เชียงใหม่ย้ำ 5 อำเภอในเขตควบคุมการบินห้ามปล่อยโคมลอย โคมไฟเด็ดขาด ขณะที่พื้นที่นอกเขตต้องยื่นขออนุญาตภายใน 16 ต.ค.นี้

เชียงใหม่ย้ำ 5 อำเภอในเขตควบคุมการบินห้ามปล่อยโคมลอย โคมไฟเด็ดขาด ขณะที่พื้นที่นอกเขตต้องยื่นขออนุญาตภายใน 16 ต.ค.นี้

- in headline, จับกระแสสังคม

รองผวจ.เชียงใหม่ย้ำ 5 อำเภอในเขตควบคุมการบินห้ามปล่อยโคมลอย โคมไฟเด็ดขาด เตือนหากตรวจพบมีโทษปรับ 2 แสนจำคุก 5 ปี ขณะที่พื้นที่อื่นๆ ที่อยู่นอกเขตควบคุมให้ยื่นขออนุญาตภายในวันที่ 16 ต.ค.นี้ เผยปีนี้ยอดขออนุญาตแล้ว 1,500 โคม ส่วนโคมควันหากจะปล่อยให้ทำสัญลักษณ์ไว้ ชี้หากก่อให้เกิดอันตรายจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 6 ต.ค.63 ที่ห้องประชุม 4 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงมาตรการป้องกันและการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนในการจุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมพวัน(ว่าวฮม)หรือวัตถุอื่นที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศของจังหวัดเชียงใหม่ว่า  จังหวัดเชียงใหม่ได้มีประกาศจังหวัดฯในเรื่องมาตรการป้องกันและการรักษาความปลอดภัยและการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนในการจุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟและโคมควันในช่วงเทศกาลลอยกระทงหรือยี่เป็ง คือวันกระทงเล็กและกระทงใหญ่ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 31 ต.ค.-1 พ.ย.63

“แต่ทั้งนี้ในพื้นที่ 5 อำเภอที่อยู่ในเขตความปลอดภัยทางการบินหรือท็อปปี้โซนเด็ดขาดประกอบด้วย อ.เมืองและอ.หางดงครอบคลุมทุกตำบล อ.สารภีครอบคลุมตำบลขัวมุง ดอนแก้ว ท่าวังตาลและหนองผึ้ง อ.แม่ริมครอบคลุมตำบลดอนแก้ว ริมใต้และแม่สาและอ.สันทรายครอบคลุมต.หนองหาร ส่วนพื้นที่นอกเขตบริเวณใกล้เคียงสนามบินเชียงใหม่ในพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษระดับ 1 คือบริเวณพื้นที่เสี่ยงตามแนวขึ้น-ลงสนามบิน อยู่ห่างจากทางขึ้นลงของเครื่องบินข้างละ 4.6 กิโลเมตรระยะทางยาว 18.5 กิโลเมตรจากหัวทางวิ่งทั้ง 2 ด้านและเส้นทางการบินเข้า-ออกสนามบิน โดยต้องยื่นขออนุญาตล่วงหน้าก่อนจุดและปล่อยไม่น้อยกว่า 15 วันซึ่งก็คือวันสุดท้ายที่ยื่นขออนุญาตได้คือวันที่ 16 ตุลาคมนี้”รองผวจ.เชียงใหม่ กล่าวและชี้แจงอีกว่า

ในปีที่ผ่านมายังมีปัญหามีผู้นำโคมลอยและโคมไฟมาจุดในเขตเมือง แต่สำหรับปีนี้ทางจังหวัดได้ประสานขอความร่วมมือทางตำรวจและฝ่ายปกครอง รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนร้านค้าในพื้นที่ให้ทราบ และจะมีการระดมกวาดล้าง กวดขันการจำหน่ายโคมลอยในวันงานประเพณี ซึ่งหากมีผู้ฝ่าฝืนนำโคมลอย หรือโคมไฟมาจุดและปล่อยในพื้นที่ห้ามปล่อยเด็ดขาดโดยเฉพาะอ.เมืองจะมีโทษปรับไม่เกิน 2 แสนบาทและจำคุก 5 ปีซึ่งถือเป็นอัตราโทษที่สูงตามพรบ.ควบคุมการเดินอากาศฉบับแก้ไขเพิ่มเติม(ฉ.14)พ.ศ.2546

รองผวจ.เชียงใหม่ กล่าวอีกว่า ความจริงแล้วทางจังหวัดมีการประชุมผู้เกี่ยวข้องที่จะมีการแก้ไขประกาศจังหวัดเชียงใหม่เพื่อให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น แต่ปีนี้ไม่ทันที่จะประกาศใช้ แต่อย่างไรก็ตามประกาศฉบับเดิมก็ถือว่าเป็นการควบคุมฯที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับทราบอยู่แล้ว ปีนี้มีการตั้งบทีมในระดับพื้นที่เพื่อบังคับใช้กฎหมายและไม่ให้สะเปะสะปะเหมือนปีที่ผ่านมา จึงขอให้มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึงและอย่างต่อเนื่องด้วย

“หากดูสถิติย้อนหลังเกี่ยวกับโคมลอย โคมไฟ ที่ผ่านมาจะพบว่าในปี 2561 มีการยื่นขออนุญาตปล่อย 64,258 โคมส่วนโคมควัน 712 โคม ซึ่งมีการประชุมชี้แจงถึงอันตรายของโคมควัน โคมลอยที่เป็นอุปสรรคและอันตรายต่อการบินแล้ว จำนวนของโคมควันซึ่งถือว่าลอยอยู่ในอากาศได้นานที่สุดเริ่มลดลงในปีถัดมาโดยมีการยื่นขอเพียง 79 โคม ขณะที่โคมลอยและโคมไฟก็ลดลงเหลือ 53,950 โคม สำหรับปีนี้โคมลอยและโคมไฟมีผู้มายื่นขออนุญาตแล้ว 1,500 โคม ขณะที่โคมควันยังเป็นศูนย์ อย่างไรก็ตามสำหรับโคมควันนั้นหากวัดไหนหรือพื้นที่ใดจะปล่อยต้องยื่นขออนุญาตภายในวันที่ 16 ต.ค.นี้และให้ทำสัญลักษณ์ติดที่โคมด้วย เพราะหากโคมลอย โคมไฟหรือโคมควันไปก่อให้เกิดอันตรายใดๆ ขึ้นผู้ปล่อยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายด้วย”นายรัฐพล กล่าวชี้แจง.

You may also like

NIA เปิดเวทีเฟ้นหาดาวเด่น ปั้น Startup New Gen ทั่วประเทศ

จำนวนผู้