กลุ่มลานยิ้มเปิดเทศกาลศิลปะลานกว้างพร้อมจัดรำลึก 1 ปี “ชัยภูมิ ป่าแส”

กลุ่มลานยิ้มเปิดเทศกาลศิลปะลานกว้างพร้อมจัดรำลึก 1 ปี “ชัยภูมิ ป่าแส”

เชียงใหม่ / กลุ่มลานยิ้ม จัดกิจกรรม “ปั๋นเฟส:เทศกาลศิลปะลานกว้าง” พร้อมแนะนำหนังสือ The last Stand ชัยภูมิสุดท้าย รำลึก 1 ปี “ชัยภูมิ ป่าแส”เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 มี.ค. กลุ่มลานยิ้ม (Lanyim crative group)  ได้จัดกิจกรรม “ปั๋นเฟส:เทศกาลศิลปะลานกว้าง” ขึ้นที่สวนอัญญา โดยงานเริ่มจากกลุ่มเหลาดินสอ ฉายหนังเรื่อง Black Swan บนอาคารสำนักกิจกรรมชั้น 2 ส่วนด้านล่าง เป็นลานนิทรรศการ ชีวิตเด็กในเต็นท์แรงงาน และในช่วงเย็น ตั้งแต่ 18.00 น.เป็นต้นไป บริเวณลานกลางแปลง จะมีกิจกรรมรำลึก 1 ปี ชัยภูมิ ป่าแส พร้อมกับแนะนำหนังสือ The last Stand ชัยภูมิสุดท้าย การแสดง “อมนุษย์” จากเพียงรวี ศิริสุข การอ่านบทกวี และฉายหนังสั้น สำหรับ Black Swan เนื้อหาเป็นเรื่องราวของการแสวงหาความสมบูรณ์แบบของนีน่า นักบัลเล่ต์หญิงที่เมืองนิวยอร์ค ที่จะต้องเต้นทั้ง White Swan ที่มีความไร้เดียงสา และความงาม กับ Black Swan ซึ่งเป็นตัวแทนของการหลอกลวงและความหลงใหล จนก่อให้เกิดความกดดันในชีวิต และพยามดิ้นรนเพื่อให้ได้รับการยอมรับ จนนำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงแบบพลิกผัน และความร้ายแรงต่างๆภาพยนตร์มีความยาว 1 ชั่วโมง 48 นาที จากนั้นมีการตั้งวงเสวนา ผู้ร่วมวงประกอบด้วย นายสหรัฐ เจตมโนรมย์ อาจารย์พิเศษภาควิชาจิตวิทยา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, นายพงศ์ภรณ์ พงษ์พันธุ์ นักศึกษาคณะสังคมศาสตร์ มช. และน.ส.ธรรมนิจ ศุภกิจเจริญ นักศึกษาปริญญาโท มช. โดยมี น.ส.กนกวรรณ มีพรหม เป็นผู้ดำเนินรายการนายสหรัฐ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ เป็นเพราะนีน่ายอมรับตัวตนเพียงด้านเดียวของตัวเอง คือด้านสว่าง กดด้านมืดไว้ ในการแสดงออกจึงแสดงเป็นหงส์ขาวได้อย่างอ่อนหวาน ขณะที่ผู้กำกับสั่งให้เธอทำตัวผ่อนคลาย เมื่อแสดงเป็นหงส์ดำ ที่เปรียบเหมือนด้านมืด เพราะภาพที่เห็นมีแต่ความแข็งกระด้าง ไม่เป็นธรรมชาติ ซ้ำในชีวิตจริงนีน่าอาศัยอยู่กับมารดา ที่เป็นอดีตนักเต้นวอลเล่ต์ตัวประกอบ ผู้ผลักดันและส่งเสริมนีน่ามาตลอด ทำให้เธอเชื่อฟังมารดามากเมื่อความกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีคู่แข่งที่น่ากลัวกำลังไล่ล่ารับตำแหน่งนางหงส์แทน เธอจึงระเบิดออกด้วยการเข้าผับ ดื่มเหล้า อัพยา และเลิกเชื่อฟังแม่แบบสุดโต่ง นั่นแสดงให้เห็นว่าเมื่อมีแรงกดไปจุดใด (ความเก็บกด) จุดนั้นก็จะโป่งพองมากเท่านั้น และพร้อมที่จะระเบิด หากไม่สามารถควบคุมได้ ในการใช้ชีวิตจริง จึงต้องหาจุดสมดุลที่เหมาะสม เพราะคนเรามีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง ไม่มีใครสมบูรณ์แบบทุกด้านด้านนายพงศ์ภรณ์ กล่าวว่า ชีวิตของตัวละครแบบนีน่า ต้องการความสมบูรณ์แบบ 100% บนเวทีการแสดง ซึ่งในฐานะที่ตนเคยผ่านการแสดงมาบ้าง ก็มีประสบการณ์ว่าในการซ้อมให้แสดงอย่างเต็มที่ 100% แต่บนเวทีจริงให้คาดหวังแค่ 80% เพราะไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบที่สุด ส่วนการแก้ไขปัญหาชีวิตนั้น ต้องยอมรับว่ามีหลายปัจจัยส่งผลให้เกิดความกดดัน และย่อมทำให้เกิดอารมณ์ต่างๆ ตามมา เช่น โกรธ เศร้า โมโห ซึ่งการหาทางออกอาจไม่สามารถทำได้ในทันทีทันใด บางอย่างต้องใช้เวลาช่วยคลี่คลาย  เช่น เมื่อเกิดอารมณ์เศร้า มีคนเข้ามาปลอบใจเพียง 5 นาที  ไม่ได้หมายความว่าจะคลายเศร้า แต่เมื่อเวลาผ่านไปเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน ความเศร้านั้นก็จะค่อยๆ หายไปน.ส.ธรรมนิจ กล่าวสั้นๆ ว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนถึงความอึดอัด กดดันในใจคน ที่เกิดจากความคาดหวังสูงเกินไป จนเกิดแรงประทุ ซึ่งในเรื่องมีทั้งความจริง และสิ่งที่เกิดจากมโนของตัวแสดง จนแยกแยะได้ยากว่าสิ่งไหนคือความจริง สิ่งไหนคือความลวง.

You may also like

บสย. คิกออฟ “The S1 Project” จับมือ EXIM BANK นำร่องพัฒนานวัตกรรมสินเชื่อ-ค้ำประกันสินเชื่อร่วมกัน

จำนวนผู้