4 ยช.ขึ้นโรงพักปฏิเสธข้อกล่าวหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-พ.ร.บ.โรคติดต่อ

4 ยช.ขึ้นโรงพักปฏิเสธข้อกล่าวหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-พ.ร.บ.โรคติดต่อ

- in headline, จับกระแสสังคม

เชียงใหม่ / 4 เยาวชนปราศรัยไล่รัฐบาลที่ข่วงประตูท่าแพ ขึ้นโรงพัก สภ.เมืองเชียงใหม่ รับฟัง 2 ข้อกล่าวหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-พ.ร.บ.โรคติดต่อ พร้อมให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ชี้การชุมนุมเป็นสิทธิ เสรีภาพภายใต้รัฐธรรมนูญ จนท.ต้องไม่เลือกปฏิบัติแบบ 2 มาตรฐาน-เลิกคุกคามแกนนำ-ปชช.  เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 30 ก.ค.63 ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้พาผู้ต้องหา 4 คน ประกอบด้วย นายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์, นายวัชรภัทร ธรรมจักร์, นายวิธญา คลังนิล และนายธนาธร วิทยเบญจางค์ มารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกของ พ.ต.ท.สมยศ วังเวียง รอง ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ลงวันที่ 21 ก.ค.63  ภายหลังจากที่ได้กล่าวปราศรัยในการชุมนุมขับไล่รัฐบาลที่ข่วงประตูท่าแพ เมื่อวันที่ 19 ก.ค.63โดยทั้งหมดได้เข้าพบ พ.ต.ท.มนัสชัย อินทร์เถื่อน พนักงานสอบสวน เป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง กระทั่ง 15.20 น. กลุ่มผู้ต้องหาจึงเดินออกมาด้านหน้า พร้อมกับถ่ายรูปร่วมกับทนายความ และพูดคุยกับกลุ่มผู้มาให้กำลังใจ

นายวัชรภัทร กล่าวว่า พงส.ได้แจ้งข้อกล่าวหาชุมนุมมั่วสุม ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบ หรือฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อ ซึ่งเมื่อทุกคนรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ก็ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เพราะเชื่อว่าการชุมนุมเป็นสิทธิ เสรีภาพ ภายใต้รัฐธรรมนูญ ประกอบกับโรคโควิด-19 ไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยนานต่อเนื่องกัน 60 กว่าวันแล้ว ที่เกิดขึ้นล้วนมีต้นเหตุจากรัฐบาลขณะเดียวกัน เมื่อกลุ่มของพวกตนโดนข้อกล่าวหาฝ่าฝืน พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็อยากให้นำไปเทียบกับการที่นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มาปลูกป่าที่เชียงใหม่เมื่อเร็วๆ นี้ มีคนมาต้อนรับไม่ได้น้อยไปกว่าที่ชุมนุม กลับไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา แสดงให้เห็นถึงการเลือกปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐ แบบ 2 มาตรฐาน (double standard) ทั้งที่ 2 กรณีนี้มีความคล้ายกัน มีคนมาชุมนุมเหมือนกัน แต่ทำไมอีกฝั่งหนึ่งไม่โดน“อย่างไรก็ตาม วันนี้เป็นการมารับทราบข้อหาตามปกติของกระบวนการยุติธรรม และพวกเรายืนยันว่าจะสู้ตามกฎหมาย และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ส่วนการทำกิจกรรมทางการเมือง หรือชุมนุมขับไล่รัฐบาลนั้น ต้องติดตามกันต่อไป เพราะสถานการณ์ยังไม่แน่นอน แต่จะต้องให้บรรลุตามข้อเรียกร้อง คือให้รัฐบาลยุบสภา หยุดคุกคามประชาชน รวมถึงแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่” นายวัชรภัทร กล่าว

บ่อเกิดครั้งนี้ คือการคุกคามประชาชน ทุกคนที่โดนข้อกล่าวหา ถูกถ่ายรูป ถูกติดตาม เมื่อวานนี้ (29) ก็ถูกถ่ายทะเบียนรถ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือการคุกคาม หรือแม้แต่ขับรถติดตาม ซึ่งทุกคนไม่ต้องการ เพราะการคุกคาม เป็นบ่อเกิดที่ทำให้พวกเราเยาวชนเกิดความระแวง แม้ว่าตัวเองและแกนนำรุ่นพี่ จะไปไกลกว่านี้แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ก็สร้างจิตวิทยาให้ผู้ปกครอง พ่อแม่ วิตกว่าลูกไปทำอะไรมาจึงถูกตำรวจตาม ทั้งที่เราไม่ได้ทำผิดกฎหมายเลย ดังนั้นนอกจากจะมารับฟังข้อกล่าวหาแล้ว ก็อยากให้ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่รัฐ หยุดคุกคามประชาชนเสียทีด้านนายวัฒนา เจนนภา ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนจะรวบรวมสำนวนส่งให้อัยการ ในวันที่ 13 ส.ค.63 เพื่อให้ทางอัยการพิจารณาส่งฟ้องศาลหรือไม่ ซึ่งทางผู้ต้องหาทุกคนต้องไปเซ็นรับทราบที่สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงเชียงใหม่ ในวันดังกล่าวด้วย.

You may also like

ชนเผ่าพื้นเมืองปี 63 ชูมั่นคงทางอาหาร “ปันรัก ปันสุข จากภูผาสู่มหานที”

จำนวนผู้