ให้ทหารตั้งกองบัญชาการควบคุมแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควัน รองแม่ทัพฯลั่นบังคับใช้กม.เด็ดขาด

ให้ทหารตั้งกองบัญชาการควบคุมแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควัน รองแม่ทัพฯลั่นบังคับใช้กม.เด็ดขาด

“บิ๊กตู่”สั่งเร่งแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าภาคเหนือ กองทัพบกสั่งตั้งกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ฯ ให้รองแม่ทัพภาคที่ 3 นั่งคุมประสานสั่งการหลังปล่อย 9 จังหวัดทำงานแต่สถานการณ์ไม่ดีขึ้น ระดมกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าแก้ไขอย่างเร่งด่วนแบบไม่แบ่งแยกพื้นที่ย้ำให้แต่ละพื้นที่บังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด หากเป็นพื้นที่ทำกินในเขตป่ายังดื้อเผาให้ยึดคืน

วันนี้ (15 ก.พ. 62) ที่สโมสรค่ายกาวิละ อำเภอเมืองเชียงใหม่ พลตรีบัญชา ดุริยพันธ์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานประชุมร่วมกับตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัด 9 จังหวัดภาคเหนือ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด 9 จังหวัดภาคเหนือ ตำรวจ สำนักจัดการป่าไม้ในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า จากปัญหาวิกฤตหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ รัฐบาลโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและกองทัพบกโดยผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้กองทัพภาคที่ 3 จัดตั้งกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้าขึ้น โดยใช้ที่มทบ.33 ค่ายกาวิละและมอบหมายให้ตนเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ เพื่อที่จะได้ประสานและบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและโดยเร็วที่สุด

“นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงถึงปัญหาผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งที่ผ่านมาแม้แต่ละจังหวัดจะมีแผนการดำเนินงาน แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่ได้ผลจริงจัง เพราะการบังคับใช้กฎหมายยังไม่เต็มที่ มีการอะลุ้มอะหล่วยจนเกิดภาวะวิกฤติ ตอนนี้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าเป็นปัญหาระดับชาติ จะมาอ้างว่าเป็นวิถีชีวิต จำเป็นต้องเผาไม่ได้ เมื่อท้องที่ ท้องถิ่น หน่วยงานต่างๆ มัวแต่เกรงใจกัน ทหารก็ต้องเข้ามาดูแลเพราะเรามียุทธโธปกรณ์พร้อม ”พลตรีบัญชา กล่าวและชี้แจงอีกว่า

ในตอนนี้ทางกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ฯจะเป็นผู้สั่งการ หากพื้นที่ไหนเกิดปัญหาหรือมีไฟป่าเกิดขึ้นให้รส.อำเภอรายงานตรงเข้ามาที่ศูนย์ฯ ขณะเดียวกันทางนายอำเภอก็รายงานไปทางผู้ว่าฯตามลำดับบังคับบัญชาตัวเอง แต่ทุกสถานการณ์ต้องรายงานมาที่กองบัญชาการแห่งนี้ทุกวันภายในเวลา 15.00 น.และทางกองบัญชาการฯจะรายงานให้ส่วนกลางทราบในเวลา 16.00 น. ขณะนี้กองทัพบกเครื่องบินจำนวน 2 ลำมาประจำที่นี่ หากพื้นที่ไหนมีไฟป่าและลุกลามเกินกำลังที่อำเภอหรือจังหวัดจะดำเนินการได้ก็จะใช้ฮ.บรรทุกน้ำเข้าไปดำเนินการ และมีกำลังทหารพรานเข้าพื้นที่

พลตรีบัญชา กล่าวอีกว่า ตอนนี้ให้แต่ละหน่วยงานไปบังคับใช้กฎหมายของตนเอง พื้นที่ 2 ข้างทางที่อยู่ในเขตทางหลวง กรมทางหลวงรับผิดชอบ พื้นที่ทางหลวงชนบทก็รับผิดชอบ พื้นที่ป่าไม้และป่าสงวน สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ พื้นที่ป่าอนุรักษ์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์รับผิดชอบ พื้นที่ทำกิน ผู้เข้าใช้ประโยชน์รับผิดชอบและพื้นที่สาธารณะ ชุมชน หมู่บ้านท้องถิ่นต้องรับผิดชอบในการบังคับใช้กฎหมาย ทุกพื้นที่ยอ่มรู้ดีว่าจุดที่เผา จุดที่เกิดไฟเป็นของใคร หากเป็นพื้นที่ป่าที่เข้าไปทำกิน และยังพบมีการเผาก็ให้ยึดพื้นที่ทำกิน ไม่ให้เข้าไปใช้ประโยชน์ หากพื้นที่ไหนส่อเกิดสถานการณ์รุนแรงก็ให้ปิดป่า กำลังทหารพรานขณะนี้ได้ให้หน่วยจากอ.แม่สะเรียงมาประจำพร้อมที่จะเสริม รส.ในทุกพื้นที่

“นอกจากบังคับใช้กฎหมายแล้ว ทุกหน่วยจะต้องมีแอคชั่นแพลน ซึ่งผมจะรายงานนายกรัฐมนตรีทุกวัน หากหน่วยงานไหนเพิกเฉยก็ให้เตรียมตัว นายอำเภอไหนไม่ทำหรือคุมสถานการณ์ไม่ได้ ไม่ชอบพื้นที่ป่าก็ย้ายไปอยู่ทะเลหรือไกลๆ ทุกหน่วยให้ทำแอคชั่นแพลนของปีหน้ามาส่งด้วย ไม่ต้องมาพูดว่าเป็นปัญหาข้ามแดน ปัญหาหมอกควันลอยมาจากที่อื่น ไม่ต้องมาเถียงว่าเขตนี้ของใครแต่พอมีเหตุใครอยู่ใกล้ต้องเข้าไปช่วยให้หมด ห้ามเกี่ยงกัน ในพื้นที่ไหนประกาศห้ามเผาแล้วแต่ยังพบมีการเผาให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที ขอให้ทั้ง 9 จังหวัดลงมือทำทันทีและรายงานผลด้วย”รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวและว่า

ตอนนี้กองบัญชาการฯได้ตั้งกลุ่มไลน์ขึ้นมาแล้ว หากไม่กล้ารายงานในกลุ่มก็ให้รายงานไลน์ตรงมาที่ตนได้ ถ้าที่ผ่านมาทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจริงสถานการณ์จะไม่รุนแรงแบบนี้ อย่างไรก็ตามตอนนี้สิ่งที่จะดำเนินการจุดแรกคือที่ดอยพระบาท จ.ลำปาง ซึ่งจะนำเครื่องบินบรรทุกน้ำไปโปรยในพื้นที่ที่เป็นหน้าผา และใช้กำลังทหารพรานร่วมกับกำลังของป่าไม้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประมาณ 500 คนเดินเท้าเข้าไป และเมื่อดับไฟได้แล้ว ต่อไปการควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่เป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด และหากมีสถานการณ์คุกรุ่นขึ้นมาอีกก็ต้องรับผิดชอบ

รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวด้วยว่า กองบัญชาการฯแห่งนี้จะตั้งจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพราะรัฐบาลสั่งการให้เร่งแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด ทุกจังหวัดจะมีรส.อภ.เป็นตัวเร่งการทำงานของทุกพื้นที่ พื้นที่ไหนเกียร์ว่างก็ให้รายงานเข้ามา ทุกพื้นที่ต้องห้ามเผา ได้สั่งการให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 9 จังหวัดภาคเหนือ เข้มงวดกับการบังคับใช้กฎหมาย และย้ำให้ อปท. ผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการสอดส่องดูแลห้ามมีการเผาทุกชนิดอย่างเด็ดขาด ไม่สามารถอ้างได้ว่าเป็นวิถีชีวิตมาตั้งแต่อดีต ซึ่งสมัยก่อนกับสมัยนี้ไม่เหมือนกัน มันไม่ใช่วิถีชีวิตแต่มันเป็นการผลิตเพื่อขายแล้ว

หลังจากนั้นพลตรีบัญชาและคณะได้ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และกำชับการปฏิบัติ รวมทั้งตรวจเยี่ยมดูการพ่นละอองน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นที่บริเวณข่วงประตูท่าแพ ก่อนที่จะขึ้นเครื่องบินไปดูการปฏิบัติการดับไฟป่าที่ดอยพระบาท จ.ลำปางด้วย.

You may also like

NIA เปิดเวทีเฟ้นหาดาวเด่น ปั้น Startup New Gen ทั่วประเทศ

จำนวนผู้