฮ.ลาดตระเวนและทิ้งน้ำ ขณะที่”บางกอกแอร์วย์สงดบินแม่ฮ่องสอนเพราะหมอกควันปกคลุมมืดมิด

วันที่ 14 มี.ค.62 ที่สโมสรค่ายกาวิละ อ.เมืองเชียงใหม่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อรับฟังสถานการณ์การแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 9 จังหวัดส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยพล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการกองควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 กล่าวสรุปสถานการณ์และการปฏิบัติงานในห้วงที่ผ่านมา

รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ในการแก้ไขปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ ได้มีการจัดตั้งกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้าขึ้นที่ค่ายกาวิละ​ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันมุ่งแก้ไขปัญหาเชิงประจักษ์ รวมทั้งวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงที่ต้องเพ่งเล็งเพื่อจัดกำลัง​ และยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่ของแต่ละหน่วยให้เกิดการสอดคล้อง และแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด​

“ ผลการปฏิบัติงานตาม Action Plan ที่ผ่านมา สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วเพราะมีวอร์รูมในการวิเคราะห์และสั่งการ ตลอดจนได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งสามารถชี้เห็นว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา ในภาพรวมสามารถควบคุมการเกิดจุดความร้อน Hotspot ในพื้นที่ได้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ สามารถดับไฟได้ 14,000 ไร่​  นอกจากนี้ยังได้กำหนดแผนปฏิบัติ Action Plan ในการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ ประกอบไปด้วย​การลาดตระเวนตรวจพื้นที่ด้วยอากาศยาน​ การใช้อากาศยานในการทิ้งน้ำดับไฟ การทำเครื่องฟอกอากาศด้วยม่านน้ำ​ การจัดทำป่าเปียกเพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นดิน

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จากรายงานทำให้เห็นว่าสถานการณ์หมอกควันและค่า pm2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือที่เกินค่ามาตรฐานและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนนั้นเกิดจากการไฟป่า การฉีดพ่นน้ำเป็นเพียงแค่การทำฝุ่นละอองมันเจือจางเท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอทุกแห่งจะต้องเร่งดำเนินการคือขอให้ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ทหารและตำรวจในพื้นที่ ประสานความร่วมมือกับจิตอาสาทุกภาคส่วน ระดมทรัพยากร เครื่องมือช่างและอากาศยาน ร่วมกันจำกัดและหยุดยั้งไฟป่าในทุกพื้นที่ให้ได้โดยเร็ว

นอกจากนี้ยังให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัดที่ประสบกับปัญหา นำการขับเคลื่อนแก้ปัญหาให้เป็นผลถึงระดับพื้นที่  และหากเกินกำลังให้ประสานขอรับการสนับสนุนจากส่วนกลาง เพื่อควบคุมและหยุดยั้งไฟป่า ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือโดยรวม  รวมทั้งขอให้มีมาตรการเชิงรุกเข้มข้นในการควบคุมไม่ให้มีการเผาในที่โล่งในทุกพื้นที่ โดยให้รณรงค์สร้างการตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนควบคู่กันไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งในการป้องกัน เฝ้าระวังและระงับเหตุอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะห้วงภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้น

จากนั้นรองนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลและผู้ปฏิบัติงาน ก่อนที่จะเดินทางไปดูการปฏิบัติการพ่นละอองน้ำ รอบคูเมืองเชียงใหม่ ก่อนที่จะเดินทางไปเป็นประธานมอบโฉนดที่ดินให้แก่ราษฎรตามโครงการคืนความสุขแก่ประชาชน

อย่างไรก็ตามสำหรับสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ ยังคงทวีความรุนแรง ในหลายพื้นที่มีการลักลอบเผาป่าและยังไม่สามารถดับได้เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าลึก เขาสูงชัน พลตรีบัญชา ดุริยพันธ์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า สำหรับAction plan ประจำวันที่ 14 มี.ค.62 เวลา 10.30 น.จัด ฮท.72 ลาดตระเวนตรวจพื้นที่ตอนเหนือจังหวัดเชียงใหม่ในพื้นที่ อ.ดอยสะเก็ด, อ.พร้าว, อ.เชียงดาว, อ.ไชยปราการ  เพื่อนำข้อมูลที่ได้มากำหนดเป้าหมายบินทิ้งน้ำดับไฟ และในเวลา 13.00 น.จัดเฮลิคอปเตอร์17 จำนวน 2 เครื่อง บินทิ้งน้ำดับไฟบริเวณที่ตรวจพบจากการลาดตระเวน

นอกจากนี้ยังได้ประสานการปฏิบัติกับ ทอ. จัด บ.ล.๒ ก (BT-67) จำนวน 1 เครื่อง บินโปรยละอองน้ำเหนือพื้นที่ชุมชน อ.เมืองจังหวัดเชียงใหม่และติดตามการจัดทำเครื่องฟอกอากาศด้วยม่านน้ำ บริเวณห้วยตึงเฒ่า อ.แม่ริม และโดยรอบคูเมือง และให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยประจำ 9 จังหวัดภาคเหนือจัดกำลังร่วมปฏิบัติภารกิจดับไฟร่วมกับจังหวัดที่ปรากฏจุด Hotspot

ทั้งนี้จากข้อมูลดาวเทียมระบบ VIIRS  การตรวจพบจุดความร้อน Hotspot วันที่ 14 มี.ค 62 เวลา 02.36 น.จำนวน  324 จุด โดยพบจุดความร้อนในจังหวัดเชียงใหม่  จำนวน  77  จุด จังหวัดพะเยา 61 จุด  จังหวัดแพร่  จำนวน  41  จุด จังหวัดน่านจำนวน 33  จุด จังหวัดลำพูน จำนวน  32  จุด จังหวัดลำปางจำนวน 25  จุด และจังหวัดแม่ฮ่องสอนจำนวน  22  จุด จังหวัดเชียงราย จำนวน  19  จุด และจังหวัดตาก จำนวน  14  จุด

ในส่วนของท่าอากาศยานเชียงใหม่ แจ้งว่าจากสถานการณ์หมอกควันไฟป่าระยะนี้ ทัศนวิสัยในการมองเห็นอยู่ที่ระดับ 3,000เมตร ส่วนการตัดสินใจขึ้นลงอยู่ที่นักบิน อย่างไรก็ตามในวันนี้(14 มี.ค.)สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ยกเลิกเส้นทางแม่ฮ่องสอน เนื่องจากสภาพอากาศปลายทางมีหมอกควันปกคลุมหนาแน่นส่วนท่าอากาศยานเชียงใหม่ อากาศยานขึ้นลงได้ปกติ  เพราะเครื่องช่วยเดินอากาศของท่าอากาศยานเชียงใหม่ค่อนข้างครบกว่าท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอนด้วยส่วนหนึ่งจึงทำให้ที่แม่ฮ่องสอนมีปัญหา.

 

You may also like

หมอกควันวิกฤตรุนแรง 3 สายการบินร่อนลงสนามบินเชียงใหม่ไม่ได้ แม่ทัพภาคที่ 3 เต้นเรียกนอภ.เข้าหารือหลังเลือกตั้ง

จำนวนผู้