เปิดรับบริจาคกองทุน 10 บาทลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา “บุญเลิศ”ประเดิมเงินส่วนตัว 1 แสนบาทหวังคนเชียงใหม่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ

เปิดรับบริจาคกองทุน 10 บาทลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา “บุญเลิศ”ประเดิมเงินส่วนตัว 1 แสนบาทหวังคนเชียงใหม่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ

- in headline, การศึกษา-เกษตรกร

“บุญเลิศ”ประเดิม 1 แสนบาทเข้ากองทุนปฏิรูปการศึกษาเชียงใหม่ คาดการระดมทุนครั้งที่ 2 ถึง 5 ล้านบาท เผยครั้งแรกมีผู้รับทุน 230 รายจากเงินบริจาคเกือบ 3 ล้านบาท แจง 1 ใน 4 ของเด็กนักเรียนในเชียงใหม่ยังขาดแคลนและขาดโอกาส ทำให้สูญเสียทรัพยากร วอนชาวเชียงใหม่ร่วมระดมทุนกองทุน 10 บาทเพื่อร่วมกันลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

วันนี้ (2 ม.ค. 62) เวลา 10.00 น. ที่ บริเวณลานเอนกประสงค์ หน้าอาคารสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์รับบริจาคโครงการระดมทรัพยากรเพื่อการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ (กองทุนปฏิรูปการศึกษาเชียงใหม่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ : กองทุน 10 บาท) ครั้งที่ 2 ประจำปี 2562 ซึ่งภาคีเชียงใหม่เพื่อการปฏิรูปการศึกษาร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่จัดขึ้น

นายไพรัช ใหม่ชมพู รองนายกอบจ.เชียงใหม่และเลขานุการภาคีเชียงใหม่เพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า เมื่อปลายปี 2556 สมัยที่ตนยังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองการศึกษาและวัฒนธรรม อบจ.เชียงใหม่ทางนายกอบจ.เชียงใหม่ได้ให้นโยบายไว้ 2 เรื่องคือ ให้ยกระดับการศึกษาของนักเรียนในจังหวัดเชียงใหม่ให้ทัดเทียมกับจังหวัดอื่นๆ และนานาประเทศ และยังได้มอบนโยบายเกี่ยวกับการศึกษาของนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลและยากจนได้มีโอกาสศึกษาต่อและประกอบอาชีพหลังจากจบการศึกษา ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาได้ปรึกษาหารือหลายฝ่ายจนกระทั่งเดือนมี.ค.2557 ได้เชิญหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่รวม 99 องค์กรมาพูดคุยเรื่องการพัฒนาและยกระดับการศึกษาของจังหวัดเชียงใหม่

จนกระทั่ง 24 มี.ค.2557 ทั้ง 99 องค์กรได้มีฉันทามติให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)เชียงใหม่เป็นสำนักเลขานุการภาคีเชียงใหม่เพื่อการปฏิรูปการศึกษา และมีการจัดตั้งภาคีเชียงใหม่เพื่อปฏิรูปการศึกษาและตั้งคณะทำงาน จัดทำแผนปฏิรูปการศึกษาในระยะ 4 ปีและประกาศเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2559 โดยช่วงนี้เป็นการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนดังกล่าว ซึ่งมีทั้งการฝึกทักษะอาชีพให้กับนักเรียนชั้นมัธยมต้นและโรงเรียนผู้ปกครองรักษ์เชียงใหม่

“กองทุน 10 บาทเป็น 1 ในยุทธศาสตร์ปฏิรูปการศึกษาที่ได้หยิบยกมาทำในปี 2561 ภายใต้ชื่อโครงการระดมทรัพยากรเพื่อการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่หรือกองทุนปฏิรูปการศึกษาเชียงใหม่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำต่อกองทุน 10 บาท ครั้งที่ 1 โดยขอรับบริจาคจากคนเชียงใหม่คนละ 10 บาทและผู้มีจิตศรัทธาทั่วไประหว่างวันที่ 1-31 มกราคม 2561 และเดือนกุมภาพันธ์ได้เปิดให้ผู้ทีประสงค์จะขอรับเงินกองทุนยื่นเรื่อง ในเดือนมี.ค.-เม.ย.คณะทำงานซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากทุกภาคส่วนลงพื้นที่สำรวจและสัมภาษณ์ผู้ที่ยื่นขอรับเงินกองทุน”รองนายกอบจ.เชียงใหม่ กล่าวและชี้แจงอีกว่า

สำหรับปี 2561 กองทุนได้จัดออกเป็น 9 ประเภทคือ ทุนการศึกษาสายสามัญ สายอาชีพ ทุนประกอบอาชีพระหว่างเรียน ทุนประกอบอาชีพหลังจบการศึกษา สนับสนุนสื่ออุปกรณ์ เชิดชูเกียรติบุคคล ครู หน่วยงานที่มีนวัตกรรมดีเด่น ศูนย์การเรียนรู้ สถานประกอบการ หมู่บ้านชุมชนที่ร่วมดูแลเด็กและเยาวชน และการวิจัยและพัฒนา โดยครั้งที่ 1 สามารถระดมเงินกองทุนได้ 2,717,156.81 บาทจากจำนวนผู้บริจาคทั้งหมด 126,360 ราย และได้จ่ายเงินให้กับผู้ที่ได้รับทุนในครั้งแรกเมื่อ 8 พ.ค.61 จำนวน 230 ราย

รองนายกอบจ.เชียงใหม่ กล่าวอีกว่า สำหรับกองทุน 0 บาทครั้งที่ 2 กำหนดขอรับบริจาคจากชาวเชียงใหม่คนละ 10 บาทและจากผู้มีจิตศรัทธาช่วงระหว่างวันที่ 1-31 มกราคม 2562 และในเดือนกุมภาพันธ์จะเปิดรับแบบคำขอตามหลักเกณฑ์ 9 ประเภทในเดือนมี.ค.จะเป็นการตรวจสอบคำขอรับทุนและลงพื้นที่ดูสภาพครอบครัวและสัมภาษณ์ผู้ขอรับทุน ในเดือนเม.ย.จะเป็นช่วงตรวจสอบ วิเคราะห์พิจารณา อนุมัติทุนและมอบทุนครั้งที่ 2 ในวันที่ 8 พ.ค.62 ต่อไป

ทางด้านนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกอบจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีเด็กและเยาวชนที่มีความรับผิดชอบ มีวินัย มีความมุ่งมั่นแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์จำนวนมากทำให้ขาดโอกาสได้รับการศึกษาและประกอบอาชีพ มีเด็กนักเรียนที่เรียนอยู่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 4 แสนกว่าคนและ 1 แสนกว่าคนในนี้เป็นเด็กนักเรียนที่ยากจนขาดโอกาสและ 2 หมื่นกว่าคนจัดอยู่ในกลุ่มที่ยากจนพิเศษและไม่มีโอกาสได้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นทำได้เพียงแค่รับจ้างและเป็นแรงงานขั้นต่ำ ทำให้เชียงใหม่สูญเสียทรัพยากรบุคคลประเภทนี้ปีแล้วปีเล่า ประกอบกับครูดี หมู่บ้านชุมชนดี บุคคลดีที่ร่วมกันดูแลเด็กจำนวนมากต้องยกย่องให้เกียรติเชิดชูเขาด้วย

นายกอบจ.เชียงใหม่ กล่าวอีกว่า อบจ.เชียงใหม่ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายปฏิรูปการศึกษาเชียงใหม่ได้ระดมทุนหาเงินเพื่อมอบให้เด็กที่อยากเรียนหนังสือแต่ขาดโอกาส ปีแรกที่ทำได้เงินเกือบ 3 ล้านบาท สำหรับปีนี้เป็นครั้งที่ 2 คาดว่าน่าจะระดมทุนได้ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท ซึ่งเงินที่ระดมทุนครั้งนี้มีคณะกรรมการจากหลายภาคส่วนในการดูแลและตรวจสอบ ในวันนี้มีตัวแทนเด็กที่ได้รับเงินกองทุนมาเปิดใจ ซาบซึ้งใจมากที่ได้เงินกองทุนแม้ไม่มากแต่ก็สามารถต่อยอดการเรียนและอาชีพของเด็กได้ ในครั้งนี้ตนได้มอบเงินส่วนตัวให้อีก 1 แสนบาทด้วย จึงอยากเชิญชวนคนเชียงใหม่และทั่วไปช่วยสนับสนุนการศึกษาของเด็กเยาวชนเชียงใหม่นี้ด้วย

“ปัจจุบันอบจ.เชียงใหม่มีโรงเรียนที่รับถ่ายโอนจำนวน 4 แห่งคือโรงเรียนบ้านต้นแก้ว อ.หางดง โรงเรียนแม่งอนขี้เหล็ก อ.ฝาง โรงเรียนแม่อายวิทยาคมและโรงเรียท่าศาลาอ.แม่ริม สำหรับแผนการพัฒนาด้านการศึกษาของอบจ.เชียงใหม่ตั้งใจว่าจะรับโอนโรงเรียนที่มีศักยภาพก่อน เพราะงบประมาณของอบจ.มีค่อนข้างจำกัดแต่จะให้ได้เฉลี่ยอำเภอละ 1 แห่งเป็นอย่างน้อย”นายบุญเลิศ กล่าว

ทางด้านน.ส.หทัยทิพย์ ชมพู นักศึกษาปวช.3 วิทยาลัยเทคโนโลยีพายัพและบริหารธุรกิจ อายุ 18 ปี กล่าวว่า ได้ยื่นขอรับการสนับสนุนจากกองทุนเมื่อปีที่ผ่านมาเพื่อนำไปช่ายในการเรียนหนังสือ ซึ่งถือว่าเงินกองทุนนี้มีประโยชน์อย่างมากเป็นการสร้างโอกาสที่ดีสำหรับตัวเอง เงินกองทุนนี้ถือเป็นหยดน้ำเล็กๆ ของคนเชียงใหม่ที่หลอมรวมกันมาสร้างโอกาสให้กับคนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการเรียน ในฐานะที่ได้รับเงินกองทุนนี้ในปีแรกอยากฝากถึงคนที่ยื่นขอรับทุนในปีนี้ขอให้นำเงินที่ได้ใช้สร้างโอกาสที่ดีให้กับตนเอง และเมื่อเป็นผู้รับแล้วก็ต้องรู้จักเป็นผู้ให้ด้วย

ขณะที่นายธงชัย ยืนสา อายุ 23 ปี กล่าวว่า ตนได้ยื่นขอรับเงินจากกองทุนเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งตนเรียนจบแผนกช่างเชื่อมจาก ปวส.วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ และเมื่อเรียนจบก็รับงานทำที่บ้านแต่เนื่องจากขาดแคลนทุนทรัพย์เมื่ออาจารย์ติดต่อมาว่าต้องการทุนที่จะนำไปประกอบอาชีพก็ให้ยื่นขอรับทุน จึงได้สมัครและได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการ ทำให้มีเงินทุนจำนวน 3 หมื่นกว่าบาทนำไปจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ในการประกอบอาชีพทำให้มีรายได้และมีงานทำเลี้ยงครอบครัว ก็ขอขอบคุณชาวเชียงใหม่ที่ได้ร่วมบริจาคเงินเข้ากองทุน 10 บาทดังกล่าวด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดโครงการในครั้งนี้ นอกจากนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกอบจ.เชียงใหม่จะนำเงินส่วนตัวจำนวน 1 แสนบาทบริจาคเข้ากองทุน 10 บาทแล้ว ยังมีนายเหริน ยี่เซิน กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีนประจำจังหวัดเชียงใหม่ คณะผู้บริหาร พนักงาน เจ้าหน้าที่ ตลอดจนครูและนักเรียนโรงเรียนท่าศาลาอ.แม่ริมและโรงเรียนต้นแก้วได้ร่วมกันบริจาคเงินเข้ากองทุน 10 บาทในครั้งนี้ด้วย.

 

You may also like

ตัวแทน 7 เมืองท่องเที่ยวชั้นนำร่วมเวทีเสวนาและรับรางวัล “เชียงใหม่สปาอวอร์ด 2019”

จำนวนผู้