รัฐมนตรีช่วยว่าการก.ต่างประเทศสหรัฐอเมริการ่วมกับผช.รัฐมนตรีก.ต่างประเทศไทยร่วมเปิดอาคารสถานกงสุลใหญ่ที่ทันสมัยแห่งใหม่ในเชียงใหม่ ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ สนองนโยบายประธานาธิบดีทรัมป์ในการดูแลพลเมืองสหรัฐทั่วโลก

เมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 23 มกราคม 2569 ที่อาคารสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาเชียงใหม่ แห่งใหม่ ริมถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายไมเคิล เจ. รีกาส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายบริหารธุรการและทรัพยากร และนายฌอน เค. โอนิลล์เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ร่วมเป็นประธานเปิดอาคารสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาเชียงใหม่ แห่งใหม่อย่างเป็นทางการ พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ในการปกป้องและส่งเสริมผลประโยชน์ของสหรัฐฯ รวมถึงความมุ่งมั่นที่สหรัฐฯ มีต่อภาคเหนือของไทยมาอย่างยาวนาน ท่ามกลางส่วนราชการสำคัญของไทย หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ 15 จังหวัดภาคเหนือเข้าพิธีดังกล่าวอย่างคับคั่ง อาทิ นางคีเลีย คัมมินส์ กงสุลใหญ่ประจำเชียงใหม่ นายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศไทย พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พล.ท.กิดากร จันทรา รองแม่ทัพภาคที่ 3 พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารจังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น

นายไมเคิล เจ. รีกาส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายบริหารธุรการและทรัพยากร กล่าวว่า อาคารที่ทันสมัยแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความแข็งแกร่งของความเป็นหุ้นส่วนที่ยั่งยืนของสองประเทศ ผ่านการเคารพกันและกัน บนผลประโยชน์ที่มุ่งมั่นในภูมิภาค ส่งเสริมศักยภาพและมูลค่าการค้า ยกระดับและส่งเสริมเศรษฐกิจ เป็นสะพานเชื่อมประชาชนสองประเทศเข้าด้วยกันเกิดประโยชน์โดยตรงของกันและกัน เพื่อต่อยอดอนาคตกว่า 2 ศตวรรษในฐานะหุ้นส่วนร่วมกัน ซึ่งชาวอเมริกันกว่า 1 ล้านคนมาท่องเที่ยวเพราะชื่นชอบธรรมชาติและวัฒนธรรม การต้อนรับที่อบอุ่น จนทำให้กว่า 1 แสนคนเรียกประเทศไทยว่า บ้าน และมาพำนักถาวรที่นี่ และสถานกงสึลฯแห่งใหม่นี้ยังเป็นสัญญลักษณ์ที่แสดงถึงความปรารถนาดีของประธานาธิบดีทรัมป์ในการดูแลพลเมืองสหรัฐฯทั่วโลกด้วย

นายฌอน เค. โอนิลล์เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า สหรัฐอเมริกาเน้นย้ำบทบาทของอาคารสถานกงสุลใหม่แห่งนี้ในฐานะศูนย์กลางที่ปลอดภัยและทันสมัยในการให้บริการพลเมืองอเมริกันกว่า 21,000 คนทั่วภาคเหนือของไทย ตลอดจนการทำงานกับภาคีชาวไทยในการทำให้ประเทศของเราทั้งสองปลอดภัยขึ้น แข็งแกร่งขึ้น และมั่งคั่งขึ้นกว่าเดิม

“ในปีนี้ เราฉลองครบรอบ 250 ปี สหรัฐอเมริกา และเป็นเกียรติที่ได้เริ่มต้นปีนี้ด้วยการร่วมกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ รีกาส เปิดอาคารใหม่ที่สวยงามแห่งนี้ สหรัฐฯ มีสถานกงสุลในเชียงใหม่มากว่า 75 ปี ตั้งแต่ปี 2493 และอาคารใหม่นี้เป็นสัญลักษณ์ประจักษ์ที่จะอยู่ไปตราบนานเท่านานของมิตรภาพระหว่างสหรัฐฯ กับไทย เรามีอดีตที่นำภาคภูมิใจและอนาคตที่สดใส และยังมีสิ่งที่ดีกว่าที่จะเกิดขึ้นอีก”

สถานกงสุลใหม่แห่งนี้เป็นอาคารที่ทันสมัย ซึ่งจะช่วยให้การบริการต่าง ๆ มีประสิทธิภาพสำหรับชาวอเมริกัน และสนับสนุนกิจกรรมทางการทูตของสหรัฐฯ ใน 15 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือของไทย อาคารกงสุลใหม่นี้ยังจะช่วยให้เราสนับสนุนความร่วมมือกับภาคีชาวไทยอย่างต่อเนื่องในการปกป้องพลเมืองของเราโดยการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และเสริมสร้างความมั่นคงโดยส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศของเราทั้งสอง

สถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานของเชียงใหม่ อาคารหลังนี้เป็นแบบอย่างของการทูตทางสถาปัตยกรรม ซึ่งผสมผสานนวัตกรรมอเมริกันที่ทันสมัยเข้ากับมรดกอันรุ่มรวยของภาคเหนือของไทย ทีมออกแบบใช้แนวคิดสถาปัตยกรรมล้านนา 3 แนวคิดหลักด้วยกันเป็นจุดเริ่มต้นในบริบทท้องถิ่นของสถานกงสุลแห่งนี้ ได้แก่ 1.ล้านนา: อาคารยกระนาบพื้นเพื่อใช้เป็นพื้นที่สำหรับบุคคลทั่วไปและช่วยระบายอากาศตามธรรมชาติ 2.ชาน: อาคารได้รับแรงปันดาลใจมาจากบ้านแบบตั้งเดิมในพื้นที่ทางเหนือของไทย ซึ่งจะมีห้องอยู่รอบ ๆ ชานที่เป็นระเบียงส่วนกลาง จึงมีอาคารหลังเล็กรอบ ๆ พื้นที่ส่วนกลางที่ใช้ร่วมกัน 3.กุฏิ: พื้นที่การทำกิจกรรมแยกออกจากกันเป็น 4 ส่วนย่อยที่เชื่อมต่อกัน เป็นการประยุกต์ใช้แนวคิดกุฏิที่พบเห็นทั่วไปในบริเวณวัด

สถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ เปิดขึ้นในปี 2493 และเป็นสถานกงสุลต่างชาติที่เก่าแก่ที่สุดในภาคเหนือของไทย หลังจากที่สถานกงสุลของเราดำเนินงานจากเรือนพักที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำปิงมาเป็นเวลา 75 ปี ตอนนี้เราย้ายมาใช้พื้นที่สำนักงานสมัยใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับภารกิจของสถานกงสุลโดยเฉพาะ ในโอกาสที่สหรัฐฯ ฉลองครบรอบ 250 ปี และก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 3 ของความร่วมมือกับประเทศไทย อาคารสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ แห่งใหม่นี้ จะช่วยให้ “สันติภาพอันสถาพร” ที่เกิดขึ้นจากสนธิสัญญญาไมตรีและพาณิชย์ (Treaty of Amity and Commerce) พ.ศ. 2376 ระหว่างสหรัฐฯ และไทย งอกงามขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับคนรุ่นต่อ ๆ ไป

ในขณะที่ นายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศไทย กล่าวตอบว่า งานวันนี้แสดงถึงความสัมพันธ์พิเศษของสองประเทศ ที่มีความเป็นมิตรที่ดีมาอย่างยาวนาน ถือเป็นการเปิดหน้าประวัติศาสตร์อีกบทบาทหนึ่งระหว่างสหรัฐอเมริกากับภาคเหนือของไทย ผ่านความไว้วางใจทำให้เติบโตด้วยความแข็งแกร่งกว่า 76 ปี ทั้งการร่วมมือปราบปรามยาเสพติด ค้ามนุษย์ ตามแนวชายแดน สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม มลพิษทางอากาศ เพื่ออนาคตร่วมกัน โดยอาคารแห่งนี้ก่อสร้างด้วยงบประมาณกว่า 273 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ช่วยเสริมสร้างและมีเงินหมุนเวียนเศรษฐกิจในท้องถิ่นถึง 1 ใน 4 ของงบประมาณทั้งหมด
“หลังเยี่ยมชมแล้วสุดประทับใจที่อาคารแห่งใหม่สามารถผสานสถาปัตยกรรมระหว่างความทันสมัยกับศิลปวัฒนธรรมล้านนาได้อย่างกลมกลืน ต่อจากนี้สถานกงสุลฯแห่งใหม่จะเกื้อหนุนสานสัมพันธ์และกำหนดความร่วมมือในอนาคตระหว่างกันของสองประเทศ และขอให้ความสัมพันธ์ของไทยและสหรัฐฯดำเนินอยู่บนพื้นฐานของความอ่อนน้อมและมิตรไมตรีต่อกัน”ผช.รมต.ก.ต่างประเทศไทยกล่าว


ความเห็นล่าสุด