เผยชม.เร่งด่วนเชียงใหม่ใช้ความเร็วเฉลี่ย 10 กม./ชม.”สนข.”แจงเหตุศึกษาใหม่เพราะเมืองโตแบบก้าวกระโดด

เผยชม.เร่งด่วนเชียงใหม่ใช้ความเร็วเฉลี่ย 10 กม./ชม.”สนข.”แจงเหตุศึกษาใหม่เพราะเมืองโตแบบก้าวกระโดด

ผอ.สนข.แจงเหตุต้องศึกษาระบบขนส่งสาธารณะเมืองเชียงใหม่ใหม่ เหตุของเดิมล้าหลัง ชี้เมืองโตแบบก้าวกระโดด คาดภายใน 20 ปีข้างหน้าถ้าไม่มีระบบขนส่งสาธารณะการจราจรเป็นอัมพาต เผยปัจจุบันความเร็วเฉลี่ยในชม.เร่งด่วนเพียง 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผอ.สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) กล่าวถึงการศึกษาระบบขนส่งสาธารณะจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสนข.ได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทำการศึกษาและจัดทำแผนแม่บท การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่เหมาะสมต่อสภาพเมืองเชียงใหม่ เพื่อให้ได้แผนงานที่เป็นรูปธรรมสำหรับการพัฒนาในระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว รวมทั้งรูปแบบการลงทุน การจัดองค์กรและการบริหารจัดการระบบให้มีความยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรและส่งเสริมศักยภาพการพัฒนาพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมภาคเศรษฐกิจและการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และรูปแบบที่เหมาะสมคือเป็นระบบ TRAM

“การแก้ไขปัญหาระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเรื่องที่สนข.มีความตั้งใจที่จะทำ หากย้อนหลังไปเมื่อปี 2552-2553 ซึ่งสนข.ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทำการศึกษามาแล้วครั้งหนึ่ง และขณะนั้นผลการศึกษาเห็นว่าระบบขนส่งสาธารณะที่เหมาะสมสำหรับเชียงใหม่เป็น BRT หรือรถเมล์ที่วิ่งในทางเฉพาะ เนื่องจากตอนที่ศึกษาขณะนั้นปริมาณรถส่วนตัวที่วิ่งในเชียงใหม่ไม่ได้มากและเรื่องของการลงทุนก็อยากให้ท้องถิ่นเข้ามาดำเนินการและเป็นเจ้าของโครงการ เพราะเป็นบริการสาธารณะที่ท้องถิ่นต้องจัดหา แต่ก็ไม่มีการดำเนินการแต่อย่างใดส่วนหนึ่งอาจมาจากทุนและความยากด้วย”ผอ.สนข.กล่าวและชี้แจงอีกว่า

ต่อมามีเสียงเรียกร้องจากชาวเชียงใหม่ไปยังส่วนกลางให้มาช่วยแก้ไขปัญหาจราจรของเชียงใหม่ ที่กำลังวิกฤติโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วนซึ่งพบว่าประชาชนใช้เวลาในการเดินทาง 2-3 ชั่วโมงและอัตราความเร็วเฉลี่ยในเชียงใหม่ในชั่วโมงเร่งด่วนเพียง 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่าต่ำมาก และทำให้เกิดการสิ้นเปลืองพลังงานน้ำมัน ก่อให้เกิดปัญหามลพิษและเมื่อระบบขนส่งสาธารณะไม่มีหรือไม่ดี คนก็ใช้รถส่วนตัวมากก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากขึ้นด้วย

ทางสนข.ได้ทบทวนผลการศึกษาระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดเชียงใหม่เมื่อปี 2552 แล้วปรากฏว่าสถานการณ์ของเมืองเปลี่ยนแปลงไปแบบก้าวกระโดด เชียงใหม่โตเร็วมาก ตัวเลขของปริมาณรถส่วนตัวเพิ่มขึ้น ปัญหาจราจรติดขัด มีโรงแรมและนักท่องเที่ยวมากขึ้น และพยากรณ์ว่าอนาคต 20-30 ปีเชียงใหม่จะขยายตัวและโตกว่านี้อีกมาก ทั้งๆ ที่ปัจจุบันก็มีปัญหาเรื่องการจราจรอยู่แล้วถ้าไม่มีการวางระบบจราจรที่ดีจะกลายเป็นอัมพาตได้และเวลาที่การจราจรติดขัดจากชั่วโมงเร่งด่วนก็จะขยายออกไปอีกกลายเป็นรถติดทั้งวัน

“สนข.จึงได้ทำการศึกษาและตั้งใจที่จะแก้ปัญหานี้เบื้องต้นได้เสนอผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงคมนาคม รวมทั้งรองนายกรัฐมนตรีถึงปัญหาจราจรในหัวเมืองใหญ่ๆ ถ้าไม่เร่งแก้ไขก็จะมีปัญหาต่อไป จึงทำให้มีการศึกษาใน 5 เมืองใหญ่คือเชียงใหม่,ขอนแก่น,นครราชสีมา,ภูเก็ตและหาดใหญ่ และได้เพิ่มพิษณุโลกอีกจังหวัดหนึ่งและในส่วนของเชียงใหม่ขณะนี้ผลการศึกษาก็ประมาณ 80% แล้วคาดว่าภายในเดือนมิถุนายนนี้จะมีการสรุปผลการศึกษาและออกแบบ รูปแบบการลงทุนต่างๆ ซึ่งเรื่องของเส้นทางก็ได้แล้ว รวมทั้งเรื่องของระบบต่างๆ ซึ่งคาดว่าภายใน 8 ปีตามแผนของกระทรวงคมนาคมก็จะเห็นผลชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป”นายชัยวัฒน์ กล่าวในที่สุด.

You may also like

เครือซีพี จับมือ 4 บริษัทในเครือฯ ซีพีเอฟ-ซีพีออลล์-ทรู-โลตัสเดินหน้าย้ำโมเดลธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ขานรับนโยบาย BCG Economy

จำนวนผู้