คณะผู้ตรวจฯลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนความเดือดร้อนของชาวบ้านในเชียงใหม่

คณะผู้ตรวจฯลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนความเดือดร้อนของชาวบ้านในเชียงใหม่

ผู้ตรวจราชการพิเศษฯและคณะ ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน  หลังสำนักนายกรัฐมนตรีได้รับเรื่องร้องเรียนแล้วยังไม่มีการรายงานผลทั้งน้ำเสียคลองแม่ข่า จัดระเบียบแผงลอยไนท์บาร์ซ่าและกลิ่นเหม็นจากน้ำเสียฟาร์มไก่ ด้านชลประทานเชียงใหม่แจงผลดำเนินงานพร้อมความคืบหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุนคืบ25%

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 นายวีรพงศ์ แก้วสุวรรณ ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการตรวจประเมินมาตรฐาน การให้บริการศูนย์ราชการสะดวก พร้อมคณะ ได้เดินทางมาตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้เข้าพบ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ที่ห้องรับรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากนั้นได้เป็นประธานประชุมและลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องร้องเรียนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

ทั้งนี้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ส่งเรื่องร้องทุกข์ของราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ มาเพื่อพิจารณาและขอทราบผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2556-30 เม.ย.2560 จำนวน 448 เรื่อง ซึ่งปรากฏว่ายังมีเรื่องร้องทุกข์ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรียังไม่ได้รับรายงานจำนวน 350 เรื่อง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีฯ จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เกี่ยวกับด้านเศรษฐกิจ สังคม สวัสดิการและสิ่งแวดล้อม โดยมีนายวีรพงศ์ แก้วสุวรรณ ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะทำงานและได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตาม ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนดังกล่าว

ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมติดตามในครั้งนี้ เนื่องจากมีประชาชนมาร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่เกี่ยวกับการจัดระเบียบแผงลอยบริเวณพื้นที่ไนท์บาร์ซ่า จังหวัดเชียงใหม่ มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเนื่องจากได้รับผลกระทบจากน้ำเน่าเสียในคลองแม่ข่า และเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหากลิ่นเหม็นและน้ำเน่าเสียจากฟาร์มไก่ซีพีในพื้นที่หมู่ 1 หมู่ 4 และหมู่ 13 ตำบลดอยแก้ว อ.จอมทอง นอกจากนี้ยังมาตรวจเยี่ยมการให้บริการศูนย์ราชการสะดวก ( Government Easy Contact Center ชื่อย่อ GECC ) เพื่อเก็บข้อมูลนำเสนอต่อคณะกรรมการอำนวยการศูนย์ราชการสะดวกที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ภายในเดือนสิงหาคม 2560 นี้

นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม นายช่างอาวุโส โครงการชลประทานเชียงใหม่ กล่าวว่า ในส่วนของชลประทานเชียงใหม่จะรับผิดชอบในการจัดหาและพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุน เพื่อให้น้ำในคลองแม่ข่ามีคุณภาพดีโดยมีแผนงานทั้งระยะสั้น กลางและระยะยาว โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2558-2559 ในการดำเนินการก่อสร้างระบบผันน้ำจากอ่างแม่จอกหลวงไปอ่างแม่หยวก สร้างอาคารท่อส่งน้ำไปลงคลองแม่ข่ากำจัดผักตบชวาและวัชพืชในลำคลองสาขาและแหล่งน้ำสาธารณะบริเวณคลองแม่ข่า

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แตงได้ส่งน้ำเข้าคูเมืองเพื่อไล่น้ำเสียในคูเมือง เมื่อน้ำเต็มก็จะล้นลงคลองแม่ข่าบริเวณแจ่งขะต้ำหรือสะพานศรีดอนชัย นอกจากนี้สำนักชลประทานที่ 1 ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำจากแม่น้ำปิงเติมลงบ่อสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเทศบาลนครเชียงใหม่บริเวรเชิงสะพานรัตนโกสินทร์ เพื่อสูบน้ำลงคลองแม่ข่าบริเวณประตูน้ำชุมชนอุ่นอารี และยังสนับสนุนค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้รถสูบน้ำระยะไกลของศูนย์ปภ.เขต10 ที่ได้รับการร้องขอให้นำชุดสูบส่งน้ำระยะไกลติดตั้งที่คลองแม่ข่าน้อยบ้านแม่ข่าใต้ ต.ป่าแดด เพื่อปล่อยน้ำลงคลองแม่ข่า อีกทั้งยังซ่อมแซมประตูระบายน้ำคลองแม่ข่าน้อย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำ โดยเปลี่ยนบานประตูใหม่ 4 บาน ซ่อมปรับเครื่องกว้านบานระบายอีก 4 ชุด

หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม โครงการชลประทานเชียงใหม่ กล่าวอีกว่า โครงการชลประทานเชียงใหม่ยังได้ประสานฝ่ายเครื่องจักรกลเข้าไปขุดลอกดินตะกอน กำจัดผักตบชวาและวัชพืชในลำเหมืองสาขาแม่ข่าที่ตื้นเขิน รวมถึงคลองแม่ข่น้อย ขุดลอกอ่างเก็บน้ำแม่หยวก นอกจากนี้แผนในปี 2560-2565 ตามโครงการผันน้ำจากลำน้ำแม่สาผ่านลําเหมืองสาเข้าสู่คลองแม่ข่า เพื่อเป็นน้ำต้นทุนแก้ไขปัญหาน้ำเสียของคลองแม่ข่า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพของแหล่งน้ำต้นทุน แก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองแม่ข่า ให้ราษฎรในพื้นที่และหมู่บ้านใกล้เคียงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติและรักษาสภาพลำห้วยตามธรรมชาติ ซึ่งจะดำเนินการก่อสร้างระบบส่งน้ำเป็นระยะทาง 8,250 เมตร งบประมาณ 43.049 ล้านบาท ซึ่งผลการดำเนินงานขณะนี้ได้ 25%

ในส่วนของการดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษพื้นที่คลองแม่ข่า สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 ได้ทำการตรวจสอบคุณภาพน้ำคลองแม่ข่า ลำรางสาขารวมทั้งแม่น้ำปิงจำนวน 11 จุดเมื่อ 19 เม.ย.ที่ผ่านมาพบว่าคุณภาพน้ำคลองแม่ข่าทั้ง 7 จุดโดยรวมอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมและเสื่อมโทรมมาก ซึ่งบ่งชี้ถึงมีการระบายน้ำเสียจากชุมชนในปริมาณที่สูงลงสู่ลำคลองแม่ข่ามาโดยตลอด และจากข้อมูลคุณภาพน้ำในคลองแม่ข่าและคลองสาขาในปี 2560 เมื่อเปรียบเทียบคุณภาพน้ำในปี 2552 และปี 2558 พบว่าคุณภาพน้ำโดยรวมดีขึ้นเล็กน้อย แต่ทุกจุดยังมีค่าพารามิเตอร์ที่สำคัญๆ อยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมมาก พารามิเตอร์สำคัญที่เป็นปัญหาได้แค่ค่าออกซิเจนละลายน้ำ ค่าความสกปรกในรูปสารอินทรีย์ ค่าแอมโมเนียและค่าแบคทีเรีย

สำหรับจุดที่เก็บตัวอย่างได้แก่บริเวณถนนบ้านท่อเมืองรัง ห้วยแม่หยวก,สะพานถ.ซุปเปอร์ไฮเวย์หน้ารพ.ตาเซนต์ปีเตอร์ ,บริเวณสะพานแม่ข่าท่าแพในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่,บริเวณสะพานแม่ข่าถนนมหิดล บริเวณบ้านป่าแดดใต้,บริเวณสะพานเยื้องวัดมงคลรัตนราม บ้านท่าขี้ควาย ต.สบแม่ข่าอ.หางดง ,บ้านสบแม่ข่าม.3,ร่องกระแจะก่อนลงคลองแม่ข่า ถนนอัษฎาธร สะพานป่าแดดข้างสถานีตำรวจภาค 5และสะพานบ้านวังสิงห์คำ ต.ป่าตัน

นอกจากนี้สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 ได้มีการติดตามตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษ ตามมาตรา 69 พรบ.สิ่งแวดล้อมแห่งชาติพ.ศ.25535 ในพื้นที่คลองแม่ข่า ครอบคลุม 8 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคือ อบต.ดอนแก้ว,อบต.สบแม่ข่า,ทต.ช้างเผือก,ทต.สุทเพ,ทต.สันผักหวาน,ทต.ป่าแดด,ทบ.เมืองแม่เหียะและเทศบาลนครเชียงใหม่จำนวน 100 แห่งจากทั้งหมด 272 แห่ง.

You may also like

 หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เผยผลสำรวจสมาชิกฯพบยอดขายธุรกิจก้ำกึ่งระหว่างทรงตัวกับดีขึ้น แต่สภาพคล่องทางการเงินตึงตัว

จำนวนผู้