เหนือยังใช้ค่าPM10ดัชนีชี้วัดคุณภาพหมอกควัน มท.3 เชื่อสถานการณ์ดีขึ้นให้อำนาจผู้ว่าฯ สั่งการ

เหนือยังใช้ค่าPM10ดัชนีชี้วัดคุณภาพหมอกควัน มท.3 เชื่อสถานการณ์ดีขึ้นให้อำนาจผู้ว่าฯ สั่งการ

กองการบิน กระทวงทรัพย์ฯนำฮ. รุ่น AS 350 โชว์ศักยภาพดับไฟป่า แม่ทัพภาคที่ 3 คาดปีนี้สถานการณ์ดีขึ้นมอบผู้ว่าฯแต่ละจังหวัดบริหารสั่งการและคาดโทษเอง เผย”บิ๊กตู่”ห่วงปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ขณะที่แม่ทัพน้อยที่ 3 แจงใช้ค่าPM10 เป็นตัวชี้วัดคุณภาพอากาศหนือวันที่ 21 ม.ค.62 ที่ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 33 อ.เมืองเชียงใหม่ พลโทฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานเปิดกิจกรรมการรณรงค์และซักซ้อมดับไฟป่าประจำปีงบประมาณ 2562 ซึ่งกองทัพภาคที่ 3 ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ระดับภาคขึ้นเพื่ออำนวยการประสานงานกับหน่วยงานราชการ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ โดยมีนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงพลังความเข้มแข็ง และความพร้อมของทุกภาคส่วนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และเป็นการแสดงเจตนาอันมุ่งมั่นที่จะดำเนินการเพื่อให้ปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ลดระดับความรุนแรง ตลอดจนประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ประชาชนได้ตระหนักรู้ถึงโทษภัยของไฟป่าและหมอกควัน โดยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือเตรียมรับสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันแม่ทัพภาคที่3 กล่าวว่า สถานการณ์ของไฟป่าและหมอกควันในปีนี้มีแนวโน้มดีขึ้น เนื่องจากการบูรณาการบริหารจัดการทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือกันแก้ไขปัญหาอย่างแน่นแฟ้น โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเป็นผู้ควบคุม และบริหารจัดการบูรณาการร่วมกันแก้ไขปัญหาในทุกจังหวัด ซึ่งทางกองทัพภาคที่ 3 ได้มอบหมายให้แม่ทัพน้อยที่ 3 เป็นผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า และหมอกควัน ระดับภาค ส่วนหน้าที่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยให้การสนับสนุน 9 จังหวัด ในการจัดหา และประมวลผลข้อมูลสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน จากหน่วยงานต่างๆ อาทิ กรมควบคุมมลพิษ และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ และภูมิสารสนเทศ ( องค์การมหาชน ) เพื่อชี้แจงให้กับจังหวัด นำไปใช้ปรับแผนรองรับสถานการณ์ไฟป่า และหมอกควันของ แต่ละจังหวัดพลโทเฉลิมชัย กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัดมีปัญหาหมอกควันมากและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน การท่องเที่ยวและคมนาคม สมเด็จนางเจ้าพระบรมราชินีนาถในรัชกาลบที่ 9 ได้มีรับสั่งให้แก้ไขปัญหาตั้งแต่ปี 2545 และปี 2560 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหาหมอกควัน ไฟป่าเป็นวาระแห่งชาติ สำหรับกิจกรรมในการรณรงค์ครั้งนี้อาจมีแค่10% ของประชากรทั้งภาคเหนือ แต่เชื่อว่าจะมีการขยายผล รวมทั้งการกำกับดูแลทั้งแม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือ ผู้นำท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและพี่น้องประชาชนต้องมีส่วนร่วม ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดจากปัญหาไฟป่าและหมอกควัน“ปีนี้ทางส่วนกลาง โดยนายกรัฐมนตรีได้แสดงความห่วงใยถึงปัญหาไฟป่าและหมอกควันทางภาคเหนืออย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่นายกรัฐมนตรีมาปฏิบัติภารกิจที่เชียงใหม่และลำปาง ได้สั่งการให้หลายหน่วยงานควบคุมดูแลโดยเฉพาะเรื่องของค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM2.5 โดยให้ทุกภาคส่วนบูรณาการทำทุกวิถีทาง ซึ่งในภาคเหนือทางกองทัพฯก็มอบหมายให้แม่ทัพน้อยที่ 3 เป็นผู้สั่งการ โดยตลอดช่วง 3 เดือนที่ต้องเฝ้าระวังจะต้องทำให้แผนที่วางไว้สัมฤทธิ์ผล โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐานมักจะเกิดขึ้น ซึ่งก็ยอมรับว่าเป็นห่วงสถานการณ์ในทุกจังหวัด”แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวทางด้าน พล.ท.ศุภโชค ธวัชพีระชัย แม่ทัพน้อยที่ 3 กล่าวว่า ทางศูนย์ฯได้มีการประชุมทางไกลกับ 9 จังหวัดภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละจังหวัดได้นำเสนอแนวทางการทำงานและใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีในการติดตาม โดยเฉพาะดาวเทียมGisda ที่จะแจ้งจุดความร้อนในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงค่าคุณภาพอากาศที่สามารถตรวจเช็คได้จากแอพพลิเคชั่น อย่างไรก็ตามในภาคเหนือก็ยังใช้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM10 เป็นตัวชี้วัด แต่จะใช้ค่า PM2.5 เป็นการเฝ้าระวังซึ่งหากจังหวัดไหนที่จุดความร้อนและค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐาน จังหวัดนั้นก็จะต้องไปดำเนินการโดยใช้มาตรการที่เข้มข้น ซึ่งการคาดโทษหรือสั่งการก็แล้วแต่ละจังหวัดจะดำเนินการ แต่หากสถานการณ์กระเพื่อมทางศูนย์ฯก็จะเจาะจงในพื้นที่นั้นเป็นกรณีพิเศษแม่ทัพน้อยที่ 3 กล่าวด้วยว่า ในส่วนของการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ของจังหวัดได้ให้หน่วยทหารในพื้นที่ จัดกำลังพล และยุทธโธปกรณ์เข้าร่วมในการช่วยเหลือ เมื่อได้รับการประสาน เพื่อให้คลี่คลายสถานการณ์ไฟป่า และหมอกควัน ทั้งนี้ที่ผ่านมาได้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ไปแล้วในทุกจังหวัดจึงเป็นข้อยืนยันว่าในปีนี้ สถานการณ์ปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 9 จังหวัดต้องดีขึ้นจากเดิมขณะที่นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ทางจังหวัดได้ให้ความสำคัญกับปัญหาไฟป่าและหมอกควันมากโดยได้ให้นโยบายและสั่งการลงไปทุกลำดับชั้น ทั้งส่วนราชการและประชาชน โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประสานความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ดูแลหมู่บ้าน ชุมชนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ส่วนการแก้ไขระยะยาวจะต้องพัฒนาอาชีพให้กับผู้ที่มีอาชีพหาของป่าด้วย และสิ่งที่ต้องระวังนับจากนี้คือการควบคุมไม่ให้มีการเผาทั้งในพื้นที่ป่า พื้นที่การเกษตรและการเผาเศษขยะ ใบไม้ต่างๆ ซึ่งอาจจะมีการกำหนดโซนห้ามเข้าพื้นที่ป่า และในวันที่ 24 ม.ค.นี้จะมีการประชุมเครือข่ายรอบอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ในช่วงสิ้นเดือนจะประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและเชิญครู อาจารย์มาประชุมชี้แจงเพื่อให้นำไปถ่ายทอดกับนักเรียนถึงผู้ปกครอง รวมทั้งขอเมตตาจากคณะสงฆ์ในจังหวัดเชียงใหม่ให้ช่วยประชาสัมพันธ์ด้วย
“ยอมรับว่าช่วงวิกฤตของปัญหาจะอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ซึ่งหากสถานการณ์เริ่มมีแนวโน้มรุนแรงก็จะมีการปรับเพิ่มมาตรการให้เข้มข้นมากขึ้น”ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวชี้แจงสำหรับการจัดกิจกรรมการรณรงค์และซักซ้อมดับไฟป่า ประจำปีงบประมาณ 2562 ครั้งนี้มีการจัดนิรรศการของหน่วยงาน 10 หน่วยงาน กิจกรรมการรณรงค์และซักซ้อมการดับไฟ และกิจกรรมการแสดงศักยภาพของยานพาหนะและอากาศยานในการดับไฟป่าโดย โดยกองการบินกระทวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นำเฮลิคอปเตอร์ รุ่น AS350 ที่ผลิตขึ้นในประเทศฝรั่งเศส เป็นเฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็ก จำนวน 6 ที่นั่ง ปฏิบัติการบินต่อเนื่องได้ 3 ชั่วโมง อีกทั้งยังมีความคล่องตัวสูง สามารถปฏิบัติการบินในภารกิจที่ต้องเผชิญกับภูมิประเทศที่มีความชัน สลับซับซ้อนและต้องขึ้นลงในพื้นที่จำกัดได้ โดยสามารถปฏิบัติงานบินลาดตระเวนป้องกันการบุกรุกทำลายป่าและสิ่งแวดล้อม การขนส่งกำลังพล อุปกรณ์ในภารกิจกู้ภัยเร่งด่วนฉุกเฉิน รวมถึงการแก้ไขปัญหาไฟป่าด้วยการติดตั้งถังน้ำ Bambi ขนาด 500 ลิตร สำหรับทิ้งน้ำดับไฟป่า เพื่อสนับสนุนหน่วยดับไฟป่าให้สามารถดับไฟป่าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยการทิ้งน้ำจะช่วยลดความร้อนรุนแรงของไฟป่าและป้องกันการลุกลามของไฟป่าในวงกว้าง ไม่เกิดความสูญเสียของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่จะตามมาสำหรับศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเขต 10 นำรถบรรทุกน้ำช่วยดับเพลิงขนาด 10,000 ลิตร รถยนต์ต่อต้านการเกิดวินาศกรรมพร้อมพ่วงลากหุ่นยนต์ดับเพลิงควบคุมด้วยรีโมทคอนโทรลระยะไกล รุ่น LUBO 60 ซึ่งมีขีดความสามารถหัวฉีดฝอยละอองน้ำ จำนวน 360 หัวโดยรอบ หัวฉีด Monttor ที่สามารถฉีดน้ำได้ไกลประมาณ 50 เมตร ปรับระดับน้ำได้ 3 ระดับ มีปริมาณสิ้นเปลืองน้ำประมาณ 1,000 ถึง 3,000 ลิตร/นาที นอกจากนี้แม่ทัพน้อยที่ 3 และคณะได้ร่วมทำแนวกันไฟกับหัวหน้าส่วนราชการและเครือข่ายภาคประชาชนเพื่อรวมพลังสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนลดการเผาในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นการลดการเกิดปัญหาไฟป่าอย่างยืนอีกด้วย.

You may also like

 หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เผยผลสำรวจสมาชิกฯพบยอดขายธุรกิจก้ำกึ่งระหว่างทรงตัวกับดีขึ้น แต่สภาพคล่องทางการเงินตึงตัว

จำนวนผู้