เตรียม 10 พันธ์ุไม้ 15,000 กล้าให้ “ลุงตู่”+ผู้ว่าและจิตอาสาร่วมฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรม 68 ไร่ให้ฟื้นสภาพเป็นป่าต้นน้ำสมบูรณ์

เตรียม 10 พันธ์ุไม้ 15,000 กล้าให้ “ลุงตู่”+ผู้ว่าและจิตอาสาร่วมฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรม 68 ไร่ให้ฟื้นสภาพเป็นป่าต้นน้ำสมบูรณ์

ทสจ.เชียงใหม่แจงนายกรัฐมนตรีมาร่วมโครงการปลูกป่าฯร่วมกับจิตอาสาบนพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม 68 ไร่ เพื่อฟื้นฟูสภาพให้เป็นป่าต้นน้ำ สร้างป่าให้สมบูรณ์ เตรียม 10 พันธุ์ไม้ 15,000 ต้น ขณะที่ “ลุงตู่”ได้ฤกษ์ปลูกต้นสักที่เพาะกล้าไว้ที่แม่แจ่มเมื่อปีก่อน

เมื่อวันที่ 21 ก.ค.63 ที่ห้องประชุม 4 อาคารอำนวยการศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานในการแถลงข่าวสื่อมวลชนประจำสัปดาห์ โดยประเด็นสำคัญเป็นการชี้แจงของนายนรินทร์ ประทวนชัย ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ เกี่ยวกับการจัดงานโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ระหว่างวันที่ 23-24 กรกฎาคมนี้

รองผวจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า เป็นโอกาสอันดีที่จังหวัดเชียงใหม่จะได้ต้อนรับผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัดและผู้ติดตามซึ่งจะมาร่วมประชุมสัมมนาในโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ระหว่างวันที่ 23-24 กรกฎาคมนี้ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ไปด้วย และในวันที่ 24 ก.ค.นี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีกหลายท่านก็จะมาร่วมในโครงการปลูกป่าด้วย ซึ่งจะได้ช่วยประชาสัมพันธ์ความพร้อมและศักยภาพของเชียงใหม่ไปทั่วโลก เพราะจะมีสื่อมวลชนทั้งจากส่วนกลางที่ติดตามนายกรัฐมนตรี และสื่อมวลชนท้องถิ่นนำเสนอข่าวสารเผยแพร่ออกไป หลังจากที่ภาคท่องเที่ยวได้รับผลกระทบในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ทางด้านนายนรินทร์ ประทวนชัย ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าซึ่งครอบคลุมทั้งป่าต้นน้ำ ป่าชายเลนและป่าพรุ ซึ่งกระทรวงทรัพย์ฯได้จัดให้มีการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสาฟื้นฟูป่า รักษาต้นน้ำและควบคุมไฟป่าขึ้นในระหว่างวันที่ 19-23 ก.ค.โดยมีปลัดอำเภอใน 25 อำเภอ เกษตรอำเภอและตัวแทนหน่วยงานในพื้นที่จำนวน 350 คนเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรดังกล่าว และในวันที่ 23 ก.ค.นี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด 77 จังหวัดจะเข้าร่วมฝึกอบรมและมีพิธีเปิดและมอบนโยบายการฟื้นฟูป่า รักษาต้นน้ำและควบคุมไฟป่าโดยผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน จากน้นดร.รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ จะบรรยายเกี่ยวกับการขับเคลื่อนภารกิจงานฟื้นฟูป่าฯ ส่วนภาคบ่ายก็จะมีการสาธิตการฝึกปฏิบัติปัญหาที่บังคับการ(CPX)การฟื้นฟูป่า รักษาต้นน้ำและควบคุมไฟป่า ซึ่งจะมีการจำลองสถานการณ์การเกิดไฟป่าในพื้นที่และการสั่งการในระดับจังหวัดและการสั่งการระดับอำเภอ

ผอ.ทสจ.เชียงใหม่ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 24 ก.ค.พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจะเดินทางมาปลูกป่าในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมบริเวณอุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง-น้ำพุเจ็ดสี ร่วมกับกำลังพลและจิตอาสาประมาณ 1,000 คน ทั้งนี้ทางกระทรวงทรัพย์ฯได้จัดเตรียมต้นสักที่พลเอกประยุทธ์ได้มาเพาะกล้าไว้เมื่อครั้งลงพื้นที่อำเภอแม่แจ่มเมื่อปีก่อนโน้น ขณะที่คณะรัฐมนตรี วีไอพีและประชาชนจะได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ซึ่งได้มีการเตรียมไม้ไว้ถึง 10 ชนิด ได้แก่ บุนนาค จำปา สัก ประดู่ป่า แคหางค่าง คำมอกหลวง พะยอม ตะเคียนทอง รวงผึ้งและรัง ซึ่งจะไม่มีไม้ต่างถิ่นเข้ามาเพราะพื้นที่ปลูกป่านี้เป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ที่มีต้นไม้ใหญ่เหลือเพียงไม่กี่ต้น จึงต้องมีการปลูกไม้เสริม โดยจะมีการปลูกป่าเป็นลำดับชั้นไปจนถึงไม้เรือนยอด

“พื้นที่ทั้งหมดเดิมอยู่ในเขตวนอุทยาน มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม ป่าค่อนข้างสมบูรณ์และเตรียมประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติเนื้อที่ประมาณ 53,000 ไร่ มีพื้นที่ที่รกร้างและไม่มีใครทำกินเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมประมาณ 68 ไร่ ถ้ามีการปลูกป่าเสริมในบริเวณนี้ก๋จะทำให้พื้นที่ป่านี้เป็นป่าต้นน้ำที่สมบูรณ์ ซึ่งผู้ที่จะร่วมกันปลูกป่าประมาณ 100 ล้านต้นมีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ 2563-2570 ในวันที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมาปลูกป่าก็จะมีหมอต้นไม้มาทำหน้าที่ตกแต่งรักษาต้นไม้ด้วย นอกจากนั้นนายกรัฐมนตรียังจะร่วมสร้างฝายเพื่อสร้างความชุ่มชื้นในพื้นที่และร่วมสร้างโป่งเทียมเพื่อให้สัตว์ป่าได้มีแหล่งเสริมอาหารด้วย โดยนายกรัฐมนตรีจะเดินทางกลับหลังเสร็จพิธีประมาณ 11 นาฬิกา”นายนรินทร์ กล่าวและชี้แจงว่า

สำหรับโครงการปลูกป่าฯนี้ ไม่ใช่พื้นที่ที่เคยเกิดไฟป่า แต่ที่เลือกพื้นที่ดังกล่าวเนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ เป็นการสร้างป่าให้สมบูรณ์ และไม่ได้ใช้งบประมาณ แต่เป็นโครงการปลูกป่าฯโดยใช้ศาสตร์พระราชา ซึ่งพื้นที่ 1 ไร่จะมีการปลูกต้นไม้ประมาณ 200 ตัน ซึ่งพื้นที่ที่จะทำการปลูกป่าทั้งหมดในครั้งนี้จะใช้กล้าไม้ประมาณ 15,000 ต้น .

You may also like

สนามบินเชียงใหม่เดินหน้าตามแผนพัฒนาฯระยะที่ 1 คาดเสร็จตามกรอบเดิมปี 67 รองรับผู้โดยสารได้ 16.5 ล้านคนต่อปี

จำนวนผู้