คาด 20-26 มี.ค.นี้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐาน เตือนงดออกกำลังกาย-อยู่กลางแจ้งสวมหน้ากากอนามัย

คาด 20-26 มี.ค.นี้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐาน เตือนงดออกกำลังกาย-อยู่กลางแจ้งสวมหน้ากากอนามัย

คาด 20-26 มี.ค.นี้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐาน เหตุพบปัจจัยทั้งภายในและภายนอกส่งผลให้เชียงใหม่ซึ่งเป็นพื้นที่แอ่งกะทะเจอผลกระทบโดยตรง เตือนประชาชนกลุ่มเสี่ยงงดออกกำลัง อยู่กลางแจ้งให้สวมหน้ากากอนามัย ด้านผอ.สิ่งแวดล้อมฯแจงเหตุใช้ค่าตรวจวัดpm10 เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกับ 9 จังหวัดภาคเหนือ ชี้อีก 2 ปีกรมควบคุมมลพิษติดตั้งเครื่องตรวจpm2.5 ทั่วประเทศ

ที่ห้องประชุม 4 อาคารอำนวยการศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในการแถลงข่าวสื่อมวลชนประจำสัปดาห์ โดยเฉพาะในเรื่องของสถานการณ์หมอกควันไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งรองผวจ.เชียงใหม่กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์นี้ระหว่างวันที่ 20-26 มี.ค.2561 คาดการณ์ว่าค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กจะเพิ่มความรุนแรงขึ้น เนื่องจากข้อมูลค่าpm10 ย้อนหลัง 7 วันที่ผ่านมาที่สถานีตรวจวัดที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่พบว่าฝุ่นมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มเกินค่ามาตรฐานตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค.และสถานการณ์เริ่มคลี่คลายในวันที่ 19 มี.ค.แต่ก็ยังพบมีการเผาไหม้เกิดขึ้นต่อเนื่อง………………..

“จากภาพดาวเทียมพบจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้านสูงมาก รวมทั้งในจังหวัดใกล้เคียง และด้วยลักษณะอากาศกับสภาพพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นแอ่งกระทะ จึงทำให้ฝุ่นละอองและควันไหลมาปกคลุมในพื้นที่ ทั้งๆ ที่ปีนี้หากดูแล้วจุดความร้อนที่เกิดขึ้นน้อยกว่าปีก่อน ทางจังหวัดเองก็พยายามควบคุมสถานการณ์ได้กำชับไปทุกพื้นที่ มีการจัดชุดลาดตระเวน ชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าไปดับไฟ แต่ปัจจัยการเกิดและดับไฟป่ามีมากมาย หลายพื้นที่ยังเป็นพื้นที่อันตรายแม้ดาวเทียมชี้จุดแต่ไม่สามารถเข้าไปดับไฟได้ บางจุดเป็นพื้นที่ซ้อมรบที่ยังไม่ได้มีการเก็บกู้ระเบิด บางจุดอยู่ติดชายแดนที่ไม่ปลอดภัยและในช่วง 51 วันห้ามเผานั้น จังหวัดเชียงใหม่มีการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้ที่เผาป่าแล้ว 8 คดี นอกจากนี้ในบางจุดได้มีประกาศห้ามเข้าพื้นที่ป่า แต่บางจุดจะมีการตั้งด่านตรวจบัตรประจำตัวประชาชนและบันทึกไว้ หากกรณีมีไฟป่าเกิดขึ้นก็จะต้องมีการสืบสวน สอบสวนและจับกุมต่อไป”นายพุฒิพงศ์ กล่าว

ด้านนายระพีศักดิ์ มาลัยรุ่งสกุล ผอ.สนง.สิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 เชียงใหม่ กล่าวว่า ในช่วงที่พบปัญหาค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในรอบวันมีค่าสูงจะอยู่ในช่วงเวลา 07.00-13.00 น.และหากเทียบกับ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน จังหวัดเชียงใหม่ปีนี้พบจุดความร้อน 90 จุด อยู่ในลำดับที่ 5-6 แต่ที่กังวลคือวันที่ 20-26 มี.ค.ซึ่งเกรงว่าค่าฝุ่นฯจะเกินค่ามาตรฐานเพราะปัจจุบันอยู่ที่ 97 ไมโครกรัมต่อลบ.ม.ซึ่งก็ให้มีการเฝ้าระวังและเข้มงวดการเผาในที่โล่งอย่างใกล้ชิด

ผอ.สนง.สิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 เชียงใหม่ กล่าวอีกว่า สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ยังใช้ค่าตรวจวัด pm.10 เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกับจังหวัดทางภาคเหนือ เพราะหากใช้แบบเดียวกับที่กรุงเทพฯ ซึ่งใช้pm2.5 ก็จะทำให้การเตือนภัยไม่เหมือนกัน แต่ภายในปี 2020 หรือ 2 ปีข้างหน้าทางกรมควบคุมมลพิษจะจัดซื้อเครื่องตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก pm2.5 เหมือนกันทั่วประเทศ

“ในส่วนของแอพพลิเคชั่นที่มีคนบอกว่าทำไมเวลาใช้แล้วค่าตรวจวัดดัชนีคุณภาพอากาศ หรือ Air Quality Index (AQI) ต่างกันระหว่าง Air4thai กับ  AirVisual ซึ่ง Air4thai ใช้ค่าpm10 ค่ามาตรฐานที่ 120 ไมโครกรัมต่อลบ.ม. ขณะที่ AirVisual ใช้มาตรฐานของสหรัฐอเมริกา โดยคำนวณค่า pm10 ที่ 2.5 ดังนั้นหากประชาชนใช้แอพพลิเคชั่นตรวจเชคคุณภาพอากาศจึงได้ค่าที่ต่างกัน

ทางด้านนายแพทย์์ธรณี กายี ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่าเนื่องด้วยสภาวะระดับฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10) ในช่วงวันที่ 17 -19 มีนาคม ที่ผ่านมา พบว่า มีค่าระดับฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10) เกินค่ามาตรฐาน อยู่ในช่วงระหว่าง 121 – 350 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน จึงแนะวิธีการประเมินค่าระดับฝุ่นละออง (PM10) จากการมองเห็น โดยวัดระยะการมองเห็นที่     3 – 8 กม. ถือว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มผู้ป่วย ได้แก่ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี หญิงมีครรภ์ ผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ป่วย เช่น โรคทางเดินหายใจ ระบบหลอดเลือดและหัวใจ และวัดระยะการมองเห็นที่ 1.5 กม.ขึ้นไป ไม่เกิน 3 กม. ถือว่ามีผลกระทบมากต่อสุขภาพคนทั่วไป

ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ จึงขอให้ดูแลสุขภาพในช่วงสภาวะระดับฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10) เกินค่ามาตรฐาน โดยกลุ่มคนปกติทั่วไป ควรลดหรือจำกัดกิจกรรมนอกอาคาร ที่ใช้ระยะเวลาและออกแรงมาก ส่วนกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี หญิงมีครรภ์ ผู้สูงอายุ ควรงดหรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมนอกอาคาร ที่ใช้ระยะเวลาและออกแรงมาก  กลุ่มผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ระบบหลอดเลือดและหัวใจ ควรงดหรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมนอกอาคาร หากจำเป็นต้องออกนอกอาคารให้สวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น

หากค่าระดับฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10) เกิน 351 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ขึ้นไป ประชาชนทุกกลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมนอกอาคารและหากเลี่ยงไมได้ให้สวมหน้ากากอนามัย โดยขณะนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดเตรียมหน้ากากอนามัยไว้ 4 หมื่นชิ้นเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงซึ่งกระจายให้กับหน่วยงานสาธารณสุขจังหวัดทั้ง 25 อำเภอเพื่อแจกจ่ายประชาชนแล้ว นอกจากนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขก็มีข้อสั่งการให้หน่วยบริการสาธารณสุขทุกพื้นที่เตรียมพร้อมด้านเวชภัณฑ์เพิ่มเติมสำหรับรองรับคนไข้ที่อาจได้รับผลกระทบด้านสุขภาพจากปัญหาหมอกควัน และให้อสม.รวมทั้งโรงพยาบาลประจำตำบลใช้วิธีเคาะประตูบ้านแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง และเฝ้าระวังโรคที่จะเข้ามาด้วย.

นายแพทย์ธรณี กายี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับมาตรการในการลดการรับสัมผัสกับหมอกควัน โดยการลดกิจกรรมที่ใช้แรงและกิจกรรมกลางแจ้ง ใช้เครื่องปรับอากาศและแผ่นกรองอากาศ ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องผลิตโอโซน (Ozone generators) ไม่ควรปรับใช้ระบบที่นำอากาศภายนอกเข้าสู่ภายในรถยนต์ เพราะจะทำให้มลพิษจากภายนอกเข้าสู่ในรถยนต์ได้ เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่บริเวณพื้นที่อยู่อาศัย ด้วยการรดน้าต้นไม้ สนามหญ้า หรือพ่นละอองน้ำบนหลังคาที่อยู่อาศัย และควรพักอาศัยอยู่ในบ้าน/ ในอาคารที่สะอาด (Clean Room) ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดอยู่เสมอเพื่อป้องกันฝุ่นละออง ถ้าห้องนั้นมีการใช้เครื่องปรับอากาศและเป็นระบบที่ต้องนำอากาศ จากภายนอกเข้ามาให้ปิดช่องอากาศเข้าเพื่อป้องกันฝุ่นจากภายนอกเข้าสู่ห้องสะอาด และตรวจสอบทำความสะอาดแผ่นกรอง ไม่ใช้เครื่องดูดฝุ่น หรือไม้กวาดในการทำความสะอาด เนื่องจากจะเป็นการกระตุ้นให้อนุภาค/ฝุ่นฟุ้งกระจาย ไม่ทำกิจกรรมใดๆที่จะก่อให้เกิดฝุ่นหรือควัน เช่น จุดเทียน จุดธูป เป็นต้น ทำความสะอาดห้องอยู่เสมอ โดยการใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ ทำความสะอาด

ทั้งนี้ได้เน้นย้ำให้ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐ “51วันห้ามเผาเราทำได้ เพื่อเชียงใหม่ไร้หมอกควัน” ตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 มีนาคม – 20 เมษายน 2561 เพื่อลดการเกิดหมอกควัน ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน

ณัชชา  อุตตะมัง  ข่าว.

 

You may also like

 หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เผยผลสำรวจสมาชิกฯพบยอดขายธุรกิจก้ำกึ่งระหว่างทรงตัวกับดีขึ้น แต่สภาพคล่องทางการเงินตึงตัว

จำนวนผู้