STeP ผนึกกำลัง สป.อว. และ MTEC แถลงความสำเร็จ“2 นวัตกรรมต้นแบบตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม” ยกระดับงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ด้านผอ.อุทยานวิทยาศาสตร์ฯชี้องค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยได้รับการต่อยอดผ่านความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม ทำให้สามารถพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง และมีศักยภาพต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2569 ณ Exhibition hall อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (จ.เชียงใหม่)อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) ร่วมกับ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) และศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) จัดกิจกรรมแถลงข่าวความสำเร็จผลงานวิจัยและพัฒนา ภายใต้ “โครงการสร้างเครื่องจักรต้นแบบด้วยกระบวนการวิศวกรรมเพื่อการสร้างสรรค์คุณค่า” ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีรศ.ดร.ปิติวัฒน์ วัฒนชัย ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมด้วย นายจิรวัฒน์ วงษ์สมาน นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(สป.อว.) กล่าวรายงานผลการดำเนินงานโครงการดังกล่าว โดยมี นายหนึ่ง พิชาติ อินทราวุธ ผู้จัดการทั่วไปอุทยานฯ พร้อมด้วย อาจารย์ ดร.กรพินธุ์ จิระพงษ์ ผู้จัดการทั่วไปอุทยานฯ ตลอดจนผู้บริหารจากสำนักงานปลัดกระทรวง อว. ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) นักวิจัย ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

ภายในงานดังกล่าว มีการนำเสนอผลงานวิจัยต้นแบบจำนวน 2 โครงการที่ได้รับการพัฒนา ร่วมกับภาคเอกชน ประกอบด้วย ชุดทดสอบสารประกอบโบรอนในน้ำแช่ไม้ไผ่ ซึ่งพัฒนาร่วมกับบริษัท เชียงใหม่ ไลฟ์ คอน สตรัคชั่น จำกัด และระบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบหมุนเวียน (Recirculating Aquaculture System: RAS) เข้ากับการบำบัดด้วยโอโซนปราศจากยาปฏิชีวนะ ซึ่งพัฒนาร่วมกับ บริษัท เมดด์คลินน์ (ไทยแลนด์) จำกัด โดยทั้งสองผลงาน ถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการนำองค์ความรู้จากรั้วมหาวิทยาลัยไปแก้ปัญหาจริงให้ภาคอุตสาหกรรมพร้อมสร้างโอกาสในการต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และการขยายผลในวงกว้าง อันจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

สำหรับผลงาน “ชุดทดสอบสารประกอบโบรอนในน้ำแช่ไม้ไผ่” โดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย ดร.สุรักษ์ อุดมสม หัวหน้าโครงการ จากสถาบันวิศวกรรมชีวการแพทย์ พร้อมด้วยคณะวิจัยร่วมจากสถาบันวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะบริหารธุรกิจ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งผลงานดังกล่าวเป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้น เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมก่อสร้างและสถาปัตยกรรมไม้ไผ่ โดยสามารถตรวจวัดความเข้มข้นของสารประกอบโบรอนในบ่อแช่ไม้ไผ่ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ผ่านเทคโนโลยี AI-IoT ที่ช่วยวิเคราะห์และจัดเก็บข้อมูลแบบออนไลน์ทำให้ผู้ประกอบการสามารถควบคุมคุณภาพของสารละลาย ลดต้นทุนการผลิต ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกระบวนการผลิต อีกทั้งยังสามารถต่อยอดสู่การใช้งานในอุตสาหกรรมแปรรูปไม้และการถนอมเนื้อไม้อื่น ๆ ได้ในอนาคต

ขณะที่ “ระบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบหมุนเวียน (RAS) ร่วมกับการบำบัดน้ำด้วยโอโซนปราศจากยาปฏิชีวนะ” เกิดจากความร่วมมือระหว่างคณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย รศ.ดร. Hien Van Doan ภาควิชาสัตวศาสตร์และสัตว์น้ำ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นนวัตกรรมที่ผสานเทคโนโลยีการบำบัดน้ำด้วยโอโซนและไมโครบับเบิลเข้ากับระบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบปิด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัด
เชื้อโรค ลดการใช้สารเคมีและยาปฏิชีวนะ ยกระดับความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) และปรับปรุงคุณภาพน้ำภายในระบบเพาะเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการผลิตสัตว์น้ำที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับแนวโน้มการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนของโลก
ด้าน รศ.ดร.ปิติวัฒน์ วัฒนชัย ผู้อำนวยการอุทยานฯ เปิดเผยว่า อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีบทบาทในการเป็นกลไกเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัย
สู่ภาคอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันให้ผลงานวิจัยสามารถนำไปใช้แก้ไขปัญหาได้จริงและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยโครงการสร้างเครื่องจักรต้นแบบด้วยกระบวนการวิศวกรรมเพื่อการสร้างสรรค์คุณค่านับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยและผู้ประกอบการได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ภาคการผลิต เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของผู้ประกอบการ และสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งความสำเร็จของทั้งสองโครงการในวันนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยได้รับการต่อยอดผ่านความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม ก็สามารถพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง และมีศักยภาพต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต อุทยานฯ จึงพร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างนักวิจัย ผู้ประกอบการ และหน่วยงานพันธมิตร เพื่อผลักดันงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการนำเสนอผลงานการพัฒนาเครื่องจักรต้นแบบด้านการเกษตรและชลประทาน โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) รวมถึงการประชาสัมพันธ์เปิดรับข้อเสนอโครงการ สร้างเครื่องจักรต้นแบบด้วยกระบวนการวิศวกรรมเพื่อการสร้างสรรค์คุณค่า ประจำปีงบประมาณ 2570 โดยนายธนาภรณ์ โกราษฎร์ วิศวกรอาวุโส ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัยและผู้ประกอบการร่วมพัฒนานวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมและต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ต่อไป


ความเห็นล่าสุด